Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ภาษีของกล่องสุ่ม
| เรื่อง | ภาษีของกล่องสุ่ม |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 19/03/2023 - วันที่ตอบ 19/03/2023 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | - |
| ปุจฉา | มีข้อสังสัย เรื่อง ภาษีของกล่องสุ่ม ถ้าสั่งซื้อแล้วปรากฎว่า ทางเพจแจ้งกลับมาว่า เราได้รางวัลเป็นทองคำหนัก 5 บาท แต่ต้องโอนค่าภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้ 10,350 บาท ถ้าไม่รับสิทธิ์จะโอนสิทธิให้คนอื่น ขอถามว่า |
| วิสัชนา | ธุรกิจขาย “กล่องสุ่ม” ผิดกฎหมายไหม เสียภาษีแบบไหน รู้เพื่อเตรียมวางแผนภาษี บทความกรุงเทพธุรกิจ 17 ม.ค. 2565 เวลา 9:30 น.4.0k ใครที่กำลังทำธุรกิจขาย "กล่องสุ่ม" หรือกำลังคิดจะออกกล่องสุ่มมาขาย ไม่ว่าจะรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ จำเป็นต้องวางแผนให้ดี เพราะมีเรื่องกฎหมายและภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายประเด็น ธุรกิจฮอตฮิตที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นธุรกิจ “กล่องสุ่ม” ซึ่งจริงๆ มีการทำกล่องสุ่มขายกันมาหลายปีแล้ว โดยมีราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักแสน รวมถึงบางธุรกิจทำเป็นของแจกของแถมสมนาคุณให้แก่ลูกค้าที่สนับสนุนกันมายาวนาน กระทั่งตอนนี้ กล่องสุ่มเกิดเป็นกระแสโด่งดังมีการพูดถึงในหลายแง่มุม พ่อค้าแม่ค้าหันมาขายกล่องสุ่มกันอย่างล้นหลาม รวมถึงเรื่องของกฎหมายและภาษี ทำให้ ณ ตอนนี้ร้านค้า นักคิด นักขาย นักการตลาดทุกสาขา เริ่มตื่นตัวว่าจะต้องเดินไปทิศทางไหน และทำอย่างไรจึงจะถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ใครที่ทำธุรกิจกล่องสุ่มอยู่ หรือคนที่กำลังคิดจะออกกล่องสุ่มมาขาย ไม่ว่าจะรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ จำเป็นต้องวางแผนให้ดี เพราะมีเรื่องกฎหมายและภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหลายประเด็น ซึ่งถ้าหากคุณพร้อมแล้ว ไปเช็กกันว่า ธุรกิจกล่องสุ่มของตนเองทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ อยู่ในกลุ่มที่ต้องจ่ายภาษีแบบไหน และวางแผนภาษีกล่องสุ่มอย่างไรให้ถูกต้อง ไม่โดนสรรพากรตรวจสอบย้อนหลังกัน กล่องสุ่มคืออะไร กล่องสุ่ม (Mystery box) คือ กล่องที่มีการนำสินค้าหลายๆ อย่าง คละแบบ/ราคา ใส่ไว้ในกล่อง และมีการนำมาขาย โดยที่ผู้ซื้อไม่ทราบว่าสินค้าในกล่องมีอะไรบ้าง รู้เพียงราคาของกล่องที่ซื้อว่าเท่าไรเท่านั้น ซึ่งตามหลักแล้วถือเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดแบบหนึ่ง เป็นการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายและทำให้ลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้น ทั้งนี้ กล่องสุ่มในปัจจุบันมีสินค้าอยู่หลายประเภท ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละร้าน เช่น กล่องสุ่มเครื่องครัว เครื่องสำอาง โทรศัพท์ เสื้อผ้า ของเล่น กระเป๋า เบ็ดเตล็ด อาหารทะเล เรื่อยไปจนถึงกล่องสุ่มอาหารตามสั่ง ก็ยังมีให้เลือกซื้อเลือกลุ้นได้ตามชอบใจ ขายกล่องสุ่มผิดกฎหมายหรือไม่ ในการทำกล่องสุ่มขาย หากมีบางรายการสินค้าที่ราคาต่ำหรือสูงกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม โดยที่ผู้ซื้อเข้าใจและยินยอมว่าอาจจะได้สินค้าที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม ลักษณะนี้จะเรียกว่าการ “ชิงโชค” ดังนั้น ทางด้านกฎหมายจะถือว่าเข้าข่ายเป็นการพนัน ซึ่งการขายในรูปแบบนี้ จะต้องขออนุญาตจากกรมการปกครอง หรือเจ้าพนักงาน กระทรวงมหาดไทยก่อน จนได้รับใบอนุญาตและมีการประกาศล่วงหน้าให้ประชาชนทราบ จึงจะสามารถทำการขายกล่องสุ่มได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายการพนัน ส่วนทางด้านที่เกี่ยวข้องกับภาษี ในลักษณะที่เป็นกล่องสุ่มชิงโชค เมื่อผู้ขายให้สินค้าที่มีมูลค่าเกินกว่าราคาที่จ่าย เช่น สินค้าในกล่องหลายๆ ชิ้นรวมกันมูลค่า 1,000 บาท ตามมูลค่ากล่องสุ่ม จะต้องเสีย VAT 7% เป็นรอบที่หนึ่ง และสินค้าที่เหลือเช่น ทอง รถยนต์ ที่มีมูลค่าเกินมูลค่ากล่องสุ่ม ก็จะต้องเสีย VAT อีกหนึ่งรอบ เพราะถือเป็นเรื่องของการชิงโชค รวมถึงผู้ขายจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 5% ด้วย เพราะเป็นการชิงโชคนั่นเอง ภาษีกล่องสุ่มที่เป็น “ของขาย” ไม่ใช่ “ของแถม” หากมองเรื่อง “กล่องสุ่ม” ในมุมของภาษี ยังมีอยู่หลายประเด็นที่ร้านค้าไม่ควรมองข้าม ถ้ากล่องสุ่มเป็น “ของขาย” (ร้านค้า ขายสินค้าที่เป็น กล่องสุ่ม โดยตรง) การขายสินค้า ทำให้ร้านค้ามีรายได้เกิดขึ้น และแน่นอนว่ารายได้นั้น ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบธุรกิจของกิจการที่ขาย และหากรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท กิจการก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนให้ถูกต้องด้วย อีกเรื่องที่ต้องพิจารณา คือ เรื่องของการขายที่ต่ำกว่าราคาตลาด อย่างเช่นมูลค่ากล่องสุ่ม 1,000 บาท แต่สินค้าในกล่องมีมูลค่า 2,000 บาท กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าห้ามขายต่ำกว่าตลาด ซึ่งหากขายต่ำกว่าตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้า (เจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจตามกฎหมาย สามารถประเมินรายได้เพิ่มขึ้นให้เป็นไปตามราคาตลาด ทำให้กิจการต้องเสียภาษีเพิ่ม) แต่หาก ผู้ขายสามารถอธิบายเหตุผลอันสมควรกับสรรพากรได้ เช่นเป็นการทำโปรโมชั่นไม่ได้จงใจเพื่อทำให้ธุรกิจขาดทุน หรือมีแนวทางที่เป็นกำไรซ่อนอยู่ในนั้น (ภาพรวมยังคงกำไร) เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาว่าเป็นเหตุอันสมควรได้ ภาษีกล่องสุ่มที่เป็น “ของแถม” ไม่ใช่ “ของขาย” ส่วนกล่องสุ่มที่เป็น “ของแถม” เช่นการซื้อของปกติแต่มีกล่องสุ่มแถมไป หรือซื้อกล่องสุ่มซึ่งในกล่องสุ่มมีสินค้า 1 ชิ้น และมีสินค้าอื่นแถมไปด้วย หากผู้ขายทำกล่องสุ่มรูปแบบนี้ จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในส่วนที่เป็นของแถมด้วย แต่ก็มีข้อยกเว้นของแถมที่ไม่คิด VAT คือต้องเป็นการแถมพร้อมกับการขายสินค้า ที่มูลค่าของสินค้าที่แถมจะต้องไม่เกินมูลค่าของสินค้า ถ้าของแถมมีมูลค่ามากกว่าสินค้าต้องคิด VAT ของแถมตามราคาตลาดนอกจากนี้ผู้ขายจะต้องออกใบกำกับภาษี โดยกฎหมายกำหนดว่าต้องมีการระบุชนิด ประเภท และปริมาณสินค้าที่แถมไว้ในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกันด้วย ส่วนการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกล่องสุ่มที่มีมูลค่าสินค้าของแถมเกินกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม จะต้องนำมูลค่าของแถมบวกรวมกับมูลค่าเงินที่ได้รับ (มูลค่ากล่องสุ่ม) แล้วคิด VAT 7% นำส่งสรรพากร แนวทางวางแผนภาษีกล่องสุ่ม - เลือกว่าจะทำกล่องสุ่มในรูปแบบไหน ชิงโชค ขาย หรือเป็นของแถม เพื่อให้จัดการเรื่องกฎหมายและภาษีได้ถูกต้อง - หากเลือกเป็นการชิงโชค ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกใบอนุญาต และมีการประกาศล่วงหน้าให้ประชาชนทราบ จึงจะสามารถทำการขายกล่องสุ่มได้ - ภาษีสำหรับกล่องสุ่มแบบชิงโชค ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 2 ต่อ คือ 1) เสีย VAT ตามมูลค่ากล่องสุ่ม และ 2) เสีย VAT สินค้าที่มีมูลค่าเกินมูลค่ากล่องสุ่ม รวมถึงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ด้วย - หากทำกล่องสุ่มเป็นลักษณะการขายสินค้า สินค้าที่อยู่ในกล่องจะถือว่าเป็นสินค้าทั้งสิ้น รวมถึงต้องออกใบกำกับภาษีให้ครบถ้วน - ราคาขายไม่ควรต่ำกว่าราคาตลาด หรือหากต่ำกว่าราคาตลาด ต้องมีเหตุอันสมควร ซึ่งสามารถชี้แจงกับสรรพากรได้ - หากทำกล่องสุ่มเป็นลักษณะของแถม อยากทำโปรโมชั่น หรือทำการตลาดที่มีของแถมไปด้วย อย่าให้ของแถมเกินกว่าราคาสินค้าที่ขาย และมีการระบุไว้ในใบกำกับภาษีอย่างชัดเจนว่าเป็นของแถม มีมูลค่าเท่าไร เพื่อป้องกันเมื่อสรรพากรตรวจสอบ - หากของแถมมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม ต้องนำมูลค่าของแถม + มูลค่ากล่องสุ่ม แล้วคิด VAT 7% ดังนั้น ผู้ขายต้องวางแผนให้รอบคอบก่อน ว่าจะขายของ/ทำโปรโมชั่นกล่องสุ่มในรูปแบบไหน และยื่นภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายกำหนด ปัญหาเรื่องกฎหมายและภาษีก็จะไม่ตามมาแน่นอน ----------------------------------- Source : Inflow Accounting ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง กล่องสุ่มขายในลักษณะนี้ มีบางรายการสินค้าที่ราคาต่ำหรือสูงกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม โดยที่ผู้ซื้อเข้าใจและยินยอมว่าอาจจะได้สินค้าที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่ามูลค่ากล่องสุ่ม เข้าลักษณเป็นการ “ชิงโชค” ราคากล่องสุ่มจึงต้องตายตัว ไม่อาจเรียกเก็บเงินเพิ่มใดๆ จากลูกค้าได้อีกแล้ว ที่อ้างว่าเป็นค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 10,350 บาท เมื่อคำนวณกลับไปเป็นราคาทองจะได้เป็นเงิน 147,857.14 บาท หารด้วย 5 ก็จะได้ราคาทองบาทละ 29,571.43 บาท หากความโลภเข้ามาเยือน ส่งเงินไปไม่มากนัก หวังว่าจะได้ทองน้ำหนัก 5 บาท มูลค่าเกือบ 150,000 บาท เงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวนไม่มากนัก พอจ่ายไหว ไม่มีก็หยิบยืมมาได้ สุดท้ายก็อาจสูญสลายเข้ากลีบเมฆ ดังนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า ไม่ควรส่งเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มไปให้ “มัน” โดยเด็ดขาด ให้แจ้งกลับว่า ขอจ่ายเงินปลายทาง เมื่อได้รับสินค้า หากไม่ตกลงตามนี้ ขอให้โอนเงินคืน ทำทีเป็นอ้างว่า หากไม่รับจะโอนสิทธิให้คนอื่น ซึ่งเป็นข้อความกระตุ้นต่อมอยากได้ของลูกค้า “ฟันธง” ว่าเป็น “มิจฉาชีพ” อย่างเที่ยงแท้แน่นอนครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |