Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การตีราคาทรัพย์สิน ณ วันที่บริษัทโอนกิจการ


เรื่อง การตีราคาทรัพย์สิน ณ วันที่บริษัทโอนกิจการ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 21/09/2024 - วันที่ตอบ 01/10/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 73 และมาตรา 74 แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

ขอสอบถาม เรื่อง การจัดการสินทรัพย์ กรณีบริษัท 2 บริษัทควบรวมกิจการกัน ลักษณะควบแล้วเหลือ 1 บริษัท ค่ะ คือ A ใหญ่ + B เล็ก = A ใหญ่ บริษัท A รับสินทรัพย์จาก B มีวิธีการอย่างไรถึงจะถูกต้องคะ

วิสัชนา
ตามมาตรา 73 และมาตรา 74 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า 
    "มาตรา 73 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี ให้ถือว่าแต่ละบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งควบเข้ากันนั้นได้เลิกกัน และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใหม่อันได้ควบเข้ากันมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีแทนแต่ละบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งให้ถือว่าเลิกกันนั้น ในกรณีดังกล่าวนี้ให้นำบทบัญญัติมาตรา 72 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และสำหรับกรณีบริษัทนิติบุคคล ให้กรรมการของบริษัทนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นใหม่มีหน้าที่และความรับผิดเช่นเดียวกับผู้ชำระบัญชีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 72
     มาตรา 74 ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเลิกกันหรือควบเข้ากันกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษีให้เป็นไปตามวิธีการในมาตรา 65 มาตรา 65 ทวิ และ มาตรา 66 เว้นแต่
         (1) การตีราคาทรัพย์สิน
              (ก) ในกรณีที่เลิกบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ตีตามราคาตลาดในวันเลิก
              (ข) ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันให้ตีตามราคาตลาดในวันที่ควบเข้ากัน แต่ไม่ให้ถือว่าราคาดังกล่าวเป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมอันได้ควบเข้ากันนั้น และให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใหม่อันได้ควบเข้ากันถือราคาของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมในวันที่ควบเข้ากันเพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิจนกว่าจะได้มีการจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไป ทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมใช้อยู่เพียงเท่าที่ระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น และห้ามมิให้นำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ
              (ค) ในกรณีที่มีการโอนกิจการระหว่างบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลด้วยกันโดยที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้โอนกิจการต้องจดทะเบียนเลิกและมีการชำระบัญชีในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการนั้น ให้ตีตามราคาตลาดในวันที่จดทะเบียนเลิกและให้นำความใน (ข) มาใช้บังคับโดยอนุโลม..." 
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 31) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 เป็นต้นไป)

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
การตีราคาทรัพย์สิน ณ วันที่บริษัทโอนกิจการ
1. โดยทั่วไปในทางภาษีอากร การที่บริษัท B เล็ก โอนกิจการ หมายถึง การที่บริษัท B เล็ก ตกลงที่จะทำการโอนกิจการทั้งทรัพย์สินและหนี้สินทั้งปวงบรรดามี ไปให้แก่บริษัท A ใหญ่ เพื่อดำเนินกิจการต่อจากตน  
    ในการโอนกิจการเป็นไปตามมาตรา 73 แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับกรณีควบกิจการ

2. ในการโอนกิจการ บริษัท B เล็ก ที่ได้โอนกิจการ ซึ่งต้องเลิกกิจการไปนั้น ต้องดำเนินการตามมาตรา 74 (1) (ค) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ 
    (1) ให้ตีราคาทรัพย์สินตามมาตรา 74 (1) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องตีราคาทรัพย์สิน ณ วันโอนกิจการตามราคาตลาด ซึ่งเป็นผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่โอนกิจการนั้น อาจมีกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าในทางบัญชี บริษัท B เล็กจะได้มีการตีราคาทรัพย์สิน ณ วันเลิกกิจการหรือไม่ก็ตาม โดยต้องตีราคาทรัพย์สิน ณ วันเลิกกิจการให้เป็นไปตามราคาตลาด ณ วันเลิกกิจการ ซึ่งเป็นผลให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เลิกกิจการนั้น อาจมีกำไรหรือขาดทุนจากการตีราคาทรัพย์สินได้แล้วแต่กรณี
         (ก) กรณีที่ราคาตลาดของทรัพย์สิน ณ วันเลิกกิจการมีมูลค่าสูงกว่าราคาตามบัญชี ในทางบัญชีบริษัท B เล็ก ต้องรับรู้กำไรจากการตีราคาทรัพย์สิน เป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกกิจการนั้น 
         (ข) กรณีที่ราคาตลาดของทรัพย์สิน ณ วันเลิกกิจการมีมูลค่าต่ำกว่าราคาตามบัญชี ในทางบัญชีบริษัท B เล็ก ต้องรับรู้กำไรจากการตีราคาทรัพย์สินเป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกกิจการนั้น 
    (2) อย่างไรก็ตาม ในทางภาษีอากร บริษัท B เล็ก ไม่ต้องรับรู้รายได้หรือรายจ่ายจากการตีราคาทรัพย์สิน ณ วันโอนกิจการดังกล่าว เป็นรายได้หรือรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิของตนในรอบระยะเวลาบัญชีที่โอนกิจการนั้น  
    (3) สำหรับบริษัท A ใหญ่ที่รับโอนกิจการนั้น ให้ถือราคาของทรัพย์สินที่รับโอนมาจากบริษัท B เล็ก ที่ได้โอนกิจการนั้น ตามราคาที่ปรากฏในบัญชีของบริษัท B เล็ก ที่ได้โอนกิจการในวันที่ได้โอนกิจการกันดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิจนกว่าจะได้มีการจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไป ทรัพย์สินรายการใดมีสิทธิหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่บริษัท B เล็ก ใช้อยู่เพียงแต่เดิม เท่าที่ระยะเวลา และมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่สำหรับทรัพย์สินนั้นเท่านั้น และห้ามมิให้นำผลขาดทุนสุทธิของบริษัท B เล็ก (ถ้ามี) มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิของบริษัท A ใหญ่



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ