Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การซื้อสินค้าที่มีคะแนนส่วนลด
| เรื่อง | การซื้อสินค้าที่มีคะแนนส่วนลด |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 25/06/2024 - วันที่ตอบ 04/02/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545 |
| ปุจฉา | กรณีที่บริษัท A มาซื้อสินค้าจากราคาปกติ 100 บาท บริษัท A ซื้อราคา 30 บาท และส่วนต่างอีก 70 บาท บริษัท B จะได้รับจากลูกค้าซื้อสินค้ามาชำระจ่ายหน้าร้านค้า โดยลูกค้าใช้คะเเนนเพื่อแลกส่วนลดจากบริษัท A เพื่อมาใช้กับร้านค้า B จึงขอสอบถามดังนี้ 1. ทางบริษัทต้องเปิดใบแจ้งหนี้ เรียกเก็บค่าสินค้าเพิ่มจากบริษัท A เปิดแบบมี VAT หรือไม่มี VAT |
| วิสัชนา | ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545 เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 กรมสรรพากรวางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ดังต่อไปนี้ “ข้อ 1 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น ผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้ประกอบการขายปลีกหรือขายส่งสินค้าหรือผู้แทนจำหน่าย เมื่อผู้ขายสินค้าดังกล่าวจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาระยะยาว ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง เงินอุดหนุน เงินสนับสนุน เงินช่วยเหลือ เงินส่วนลด หรือเงินอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันที่ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะคำนวณจากฐานการซื้อขายหรือคำนวณจากฐานอื่นใด เพื่อให้มีผลต่อการขาย การลดต้นทุน หรือลดรายจ่าย ของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย ตัวอย่าง (1) บริษัท ก จำกัด และบริษัทผู้แทนจำหน่าย มีข้อตกลงว่า เพื่อเป็นการ ส่งเสริมการขายสินค้า บริษัท ก จำกัด จะใช้คูปองติดกับตัวสินค้าเป็นส่วนลดเงินสด เมื่อลูกค้านำสินค้าพร้อมคูปองมาชำระเงิน บริษัทผู้แทนจำหน่ายจะให้ส่วนลดเงินสดตามราคาคูปองนั้น และบริษัทผู้แทนจำหน่ายจะได้รับเงินชดเชยส่วนลดเงินสดตามคูปองนั้นคืนจากบริษัท ก จำกัด เงิน ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย บริษัท ก จำกัด จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย...” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริงบริษัท A ตกลงกับบริษัท B เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าที่มีราคาปกติ 100 บาท ว่า บริษัท A จะชำระราคาสินค้าให้แก่บริษัท B จำนวน 30 บาท เมื่อมีลูกค้ามาแลกซื้อสินค้าดังกล่าว และสำหรับส่วนต่างอีก 70 บาท นั้นบริษัท B จะได้รับจากลูกค้าที่มาซื้อสินค้า โดยจ่ายชำระหน้าร้านค้า โดยลูกค้าใช้คะเเนนเพื่อแลกส่วนลดจากบริษัท A เพื่อมาใช้กับร้านค้า (บริษัท B ) เช่นนี้ ถือว่าบริษัท B ขายสินค้าให้แก่ลูกค้า (ที่ใช้คะแนนส่วนลดของบริษัท A) ในราคาหลังหักส่วนลดการค้าจำนวน 30 บาท ที่จะได้รับจากบริษัท A ในภายหลัง 1. เมื่อบริษัท B เปิดใบแจ้งหนี้ เรียกเก็บค่าสินค้าเพิ่มจำนวน 30 บาท รวมกับค่าคะแนนส่วนลด อีก 70 บาท รวมเป็นเงิน 100 บาท จากบริษัท A บริษัท B ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่อย่างใด เนื่องจาก กรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น “รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 1 วรรคสองของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545 เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 2. บริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของเงินได้ จากการชำระเงินค่าสินค้าส่วนเพิ่ม เนื่องจากการจ่ายเงินได้ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นการจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 เพราะบริษัท B ไม่ใช่ผู้ซื้อจากบริษัท A ซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |