Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง
| เรื่อง | ขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้ง |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 01/06/2024 - วันที่ตอบ 02/06/2024 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม,อากรแสตมป์ |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ |
| ปุจฉา | สอบถามปัญหาประเด็นสัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งครับ หากสัญญาระบุว่า - ค่าสินค้า 5,000,000 บาท โดยจะเรียกรวมว่า ค่าสินค้า ทั้งนี้จะแบ่งชำระเงิน 6,000,000 บาท เป็น 3 งวด งวดละ 2,000,000 บาท โดยการส่งหนังสือแจ้งหนี้จะไม่ได้แยกค่าสินค้าและขนส่ง ติดตั้งออกจากกัน ผมอยากทราบว่า 1. การชำระค่าสินค้าในแต่ละงวดต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ครับ 2. สัญญาต้องนำไปชำระอากรหรือไม่ครับ |
| วิสัชนา | กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง ดังตัวอย่างแนวคำตอบข้อหารือดังนี้ เลขที่หนังสือ : กค 0706/948 วันที่ : 8 กุมภาพันธ์ 2551 เรื่อง : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง ข้อกฎหมาย : คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ข้อหารือ : บริษัทฯ ประกอบกิจการนำเข้า จำหน่ายเครื่องจักร อะไหล่และอุปกรณ์พร้อมติดตั้ง บริษัทฯ ได้ขายเครื่องจักรให้แก่ บริษัท อ. พร้อมทำการติดตั้ง และได้เรียกเก็บราคาเครื่องจักรพร้อมกับค่าบริการติดตั้งรวมกัน บริษัทฯ จึงขอทราบว่า 1. สัญญาขายพร้อมติดตั้งดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าซึ่งไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษี เงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ถูกต้องหรือไม่ 2. บริษัทฯ ได้รับชำระเงินงวดแรกและถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้ว หากบริษัทฯ ไม่ประสงค์จะนำเงินภาษีที่ถูกหัก ไว้ไปเป็นเครดิตภาษีของบริษัทฯ เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ สามารถขอคืนได้หรือไม่ อย่างไร แนววินิจฉัย : 1. ตามข้อ 3. และข้อ 4. ของสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับบริษัท อ. นั้น บริษัทฯ มีฐานะเป็นผู้ให้บริการหรือผู้รับจ้าง และบริษัท อ. มีฐานะเป็นผู้รับบริการหรือ ผู้ว่าจ้าง โดยบริษัท อ. ได้ว่าจ้างบริษัทฯ ออกแบบ จัดหา และติดตั้งกรรมวิธีการผสมกาแฟเพื่อประกอบการโรงงานจนเสร็จสมบูรณ์ ประกอบกับความตามข้อ 9. ของสัญญาฉบับเดียวกันระบุให้กรรมสิทธิ์ ในเครื่องจักรผลิตกาแฟโอนไปยังบริษัท อ. ต่อเมื่อบริษัทฯ ได้ทำการติดตั้ง ทดสอบการทำงาน และส่งมอบเครื่องจักรผลิตกาแฟ เรียบร้อยแล้ว จึงเห็นได้ว่า กิจการที่บริษัทฯ ได้กระทำให้แก่บริษัท อ. เป็นการให้บริการออกแบบและติดตั้งเครื่องจักร ผลิตกาแฟโดยมุ่งหวังถึงผลสำเร็จของงานที่ว่าจ้างเป็นสำคัญ มิได้มีลักษณะเป็นการขายสินค้าและรับดำเนินการติดตั้ง กิจการที่บริษัทฯ กระทำไปจึงไม่เป็นการขายเครื่องจักรและให้บริการติดตั้งแต่อย่างใด เมื่อบริษัท อ. จ่ายเงินตามสัญญา ให้แก่บริษัทฯ จึงเป็นการจ่ายเงินค่าบริการอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร อยู่ในบังคับ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/258ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 2. การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรฉบับดังกล่าว เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีอากรล่วงหน้าก่อน กำหนดเวลาชำระภาษีตามที่มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้อำนาจกระทำได้โดยชอบ และมาตราเดียวกันนี้ ได้กำหนดให้นำความตามมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร มาใช้บังคับแก่เงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ โดยให้ถือเป็นเครดิต ภาษีของผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษี ดังนั้น กรณีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย บริษัทฯ มีสิทธินำไปถือเป็นเครดิตภาษี ในการคำนวณภาษีเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยหากภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้มีจำนวนมากกว่าเงินภาษีที่ต้องชำระเมื่อสิ้น รอบระยะเวลาบัญชีแล้ว บริษัทฯ จึงจะมีสิทธิขอรับคืนเงินภาษีดังกล่าว เลขตู้ : 71/35635 เลขที่หนังสือ : กค 0702/9659 วันที่ : 24 ธันวาคม 2557 เรื่อง : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมติดตั้ง ข้อกฎหมาย : มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ข้อหารือ : บริษัท ซ. ได้ขอหารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการขายสินค้าพร้อมติดตั้ง สรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้ 1. บริษัทฯ ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มประกอบกิจการเกี่ยวกับการขายส่งและขายปลีกวัสดุก่อสร้าง พร้อมบริการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่เป็นปกติ ทั้งนี้ ในการขายสินค้าของบริษัทฯ ผู้ซื้อสามารถซื้อเฉพาะสินค้าของบริษัทฯ โดยไม่รับบริการติดตั้งจากบริษัทฯ ก็ได้ ผู้ซื้อสามารถจ้างบุคคลอื่นมาติดตั้งแทนและไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าพร้อมรับบริการติดตั้งจากบริษัทฯ 2. เนื่องจากในการทำสัญญาซื้อขายและติดตั้งระหว่างบริษัทฯ กับผู้ซื้อ การออกใบกำกับภาษีขายมิได้มีการระบุแยกรายการว่าเป็นราคาค่าสินค้าและเป็นค่าบริการจำนวนเท่าใด จึงทำให้เกิดปัญหาในการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย บริษัทฯ จึงขอหารือในกรณีดังนี้ 2.1 ถ้าบริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีขายโดยแยกรายการเป็นค่าสินค้าและค่าบริการออกจากกัน ราคาสินค้าที่แยกถือเป็นการขายสินค้า ผู้จ่ายเงินไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ถูกต้องหรือไม่ 2.2 ถ้าบริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีขายโดยมิได้แยกรายการค่าสินค้าออกจากค่าบริการ คือ รวมเป็นราคาเดียว เช่นนี้จะถือว่าเป็นการขายหรือเป็นการให้บริการ และผู้จ่ายเงินจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายได้หรือไม่ แนววินิจฉัย : 1. กรณีตาม 2.1 หากบริษัทฯ ขายวัสดุก่อสร้างและวัสดุเคมีภัณฑ์พร้อมบริการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยการออกใบกำกับภาษีได้แยกมูลค่าของสินค้าและของบริการออกจากกัน ไม่ว่าด้วยการออกใบกำกับภาษีเป็นสองฉบับและแยกมูลค่าของสินค้าและของบริการออกจากกัน หรือออกใบกำกับภาษีฉบับเดียวแต่แยกมูลค่าของสินค้าและของบริการก็ตาม เมื่อผู้ซื้อชำระค่าสินค้าและค่าบริการ ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับค่าสินค้า แต่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3.0 สำหรับค่าบริการติดตั้ง ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 2. กรณีตาม 2.2 หากบริษัทฯ ขายวัสดุก่อสร้างและวัสดุเคมีภัณฑ์พร้อมบริการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยในการออกใบกำกับภาษีได้รวมมูลค่าของสินค้าและของบริการ เป็นราคาเดียวกัน ถือว่าเป็นการขายสินค้า และเมื่อผู้ซื้อชำระค่าสินค้า ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 เลขตู้ : 77/39434 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง หากบริษัทฯ ขายสินค้าพร้อมให้บริการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งในการออกใบกำกับภาษีได้รวมมูลค่าสินค้า และค่าบริการเป็นราคาเดียวกัน โดยมุ่งหมายที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าเป็นสำคัญ ในทางภาษีอากรถือว่าเป็นการขายสินค้า และเมื่อผู้ซื้อชำระค่าสินค้า ผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และในกรณีนี้ เมื่อถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากสัญญาประธานเป็นสัญญาจ้างทำของ ดังแนวคำตอบข้อหารือเลขที่ กค 0706/948 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 โดยมุ่งหวังถึงผลสำเร็จของงานที่ว่าจ้างเป็นสำคัญ มิได้มีลักษณะเป็นการขายสินค้าและรับดำเนินการติดตั้ง กิจการที่บริษัทฯ กระทำไปจึงไม่เป็นการขายเครื่องจักรและให้บริการติดตั้งแต่อย่างใด เมื่อบริษัทผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตามสัญญา ให้แก่บริษัทฯ จึงเป็นการจ่ายเงินค่าบริการอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร อยู่ในบังคับ ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของค่าจ้างรวมค่าสินค้า อันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างทำของ ตามข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/258ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |