ตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าบริการ เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการ “มาตรา 78/1 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี” ในกรณีที่ผู้ให้บริการต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม จากค่าบริการให้ถือว่า ค่าบริการนั้นได้รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว (ภาษีมูลค่าเพิ่มรวมในราคาค่าบริการ: VAT is include in service fee.)
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง สมมติค่านายหน้าตามสัญญา คือ 10,000,000 บาท นั้น หากบริษัท A ต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัท B บริษัท C หรือ D ก็ตาม นั้น ค่านายหน้าดังกล่าว ถือว่าได้รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้นำ 7/107 คูณเข้ากับค่าบริการนายหน้าที่ได้รับ คือ 10 ล้านบาท จะได้เป็นเงิน 654,205.61 บาท บริษัท A จะรับรู้รายได้เพียง 9,345,794.39 บาท เท่านั้น และจะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากยอดค่านายหน้าที่แท้จริง คือ 9,345,794.39 บาท บริษัท A ไม่มีสิทธิรับรู้รายได้ที่ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา ว่ามีค่านายหน้า 10 ล้านบาท (รวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม) บริษัท A ไม่พึงต้องออกใบกำกับภาษีโดยใช้ 10 ล้านบาท เป็นฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเป็นเงิน 700,000 บาท รวม 10,700,000 บาท ทั้งที่ได้รับเงินเพียง 10,000,000 บาท กรณีที่บริษัท A ออกใบกำกับภาษีในลักษณะหลัง บริษัท A พึงต้องรับรู้รายได้เต็มจำนวน คือ 10 ล้านบาท และถือว่าค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่ออกให้หรือไม่เรียกเก็บเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร (โดยการตีความของกรมสรรพากร)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ " |