Case study

พนักงานสำรองจ่ายค่าบริการแทนบริษัท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่


เรื่อง พนักงานสำรองจ่ายค่าบริการแทนบริษัท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 01/07/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

พนักงานได้สำรองจ่ายค่าบริการที่เกินกว่า 1,000 บาทแทนบริษัทไปก่อน แล้วจึงค่อยนำมาเบิกกับทางบริษัท ซึ่งค่าบริการนั้นเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่พนักงานไ่ม่ได้หักไว้ อยากสอบถามว่า ในกรณีนี้ทางบริษัทต้องมีหน้าที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือไม่อย่างไร

คำตอบ

ตอบ   ตามมาตรา 3 เตรส ประกอบกับ ท.ป.4/2528 ข้อ 2 กำหนดให้ ให้ผู้จ่าย  หักภาษี ณ ที่จ่าย ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน ให้กับ ผู้รับ(ผู้มีเงินได้พึงประเมิน) 


ดังนั้น กรณีพนักงาน เป็นตัวแทนของบริษัท ได้นำเงินของตน สำรองจ่ายค่าบริการ ไปก่อนนั้น  ก็เป็นการกระทำการจ่ายแทนบริษัทเท่านั้น  แต่ผู้ที่จ่ายแท้จริง คือบริษัท ดังนั้น บริษัท มีภาระหน้าที่ต้องหัก ณ วันที่ผู้รับมีเงินได้ (วันที่พนักงานสำรองจ่ายนั่นเอง)  และนำส่งภาษี หัก ณ ที่จ่าย ภายใน 7 วัน(กรณียื่นแบบกระดาษ) หรือ ภายใน 15 วัน (กรณียื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต) 


ตัวอย่าง

วันที่ 1 พ.ค.2567  พนักงานจ่ายค่าบริการ AIS โดยสำรองจ่ายให้บริษัทก่อน ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้

วันที่ 1 ก.ค.2567   พนักงานนำเอกสารมาเบิกเงินกับบริษัท

ดังนั้น 

บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย  3%  ในวันที่ 1 พ.ค.67  ทำเรื่องขอคืนเงินจาก AIS  และยื่นแบบเพิ่มเติม เดือน ภาษี พ.ค.67 พร้อมทั้งเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน


คำสั่งกรมสรรพากร  ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ข้อ 2ให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินคำนวณหักภาษีไว้ทุกครั้งที่จ่ายเงินได้พึงประเมินแต่ละครั้งในอัตราร้อยละของเงินได้พึงประเมินตามที่ระบุในคำสั่งนี้

"ข้อ 12/1 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 8 ข้อ 9 (2) ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 12/3 และข้อ 12/4 แต่ไม่รวมถึงการจ่าย ค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
    (1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0

(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 


เรื่อง

กรรมการสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายเดือนเม.ย. แต่นำมาขอเงินคืนในเดือน มิ.ย. จะต้องทำหัก ณ ที่จ่ายในเดือนไหน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 23/06/2023 - วันที่ตอบ 06/07/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ข้อกฎหมาย

-

ปุจฉา

กรรมการบริษัทฯ ได้ไปสมัครอบรมสัมมนา และได้สำรองเงินจ่ายออกไปก่อนในนามบริษัทฯ เมื่อเดือนเมษายน ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีออกในนามบริษัทฯ และกรรมการได้มีหักภาษี ณ ที่จ่าย แล้ว 3% แต่กรรมการเพิ่งเอาใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีมาเบิกในเดือนมิถุนายน ซึ่งบริษัทฯ เพิ่งทราบว่ามีการหัก ณ ที่จ่าย เดือนเมษายน ไปแล้ว อย่างนี้บริษัทฯ ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.53 ถือเป็นเดือนไหนคะเพราะบริษัทฯจ่ายเงินคืนกรรมการในเดือน มิถุนายน เช่นกันค่ะ

    ทางบริษัทฯ ต้องนำส่ง ภ.ง.ด.53 เป็นของเดือนเมษายน และเสียเบี้ยปรับเพิ่ม หรือสามารถยื่น ภ.ง.ด.53 เป็นของเดือนมิถุนายน ได้ไหมค่ะเพราะว่ามีการจ่ายคืนกรรมการไปจริงและ หัก ณ วันที่จ่ายเงินนะคะ

วิสัชนา

กรณีตามข้อเท็จจริง กรรมการได้ทดรองจ่ายเงินค่าอบรมสัมมนาในนามบริษัทฯ ถือว่า กรรมการเป็นตัวแทนกระทำการแทนบริษัทฯ ในเรื่องของการจ่ายเงินได้และการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งในเดือนเมษายน ตามที่กรรมการได้จ่ายเงินได้ และมีหน้าที่ต้องคำนวณหัก และนำส่งภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้อง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ