Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องคำนวณเสียภาษีเงินได้และมีเงื่อนไข อย่างไรคะ
| เรื่อง | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะต้องคำนวณเสียภาษีเงินได้และมีเงื่อนไข อย่างไรคะ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 12/06/2022 - วันที่ตอบ 26/06/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 48 (5) และมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) |
| ปุจฉา | ออกจากงานอายุไม่ถึง 55 ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้จะต้องคำนวณเสียภาษีเงินได้ เเละมีเงื่อนไข อย่างไรคะ ขอวิธีการคำนวณด้วยนะคะ |
| วิสัชนา | 1. อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 48 (5) และมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ของเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามมาตรา 48 (5) และมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้ 1.1 เงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีแยกต่างหากจากเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากรได้ จะต้องมีเงื่อนไขดังนี้ (1) เป็นเงินได้ที่จ่ายให้เนื่องจากออกจากงานที่มีระยะเวลาทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี การนับระยะเวลาการทำงาน กรณีผู้มีเงินได้ได้เคยออกจากงานมาแล้ว ซึ่งมีช่วงระยะเวลาที่ออกจากงานจากนายจ้างคนหนึ่งและเข้าทำงานกับนายจ้างอีกคนหนึ่งไม่เกินหนึ่งปี โดยได้โอนเงินและผลประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างเดิมไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่ หรือเข้าทำงานกับนายจ้างเดิมซึ่งมีช่วงระยะเวลาที่ออกจากงานและเข้าทำงานใหม่ไม่เกินหนึ่งปี และเมื่อออกจากงานนั้น ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ให้นับระยะเวลาการทำงานในระหว่างที่ทำงานกับนายจ้างแต่ละคนเป็นระยะเวลาทำงานดังกล่าวด้วย การนับระยะเวลาการทำงาน กรณีผู้มีเงินได้เคยใช้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับเมื่อออกจากงานจากนายจ้างคนใดแล้ว หรือผู้มีเงินได้เมื่อออกจากงานจากนายจ้างคนใดแล้วมีช่วงระยะเวลาที่ออกจากงานจากนายจ้างนั้นและเข้าทำงานใหม่เกินหนึ่งปี ให้นับระยะเวลาการทำงานเฉพาะที่ได้ทำกับนายจ้างหลังจากนั้น (2) ในกรณีที่มีการจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ไม่ว่าจะจ่ายหรือแบ่งจ่ายจากเงินประเภทเดียวกันหรือหลายประเภท ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ได้เฉพาะเงินได้ที่ได้จ่ายในปีภาษีแรกที่มีการจ่ายเงินได้ดังกล่าวเท่านั้น (3) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีในกรณีนี้ได้เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้ไม่นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (ข้อ 2) 1.2 การเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ให้นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวมาเลือกเสียภาษีโดยหักค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ทั้งจำนวน (ข้อ 3 (1)) ดังนี้ (1) ให้นำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่ากับ 7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานแต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 50 ของเงินที่เหลือนั้น แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ (อัตราก้าวหน้า แต่ไม่ได้รับยกเว้นเงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก เพราะไม่ใช่เงินได้สุทธิตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร) (2) ในกรณีเงินได้พึงประเมินดังกล่าวจ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จจำนวนหนึ่งและเงินบำนาญอีกจำนวนหนึ่ง ให้ถือว่าเฉพาะเงินที่จ่ายในลักษณะเงินบำเหน็จเป็นเงินซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน และให้ลดค่าใช้จ่ายจำนวน 7,000 บาท ลงเหลือ 3,500 บาท ในการคำนวณจำนวนปีที่ทำงาน ในส่วนที่เกินกว่า 5 ปีบริบูรณ์ หากเศษของปี มีระยะเวลาถึง 183 วันให้ถือเป็นหนึ่งปี ถ้าไม่ถึง 183 วันให้ปัดทิ้ง 1.3 จำนวนภาษีเงินได้ที่คำนวณได้ตามข้อ 1.2 เท่าใด ให้ผู้จ่ายเงินได้ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ) หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ตามมาตรา 52 และมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อไป (ข้อ 4) 1.4 ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ให้ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้คำนวณและชำระภาษีถ้ามี ตามใบแนบ ภ.ง.ด.90/91 พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ที่ได้รับจากนายจ้างต่างรายกัน ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ดังกล่าวข้างต้น โดยนำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวรวมกันแล้วให้คำนวณและชำระภาษีถ้ามี พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่สำหรับจำนวนปีที่ทำงาน ให้ถือจำนวนปีที่ทำงานกับนายจ้างในรายที่มีจำนวนปีที่ทำงานมากที่สุด (ข้อ 5) 2. ขอวิธีการคำนวณด้วย ซึ่งความจริงมีในข้อ 1.2 ข้างต้นแล้ว แต่..ก็จัดไป... เงินได้พึงประเมินที่ได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ xxx หัก ค่าใช้จ่ายขั้นที่ 1 (7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน แต่ไม่เกินเงินได้พึงประเมิน) xxx คงเหลือ (ถ้ามี) xxx หัก ค่าใช้จ่ายขั้นที่ป 2 (50% ของเงินที่เหลือ) xxx เงินได้สุทธิ xxx คำนวณภาษีเงินได้ตามอัตราภาษีเงินได้ (อัตราก้าวหน้า) xxx (ไม่ได้รับยกเว้นเงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก) ได้เป็นจำนวนเท่าใด ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้เท่านั้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |