Case study

เบี้ยปรับในภาภาษีธุรกิจเฉพาะ


เรื่อง เบี้ยปรับในภาภาษีธุรกิจเฉพาะ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 04/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างบ้านขาย ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อมีการตรวจสอบพบว่า ยื่นเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต่ำกว่าความเป็นจริง จึงถูกประเมินแต่คิดค่่าปรับเป็นอัตรา 20% 2 เท่า ตาม ม.89(1) ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือประกอบกิจการเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/17 แล้ว ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า 

คำถาม  กรณีไม่ได้จดภาษีธุรกิจเฉพาะ แล้วถูกประเมินเบี้ยปรับ กรมสรรพากรคิดค่าปรับ อัตรา 20% ของยอดภาษีธุรกิจเฉพาะ  สามารถอ้างอิงข้อกฏหมายใดในการประเมิน

คำตอบ

คำตอบ


เนื่องจากกฏหมายเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ได้กำหนดเรื่องค่าปรับ เงินเพิ่ม และกรณีอื่นๆ ไว้เป็นการเฉพาะ ตามมาตรา 91/21 แห่งประมวลรัษฏากร ให้นำบทบัญญัติในหมวด 4 (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)  มาบังใช้โดยอนุโลม 


ดังนั้น กรณีนี้จึงต้องนำกฏหมายในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มมาบังคับใช้ในการคำนวณเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ตามมาตรา 91/21 (6) ส่วน 13 เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม ทุกมาตรา

 

ส่วน 13 เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม


มาตรา 91/21ให้นำบทบัญญัติในหมวด 4 ดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
             (1) ส่วน 7 การยื่นแบบและการชำระภาษี มาตรา 83/2 และมาตรา 83/3
             (2) ส่วน 8 เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 84/3
             (3) ส่วน 9 การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 85/4 มาตรา 85/5 มาตรา 85/6 มาตรา 85/7 มาตรา 85/8 มาตรา 85/9 มาตรา 85/12 มาตรา 85/13 มาตรา 85/14 มาตรา 85/15 มาตรา 85/16 มาตรา 85/17 มาตรา 85/18 และมาตรา 85/19
             ( 
ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 2) )
 
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.132/2546)
 
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.133/2546)
             (4) ส่วน 11 การจัดทำรายงาน และการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา 87/3
             (5) ส่วน 12 อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา 88/3 มาตรา 88/4 และมาตรา 88/5
 (6) ส่วน 13 
เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม ทุกมาตรา
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.120/2545 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.121/2545 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.92/2542 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.117/2545 ) (ยกเลิกโดย ป.163/2567)
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.163/2567 )
             (7) ส่วน 14 บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติมาตราดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งมาตรา 90/5
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป )



 1) เบี้ยปรับ 
            ต้อง
เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตามมาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

            หากไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นให้จัดทำคำร้องของดเบี้ยปรับ แสดงเหตุผลความจำเป็นในการที่ประกอบการโดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมมีสิทธิของดเบี้ยปรับได้ โดยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรสังกัดสรรพากรพื้นที่ ที่ผู้ประกอบการมีภูมิลำเนา ในเบื้องต้น ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก่อนแล้วค่อยตามเรื่องการพิจารณางดเบี้ยปรับต่อไป ตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 81/2542  โดยใช้วิธีการคำนวณตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542


การเสียค่าเบี้ยปรับแบ่งได้ 2 กรณี 

- กรณียื่นแบบเพิ่มเติม (ต้องมีการยื่นแบบปกติมาก่อนถึงจะยื่นเพิ่มเติมได้) ตามมาตรา 89(3) และมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร และ 

- กรณีไม่เคยยื่นแบบในเดือนนี้นั้นมาก่อน (อาจจะลืมยื่น) ตามมาตรา 89(2) แห่งประมวลรัษฎากร

     1)  กรณียื่นเพิ่มเติม คิดเบี้ยปรับในอัตรา 2% - 20%

- ถ้าชำระภายใน 1-15 วัน คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา 2% 

- ถ้าชำระภายใน 16-30 วัน คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา 5% 

- ถ้าชำระภายใน 31-60 วัน คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา 10% 

- ถ้าชำระหลัง 60 วันไปแล้ว คิดค่าเบี้ยปรับในอัตรา 20% 

       เบี้ยปรับคำนวณโดยนำจำนวนภาษีที่ต้องชำระ x 1 เท่า x อัตราเบี้ยปรับข้างต้น ตามระยะเวลา  ตามมาตรา 89(3) และมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร ขอลดเบี้ยปรับตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 81/2542ดูวิธีการคำนวณตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542ฯ

      2)  กรณีไม่ได้ยื่นแบบมาก่อน  เบี้ยปรับคำนวณโดยนำจำนวนภาษีที่ต้องชำระ x 2 เท่า x อัตราเบี้ยปรับข้างต้น ตามระยะเวลา - ดูข้อ.1)
 ถ้าไม่มีภาษีต้องชำระ ก็ไม่เสียค่าเบี้ยปรับ แต่ยังคงต้องเสียค่าปรับอาญา ตามมาตรา 89(2) แห่งประมวลรัษฎากร และขอลดเบี้ยปรับตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป. 81/2542 
ดูวิธีการคำนวณตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542ฯ

2) เงินเพิ่ม 

 
อัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ ให้เริ่มนับเมื่อพันกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี หรือยื่นแบบนำส่งภาษีตามส่วน 7 จนถึงวันชำระภาษีหรือนำส่งภาษี แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้ไม่ให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง ตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร

3) ค่าปรับอาญา

 

กรณีที่ประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 91/18 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากร กำหนดอัตราที่พึงเปรียบเทียบปรับกระทงละ 3,000 บาท


อ้างอิงจาก>> อัตราการเปรียบเทียบปรับจาก Website TAX Guruthai 

 


Remark : 

ผู้ประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนธุรกิจเฉพาะ เจ้าพนักงานไม่มีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม เนื่องจากตามมาตรา 91/15 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้ แต่โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะให้เรากรอกแบบและนำส่งภาษีเอง


** คำว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ ผู้ที่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ หากเราไม่ได้จดทะเบียนจึงไม่ถือว่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี


มาตรา 91/15เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ
             (1) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่า
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
             (2) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่า 
ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป หรือ
             (3) 
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนผู้ประกอบกิจการไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อการคำนวณภาษี



กฏหมายที่เกี่ยวข้อง


มาตรา 91/12บุคคลซึ่งประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/2 โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้นตามมาตรา 91/3 และผู้ประกอบกิจการไม่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/13 ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ
 
คำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
             ( 
ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 2) )
 ถ้าผู้กระทำกิจการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่
 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ และการออกใบทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 9) ใช้บังคับ 1 สิงหาคม 2547 เป็นต้นไป )
 ในกรณีผู้ประกอบการนอกราชอาณาจักร ให้บุคคลซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการดังกล่าวเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่นอกราชอาณาจักรด้วย


มาตรา 91/15เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ
             (1) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
             (2) ในกรณีเจ้าพนักงานประเมินมีหลักฐานแสดงว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป หรือ
             (3) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการแทนผู้ประกอบกิจการไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อการคำนวณภาษี


มาตรา 91/18บุคคลใดประกอบกิจการที่อยู่ภายใต้บังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 91/12 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
บุคคลตามมาตรา 91/12 วรรคห้า ละเลยไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนของผู้ประกอบกิจการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง


มาตรา 91/21ให้นำบทบัญญัติในหมวด 4 ดังต่อไปนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
             (1) ส่วน 7 การยื่นแบบและการชำระภาษี มาตรา 83/2 และมาตรา 83/3
             (2) ส่วน 8 เครดิตภาษีและการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 84/3
             (3) ส่วน 9 การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 85/4 มาตรา 85/5 มาตรา 85/6 มาตรา 85/7 มาตรา 85/8 มาตรา 85/9 มาตรา 85/12 มาตรา 85/13 มาตรา 85/14 มาตรา 85/15 มาตรา 85/16 มาตรา 85/17 มาตรา 85/18 และมาตรา 85/19
             ( 
ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 2) )
 
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.132/2546)
 
( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.133/2546)
             (4) ส่วน 11 การจัดทำรายงาน และการเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารมาตรา 87/3
             (5) ส่วน 12 อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา 88/3 มาตรา 88/4 และมาตรา 88/5
 (6) ส่วน 13 เบี้ยปรับ - เงินเพิ่ม ทุกมาตรา
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.120/2545 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.121/2545 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.92/2542 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.117/2545 ) (ยกเลิกโดย ป.163/2567)
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.163/2567 )
             (7) ส่วน 14 บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติมาตราดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งมาตรา 90/5
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป )





Slide สรุปจากท่าน อาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ