ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

การเรียกร้องค่าล่วงเวลาการทำงานของลูกจ้าง
| เรื่อง | การเรียกร้องค่าล่วงเวลาการทำงานของลูกจ้าง |
| แหล่งที่มา | ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ |
| วันที่ | |
| ประเภทภาษี | |
| ข้อกฎหมาย | พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22, 23 และกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 |
| คำถาม | เวลาการทำงานของลูกจ้างฝ่ายผลิตที่การทำงาน 4 วัน หยุด 2 วัน ทำงานวันละ 11 ชั่วโมง หยุดพัก 1.5 ชั่วโมง เท่ากับพนักงานทำงานวันละ 9 ชั่วโมง 30 นาที โดยรวมจำนวนทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 48 ชั่วโมง อยากทราบว่า ในวันทำงานที่ทำเกินเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที สามารถเรียกร้องค่าล่วงเวลาได้หรือไม่ |
| คำตอบ | คดีแรงงาน เรื่อง เวลาการทำงานของลูกจ้างฝ่ายผลิต คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2934/2565 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22, 23 และ กฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 คดีนี้ สหภาพแรงงาน A เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท เกี่ยวกับการที่บริษัทจัดทำข้อบังคับการทำงาน กำหนดให้ลูกจ้างรายเดือนทำงานเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมง โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ขอให้ศาลบังคับให้บริษัทกำหนดเวลาทำงานวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง ส่วนที่เกิน 8 ชั่วโมงต้องจ่ายค่าล่วงเวลา โดยให้จ่ายค่าล่วงเวลาส่วนที่เกินนี้ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน บริษัทชี้แจงต่อศาลว่า บริษัทประกอบกิจการผลิตเลนส์แว่นตา มีการทำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน แบ่งการทำงานเป็น 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง ต่อมาปี 2559 บริษัทจัดให้มีแผนกกด RX LAB มีการทำงานแบบ 4 วัน หยุด 2 วัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.00 น. และ 20.00 – 07.00 น. รวมเวลาพัก 1 ชั่วโมงครึ่ง พนักงานรายเดือนที่เคยทำงาน 6 วัน หยุด 1 วัน สมัครใจทำงานในแผนกดังกล่าว ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่บริษัทและพนักงานตกลงเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (เวลาทำงาน) โดยให้มีการทำงาน 4 วัน หยุด 2 วัน ทำงานวันละ 11 ชั่วโมง หยุดพัก 1.5 ชั่วโมง เท่ากับพนักงานทำงานวันละ 9 ชั่วโมง 30 นาที โดยรวมจำนวนทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 48 ชั่วโมง เป็นการเข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22 ซึ่งบัญญัติให้งานอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาจะกำหนดในกฎกระทรวงให้มีการคุ้มครองแรงงานกรณีต่างๆ แตกต่างไปจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้ ประกอบกับกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ข้อ 2 กำหนดให้งานที่เกี่ยวกับการผลิตหรืองานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันกำหนดเวลาทำงานปกติในวันหนึ่งๆ เป็นจำนวนกี่ชั่วโมงก็ได้ แต่เมื่อรวมเวลาทำงานทั้งสิ้นแล้ว สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 48 ชั่วโมง สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันทำงานสำหรับการทำงาน 8 ชั่วโมง และจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงตามจำนวนที่ทำงานเกิน ดังนั้น บริษัทและพนักงานจึงตกลงเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (เวลาทำงาน) ให้ลูกจ้างฝ่ายผลิตที่ทำงานเป็นรายเดือนทำงาน 4 วัน หยุด 2 วัน ดังกล่าว แม้จะทำงานเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมง แต่โดยรวมชั่วโมงทำงานทั้งสิ้นแล้วสัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 48 ชั่วโมง เป็นการกำหนดเวลาทำงานปกติที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้ทครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 23 บริษัทได้นำส่งระเบียบข้อบังคับการทำงานฉบับใหม่ดังกล่าวให้แก่นายทะเบียนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ที่นายบี ประธานสหภาพฯ และนาย เอ เลขานุการสหภาพฯ ในขณะนั้นลงลายมือชื่อรับทราบและเห็นชอบ จากนั้นบริษัทได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป ลูกจ้างและสมาชิกของสหภาพฯ มิได้คัดค้านหรือโต้แย้ง การที่บริษัทใช้เวลาการทำงานดังกล่าวมานานแล้ว เท่ากับลูกจ้างยอมปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฉบับใหม่ดังกล่าว ดังนั้น การกำหนดเวลาทำงานทำงาน 4 วัน หยุด 2 วัน ดังกล่าวมีผลบังคับกับลูกจ้างรายเดือนฝ่ายผลิตซึ่งเป็นสมาชิกของโจทก์ เมื่อลูกจ้างที่เป็นโจทก์ในคดีนี้เป็นลูกจ้างรายเดือน จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการทำงานส่วนที่เกิน 8 ชั่วโมงตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว
ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย (ทนายความ) ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182 E-mail : legal@aapth.com
|
ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป