1. ตามมาตรา 80/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร “มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (6) การขายสินค้าหรือการให้บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการ ี่อยู่ในเขตปลอดอากรไม่ว่าจะอยู่ในเขตเดียวกันหรือไม่ หรือระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 123) ประกอบ) คลังสินค้าทัณฑ์บนตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความถึงคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร"
2. ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 123) ฯ ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามมาตรา 80/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการขายสินค้าหรือการให้บริการ บางกรณี ตามมาตรา 80/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ “ข้อ 2 การขายสินค้า การให้บริการที่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่าง หรือการให้บริการที่ไม่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่างแต่ทำให้สินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร หรือระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากรไม่ว่าจะอยู่ในเขตปลอดอากรเดียวกันหรือไม่ การให้บริการที่ไม่ก่อให้เกิดสินค้าที่มีรูปร่างตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการให้บริการกับสินค้าซึ่งส่งออกนอกราชอาณาจักร และต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ข้อ 3 การขายสินค้าหรือการให้บริการตามข้อ 2 ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน ระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากร จะต้องเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ข้อ 4 การขายสินค้าหรือการให้บริการตามข้อ 2 ระหว่างผู้ประกอบการกับ ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการอยู่ในเขตปลอดอากรไม่ว่าจะอยู่ในเขตปลอดอากรเดียวกัน หรือไม่ จะต้องเป็นไปตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 เป็นต้นไป”
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง (ได้แก้โจทย์คำถาม เป็นดังที่เห็น) 1. กรณีบริษัท ก มิได้ประกอบการในเขตปลอดอากร ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ส ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีสินค้าเก็บในเขตปลอดอากร โดยบริษัท ก ให้บริษัท ส จัดส่งสินค้าให้ บริษัท พ ในเขตปลอดอากร โดยบริษัท ส จัดทำใบขนสินค้าสินค้าขาออกโอนย้ายเข้าเขตปลอดอากร (ประเภท D) ให้กับ บริษัท พ ในเขตปลอดอากร เข้าลักษณะเป็นการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บนกับคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เช่นนี้ บริษัท ส มีหน้าที่ออกใบกำกับภาษ๊เรียกเก็บค่าสินค้ามายัง บริษัท ก บริษัท ส ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 123) ฯ ลงวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2545 2. กรณีบริษัท ก ขายสินค้าให้แก่บริษัท พ นั้น เนื่องจากบริษัท ก มิได้เป็นผู้ประกอบการในเขตปลอดอากร และมิได้ปฏิบัติตามแบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร บริษัท ก จึงมีหน้าที่ออกใบกำกับภาษี และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับค่าสินค้าดังกล่าวในอัตรา 7%
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |