1. ตามมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ที่ได้กระทำตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น การปิดแสตมป์ทับตราสารนั้น คือ การได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษ ก่อนกระทำหรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย และได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว (มาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร)
2. โดยทั่วไปอากรแสตมป์ห้ามนำมาใช้ซ้ำ ซึ่งตามมาตรา 124 มาตรา 126 และมาตรา 129 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดบทลงโทษทางอาญาเกี่ยวกับอากรแสตมป์กรณีต่างๆ ดังนี้ “มาตรา 124 ผู้ใดมีหน้าที่เสียอากร หรือขีดฆ่าแสตมป์ เพิกเฉยหรือปฏิเสธไม่เสียอากร หรือไม่ขีดฆ่าแสตมป์ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา 126 ผู้ใดจงใจลงวันเดือนปีที่ขีดฆ่าแสตมป์เป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ” มาตรา 129 ผู้ใดโดยเจตนาทุจริตมีแสตมป์ซึ่งรู้อยู่ว่าเป็นแสตมป์ปลอมก็ดี หรือค้าแสตมป์ที่ใช้แล้ว หรือที่มีกฎกระทรวงประกาศให้เลิกใช้เสียแล้วก็ดี ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ” ดังจะเห็นได้ว่า การปิดอากรแสตมป์นั้น ท่านให้ปิดก่อนหรือในทันทีที่กระทำตราสาร ทั้งนี้ โดยสามารถปิดแสตมป์ล่าช้าได้ไม่เกิน 15 วัน นับแต่วันที่ได้กระทำตราสาร (มาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร) ดังนั้น หากวันที่ที่ประทับลงบนอากรแสตมป์ เป็นวันที่ก่อนที่จะได้กระทำตราสาร หรือไม่เกินกว่า 15 วัน นับแต่วันที่ได้กระทำตราสาร ย่อมไม่ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด แต่ถ้าวันที่ที่ประทับลงบนอากรแสตมป์ เป็นวันทีหลังจากทีได้กระทำตราสารแล้วเกินกว่า 15 วัน ย่อมมีความผิด อย่างไรก็ตามหากพิสูจน์ได้ว่า เป็นการประทับวันที่ผิดลงไป โดยมีหลักฐานที่ชัดแจ้ง อาทิ การบันทึกรายการบัญชี การถือเป็นรายจ่าย รายงานที่เกี่ยวข้องอื่นใด ก็ย่อมสามารถแก้ไขวันที่ได้ เพราะไม่มีข้อห้ามแต่อย่างใด นอกจากกรณีตามมาตรา 126 แห่งประมวลรัษฎากร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ " |