Case study

นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ กรณีที่เเยก / ไม่เเยก เรียกเก็บค่าติดตั้ง มีผลทางภาษี เหมือนกันหรือไม่


เรื่อง นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ กรณีที่เเยก / ไม่เเยก เรียกเก็บค่าติดตั้ง มีผลทางภาษี เหมือนกันหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 20/11/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ  (ประเทศจีน)   

กรณีที่ 1 :  บริษัท A (ผู้ขายเครื่องจักร)  ออก INVOICE 1 ใบ  เรียกเก็บ ราคาเครื่องจักรพร้อมค่าติดตั้ง (รวมไปในราคาเครื่องจักร) ดังนั้นเมื่อนำเข้าจะสำเเดงมูลค่ากับกรมศุลกากรเ ด้วยราคารวมค่าติดตั้ง

กรณีที่ 2 :  บริษัท B (ผู้ขายเครื่องจักร)  ออก INVOICE  2 ใบ  เรียกเก็บ ราคาเครื่องจักร เเละ ราคาค่าติดตั้ง (เเยกต่างหากออกจากกัน)  ดังนั้นเมื่อนำเข้าจะสำเเดงมูลค่ากับกรมศุลกากรด้วยราคาเครื่องจักรเท่านั้น

คำถาม :  ทั้ง 2 กรณี (ไม่เเยกเรียกเก็บค่าติดตั้ง  หรือ เยกเรียกเก็บค่าติดตั้ง)  มีผลทางภาษี เหมือนหรือต่างกันอย่างไร


คำตอบ

คำตอบ


บริษัท A  ออก INVOICE ไม่เเยกค่าติดตั้ง  
-    หากไม่มีการแยกราคาเครื่องจักรและค่าติดตั้งออกจากกัน รวมกันเป็นค่าเครื่องจักรถือเป็นสินค้า เมื่อผ่านพิธีการขาเข้า กรมศุลกากรก็จะคำนวณเป็นค่าสินค้า ชำระค่าอากรขาเข้าตามพิกัดของสินค้า(เครื่องจักร) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  ซึ่งบริษัทสามารถนำภาษีซื้อมาใช้เครดิตหักออกจากภาษีขายได้คะ

-    เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า(เครื่องจักร) จะไม่มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับค่าติดตั้งอีก ไม่ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.36



บริษัท B ออก INVOICE  เเยกค่าติดตั้ง

-     หากมีการแยกราคาเครื่องจักรและค่าติดตั้งออกจากกัน เมื่อผ่านพิธีการขาเข้า กรมศุลกากรก็คำนวณเฉพาะค่าสินค้า(เครื่องจักร)  ชำระค่าอากรขาเข้าตามพิกัดของสินค้า(เครื่องจักร) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  ซึ่งบริษัทสามารถนำภาษีซื้อมาใช้เครดิตหักออกจากภาษีขายได้คะ
 
-      เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้าและค่าติดตั้ง 

ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สำหรับค่าติดตั้ง นำส่งแบบ ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร (กรณีพนักงานของบริษัทจีนเดินทางเข้ามาติดตั้งในประเทศไทย จะเข้าตามมาตรา 83/6(1) แต่หากไม่ได้เดินทางเข้ามาแต่ใช้วิธีการติดตั้งยังต่างประเทศจะเข้าตามมาตรา 83/6(2) )  

   และหากมีรายจ่ายอื่นที่บริษัทต้องจ่ายให้พนักงานที่เดินทางเข้ามาติดตั้งในไทย เช่น ค่าห้องพัก ค่าอาหาร อื่นๆ บริษัทฯ ต้องนำมารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม นำส่งแบบ ภ.พ.36 ด้วย

 

ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าบริการติดตั้งเครื่องจักร เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจ หากบริษัทฯ ประเทศจีนไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย และหรือไม่ได้ประกอบการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทฯ ประเทศจีนไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลในประเทศไทย เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าติดตั้งเครื่องจักรให้แก่บริษัทฯ ประเทศจีน จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505



https://www.rd.go.th/5207.html#mata83_6

มาตรา 83/6เมื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี
 (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3

            (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ทั้งนี้ เฉพาะ
                   (ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
                   (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย




อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

จ่ายค่าจ้างติดตั้งเครื่องจักรในการผลิตสินค้าให้บริษัทจากประเทศจีน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 07/10/2023 - วันที่ตอบ 07/11/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทฯ ได้มีการว่าจ้างบริษัทฯ จากประเทศจีนมาทำการติดตั้งเครื่องจักรในการผลิตสินค้าการโอนเงินค่าบริการตัวนี้ทางบริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีอะไรบ้างคะ

วิสัชนา

1.กรณีบริษัทฯ ได้มีการว่าจ้างบริษัทฯ จากประเทศจีนมาทำการติดตั้งเครื่องจักรในการผลิตสินค้า ค่าตอบแทนในการให้บริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นกำไรจากธุรกิจ หากบริษัทฯ แห่งประเทศจีนไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย และหรือไม่ได้ประกอบการผ่านสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย บริษัทฯ แห่งประเทศจีนไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลในประเทศไทย เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าจ้างให้แก่บริษัทฯ แห่งประเทศจีน จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505



 

2. การให้บริการติดตั้งเครื่องจักรในการผลิตสินค้าดังกล่าว ถือเป็นจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เข้าลักษณะเป็น การให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการให้บริการนั้น เป็นการให้ บริการในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ แห่งประเทศจีนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายค่าบริการ มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ แห่งประเทศจีนมีหน้าที่เสียภาษี ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยยื่นแบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ซื้อเครื่องจักรจากประเทศจีน ทางจีนส่งพนักงานของเขาเข้ามาติดตั้งให้ตามสัญญาซื้อขายในไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 28/06/2023 - วันที่ตอบ 06/07/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505

ปุจฉา

กรณีบริษัทฯ สั่งซื้อเครื่องจักรมาจากประเทศจีน ทางจีนส่งพนักงานของเขาเข้ามาติดตั้งให้ตามสัญญาซื้อขาย โดยไม่คิดค่าติดตั้ง ราคาเครื่องจักรที่นำเข้า ตามใบขนสินค้าขาเข้าตรงกับราคาที่ตกลงซื้อขายกัน แต่ทางบริษัทฯ ไทยเราต้องจัดหาที่พัก อาหาร การเดินทางจากที่พักมาโรงงาน

เรียนสอบถามว่า

ค่าที่พัก อาหาร รถรับส่งระหว่างที่พักกับโรงงาน มีภาระที่ต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย และ ภ.พ.36 ไหมคะ

วิสัชนา

1. ตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติไว้ว่า

    “มาตรา 83/6 มื่อมีการชำระราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการให้กับผู้ประกอบการดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษี

         (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้า หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราวตามมาตรา 85/3

         (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรทั้งนี้เฉพาะ

              (ก) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน

              (ข) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการอื่นนอกจากบริการอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้ทุกราย”

    จากบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 ในกรณีนี้ ได้แก่

    ผู้จ่ายเงินซึ่งจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่

    (1) ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้หรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว หรือ

    (2) ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร หรือ

    (3) ผู้ประกอบการอื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (ปัจจุบนยังไม่กำหนด)    



 

2.ตามมาตรา 77/1 (9)(10/1) แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564 บัญญัติไว้ว่า

    ”มาตรา 77/1  

         (9) ”สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่าวอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่าวทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด

         (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่มีรูปร่าง ที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่าวอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ...”



 

ต่อข้อถามขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ สั่งซื้อเครื่องจักรมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งพนักงานของเขาเข้ามาในประเทศไทยเพื่อติดตั้งเครื่องจักรให้ตามสัญญาซื้อขาย โดยไม่คิดค่าติดตั้ง ราคาเครื่องจักรที่นำเข้า ตามใบขนสินค้าขาเข้าตรงกับราคาที่ตกลงซื้อขายกัน โดยบริษัทฯ ต้องจัดหาที่พัก อาหาร การเดินทางจากที่พัก มาโรงงาน ซึ่งเข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าสินค้าส่วนเพิ่มให้บริษัท Supplier แห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  

    1. กรณีบริษัทจำกัดในประเทศไทย จัดหาที่พัก อาหาร และการเดินทางจากที่พักมาโรงงาน ในประเทศไทย ให้กับพนักงานชาวจีน เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่บริษัท Supplier แห่งประเทศจีน จึงอยู่ในบังคับที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 (ตามหลักปลายทาง: Destination)



 

    2. ภาระในการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้น เนื่องจากประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างกัน การที่พนักงานของบริษัทแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาติดตั้งเครื่องจักรเพียงชั่วคราวไม่เกิน 183 วัน ย่อมไม่ถือว่า บริษัทแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย จึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบมาตรา 3 แห่งประมวลรัษฎากร  และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505



 

เครดิต อาจารย์ปณิตา Panita Alongkornwarakit


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ