ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

กรรมการสามารถอ้างหรือปฎิเสธความรับผิดได้หรือไม่ ว่าตนไม่รู้หรือไม่ชำนาญเพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของตน


เรื่อง กรรมการสามารถอ้างหรือปฎิเสธความรับผิดได้หรือไม่ ว่าตนไม่รู้หรือไม่ชำนาญเพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของตน
แหล่งที่มา ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1158-1164 (เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการ), มาตรา 1168 (หน้าที่ในการปฏิบัติงานของกรรมการ)
คำถาม

ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกันและอาวัลตั๋วเงิน ไม่เป็นไปตามระเบียบปกติของธนาคาร มิได้เร่งรัดติดตามหนี้สิน หรือดำเนินการใดเพื่อแก้ไขหนี้ดังกล่าวเป็นเหตุให้ธนาคารได้รับความเสียหาย กรรมการสามารถอ้างหรือปฎิเสธความรับผิดได้หรือไม่ ว่าตนไม่รู้หรือไม่ชำนาญเพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของตน

คำตอบ

คดีแรงงาน  เรื่อง กรรมการไม่อาจอ้างความไม่รู้หรือไม่ชำนาญเพราะไม่ใช่หน้าที่หลักของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2541

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1158-1164 (เกี่ยวกับอำนาจและหน้าที่ของกรรมการ)

                                                                                                 มาตรา 1168 (หน้าที่ในการปฏิบัติงานของกรรมการ)

สรุปใจความสำคัญ :

        การที่กรรมการอ้างว่าไม่รู้หรือไม่มีความชำนาญในการดำเนินงานบางอย่างของบริษัท เนื่องจากไม่ใช่หน้าที่หลักที่ตนรับผิดชอบ ไม่สามารถเป็นข้ออ้างให้ยกเว้นความรับผิดได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังในฐานะผู้ประกอบการค้า และต้องเอื้อเฟื้อสอดส่องกิจการอย่างเหมาะสม กรรมการต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ ย่อมถือว่ากรรมการมีความผิดและต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วย


รายละเอียดคำพิพากษาโดยย่อ :

        จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ต่างก็เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของโจทก์ต่างวาระกัน มีหน้าที่ดูแลกิจการทั้งหมดของธนาคารโจทก์ให้พนักงานปฏิบัติตามระเบียบของธนาคารที่ได้วางไว้ตลอดถึงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธนาคารพาณิชย์เมื่อมีการปล่อยสินเชื่อให้กู้ยืมเงิน การค้ำประกันและอาวัลตั๋วเงินไม่เป็นไปตามระเบียบปกติของธนาคาร มิได้เร่งรัดติดตามหนี้สิน หรือดำเนินการใดเพื่อแก้ไขหนี้ดังกล่าวเป็นเหตุให้ธนาคารโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ชื่อว่าทำละเมิดต่อโจทก์ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 

        สำหรับจำเลยที่ 4 แม้มิใช่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่แต่มีหน้าที่ดูแลด้านสินเชื่อภายในประเทศ ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้รับการสรุปภาระหนี้สินของธนาคารโจทก์จาก ป. หลายครั้งเพื่อให้สั่งการ แต่จำเลยที่ 4 ก็มิได้สั่งการแต่ประการใดเป็นเหตุให้ไม่สามารถติดตามหนี้สินจากลูกหนี้ของธนาคารโจทก์ได้ การที่จำเลยที่ 4 ละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่และระเบียบปฏิบัติของธนาคารโจทก์ จำเลยที่ 4 ได้ชื่อว่าทำละเมิดต่อโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายจำเลยที่ 4 ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 

        ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยการประกอบกิจการบริษัทของกรรมการซึ่งอำนาจของกรรมการจะมีเพียงใดย่อมเป็นไปตามมาตรา 1158 ถึง 1164 ส่วนมาตรา 1168 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ ซึ่งมาตรา 1168 วรรคแรก บัญญัติให้กรรมการใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขาย ผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง ส่วนวรรคสองหมายถึง กิจการที่จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษมากขึ้น หาได้หมายความว่า กรรมการจะต้องร่วมกันรับผิดเฉพาะกิจการ 4 ประการ ที่บัญญัติในวรรคสอง มาตรา 1168 เท่านั้นไม่ 

        เมื่อมาตรา 1168 บัญญัติให้กรรมการทุกคนต้องมีหน้าที่เอื้อเฟื้อสอดส่อง การจะเป็นกรรมการของบริษัทใด กรรมการผู้นั้นจึงต้องประกอบด้วยความรู้ความเข้าใจในการประกอบกิจการของบริษัท นั้นด้วย มิฉะนั้นกรรมการก็ไม่อาจเอื้อเฟื้อสอดส่อง กิจการให้ดีได้ ธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ต้องอาศัยกรรมการผู้มีความรอบรู้ในธุรกิจการธนาคารพาณิชย์ด้วย เพื่อให้เอื้อเฟื้อสอดส่องกิจการของธนาคารให้ลุล่วงไปด้วยดี



 ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป .!!

ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น  การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน

จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา  รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน  รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา  บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย

(ทนายความ)

ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182

E-mail : legal@aapth.com

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ