Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

จัดการหนี้เงินยืมกรรมการ เมื่อบริษัทเลิกกิจการ


เรื่อง จัดการหนี้เงินยืมกรรมการ เมื่อบริษัทเลิกกิจการ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 05/10/2026 - วันที่ตอบ 06/10/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 1266 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
ปุจฉา
บริษัทฯ ต้องการจะเลิกกิจการ แต่ในงบการเงินยังมียอดเจ้าหนี้เงินยืมกรรมการอยู่ จะจัดการอย่างไรกับหนี้เงินยืมกรรมการคะ
วิสัชนา
วิธีการจัดการยอดเจ้าหนี้เงินยืมกรรมการเมื่อเลิกกิจการ
เมื่อบริษัทต้องการเลิกกิจการแต่ยังมียอด "เจ้าหนี้เงินยืมกรรมการ" ค้างอยู่ในงบการเงิน แนวทางปฏิบัติทางบัญชีและภาษีที่นิยมและถูกต้องตามแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรมี 2 ทางเลือก ดังนี้
ทางเลือกที่ 1 กรรมการยกหนี้ให้บริษัทฯ 
    การที่กรรมการตัดสินใจยกหนี้เงินยืมดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ เพื่อให้ยอดหนี้หมดไปก่อนหรือระหว่างกระบวนการชำระบัญชี 
    • การบันทึกบัญชี บันทึกยอดหนี้ที่ยกให้เป็น "รายได้อื่น" ของบริษัทฯ ทันที 
    • ผลกระทบทางภาษี 
 • นำรายได้นี้ไปคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) รอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย 
 • สามารถนำ ผลขาดทุนสะสม 5 ปีย้อนหลัง (ถ้ามี) มาหักกลบลบหนี้เพื่อลดภาระภาษีได้
 • ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 
    • ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ผู้ชำระบัญชีจะมีหน้าที่รับผิดชอบชำระภาษีอากรแทนบริษัทฯ ได้เท่ากับจำนวนทรัพย์สินที่มีอยู่จริง ณ วันเลิกกิจการเท่านั้น (อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4638/2546) ไม่มีภาระต้องควักเงินส่วนตัวมาจ่ายเพิ่มในส่วนที่เกินทรัพย์สินบริษัทฯ  
    อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรอบระยะเวลาบัญชีที่เลิกเป็นรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายของบริษัทฯ หากกรรมการไม่รีบยกหนี้ให้ในรอบระยะเวลาบัญชีนี้ บริษัทฯ ก็ย่อมยังไม่ถือว่า มีรายได้อื่นดังที่ได้กล่าวข้างต้น บริษัทฯ ก็ไม่พึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ถ้ามี) จากรายได้อื่นอันเนื่องจากการที่กรรมการยกหนี้ให้ และยิ่งบริษัทฯ ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ที่จะชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล กรรมการและผู้ชำระบัญชี ก็ไม่มีหน้าที่ต้องหาเงินมาชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทฯ อาจถูกประเมินเรียนเก็บเพิ่มเติม โดยเจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจที่จะประเมิน เพราะไม่เลิกกิจการแล้ว หน้าที่ในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ย่อมสิ้นสุดลงไป โดยปริยาย ตามรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย ตามมาตรา 67 ทวิ วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร 
    ประเด็น บริษัทฯ อาจไม่สามารถเสร็จกาชำระบัญชีได้ เพื่อติดการระงับการเสร็จการชำระบัญชีตามคำขอของเจ้าพนักงานสรรพากร

ทางเลือกที่ 2: ยื่นคำร้องต่อศาลให้บริษัทเป็นล้มละลาย (กรณีสินทรัพย์ไม่พอชำระหนี้)
    หากบริษัทฯ ไม่มีทรัพย์สินหรือเงินสดเหลือพอที่จะชำระคืนหนี้เงินยืมให้แก่กรรมการ และกรรมการไม่ประสงค์จะยกหนี้ให้ โดยบริษัทฯ ต้องเป็นหนี้กรรมการที่สามารถระบุจำนวนได้ และมูลค่าหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท 
    • การดำเนินการ ผู้ชำระบัญชีต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้บริษัทเป็นบุคคลล้มละลาย ตามมาตรา 1266 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 
      “มาตรา 1266 ถ้าผู้ชำระบัญชีมาพิจารณาเห็นว่า เมื่อเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้ว สินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สินไซร้ ผู้ชำระบัญชีต้องร้องขอต่อศาลทันที เพื่อให้ออกคำสั่งว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นล้มละลาย” 
      และตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
      “มาตรา 88 ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด 1 แล้ว ผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สิน
           เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์” 
    • ผลลัพธ์ เข้าสู่กระบวนการจัดการทรัพย์สินและแบ่งชำระหนี้ตามกฎหมาย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการศาล จะถือว่าการชำระบัญชีเสร็จสิ้นสมบูรณ์
สิ่งที่ต้องทำและข้อควรระวัง
    • การยื่นงบและภาษี ต้องจัดทำและยื่นงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ พร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รอบสุดท้ายภายใน 150 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนเลิกกิจการ 
    • ตรวจสอบที่มาของเงิน ตรวจสอบว่ายอดเงินยืมกรรมการดังกล่าวมีเอกสารหลักฐานการรับเงินเข้าบัญชีบริษัทจริงหรือไม่ เพื่อป้องกันประเด็นข้อซักถามจากสรรพากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ