Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทนอกเขตฟรีโซน แต่สั่งให้ส่งสินค้าไปเก็บไว้ในคลังเขตฟรีโซน FreeZone
| เรื่อง | บริษัทสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทนอกเขตฟรีโซน แต่สั่งให้ส่งสินค้าไปเก็บไว้ในคลังเขตฟรีโซน FreeZone |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 17/07/2025 - วันที่ตอบ 03/08/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 77/1 (8) (ค) และ (14) (ก) และมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | ขออนุญาตสอบถามค่ะ - บริษัทฯ และ บริษัท ข เป็นผู้ประกอบการจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และทั้งบริษัท ฯ และ บริษัท ข เป็นผู้ประกอบการนอกเขตฟรีโซน ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม - บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าในนามบุคคลอื่น (จากผู้ให้บริการคลังสินค้าฟรีโซน) โดยบริษัท ข. (ผู้ขาย) ออกอินวอยส์ และทำใบขนสินค้าขาออกเข้าฟรีโซนด้วย VAT 0% - บริษัทฯ จะเก็บสินค้า ในคลังสินค้าฟรีโซนจนได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งต่างประเทศและในประเทศ คำถาม : - บริษัทฯ สามารถซื้อสินค้าจาก บริษัท ข ด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% ได้หรือไม่ เนื่องจากสินค้าที่ซื้อจากบริษัท ข ได้ทำการเดินพิธีการส่งออกไปในคลังสินค้าฟรีโซน ซึ่งได้รับอนุญาตในนามบุคคลอื่นจากผู้ให้บริการฟรีโซน |
| วิสัชนา | 1. ตามมาตรา 77/1 (8) (ค) และ (14) (ก) และมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร "มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 1)) (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ดู กฎกระทรวง ฉบับที่ 188 (พ.ศ. 2534)) (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง (ก) การนำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะสินค้าที่ต้องเสียอากรขาออกหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 125)) (ข) การขายสินค้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรที่ขายให้แก่ผู้ที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)" 2. ตามแนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพกร เลขที่หนังสือ กค 0702/พ./4623 ลงวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2551 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติกรณีซื้อขายสินค้าจากบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย โดยให้บริษัทผู้ขายส่งสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าในเขตปลอดอากร และนำสินค้าจากเขตปลอดอากรโดยมิใช่การส่งออก ดังนี้ เลขที่หนังสือ : กค 0702/พ./4623 วันที่ : 4 สิงหาคม 2551 เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการนำสินค้าเข้าและออกเขตปลอดอากร ข้อกฎหมาย : มาตรา 77/1 (12) มาตรา 78 มาตรา 80 มาตรา 83/9 มาตรา 86 และมาตรรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อหารือ : 1. บริษัทฯ เช่าพื้นที่เก็บสินค้าของบริษัท ล. ซึ่งประกอบกิจการอุตสาหกรรมประเภท โรงพักและกระจายสินค้า ในเขตปลอดอากรในนิคมอุตสาหกรรม (EPZ) โดยจ่ายค่าบริการ เป็นรายเดือน และค่าบริการในการผ่านพิธีการเข้า-ออกเป็นครั้ง ๆ ตามรายการที่เกิดขึ้น 2. บริษัทฯ ได้ซื้อสินค้าจากบริษัทที่มีโรงงานตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (EPZ) บางบริษัทอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนและบางบริษัทอยู่นอกเขตทั้งหมด เงื่อนไขการซื้อสินค้า จากบริษัทผู้ขาย คือ ต้องส่งสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรเพื่อผ่านพิธีการส่งออก เนื่องจาก บริษัทผู้ขายเหล่านั้นได้รับ BOI ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 2.1 บริษัทฯ ซื้อสินค้าจากบริษัท ย. ตั้งอยู่ที่เขตบางนา กรุงเทพฯ บริษัทฯ ให้บริษัท ย. ส่งสินค้าไปที่ บริษัท ล. ซึ่งบริษัทฯ เช่าพื้นที่ไว้ โดยบริษัท ย. ต้องทำเอกสาร ผ่านพิธีการส่งออกสินค้าเข้าไปในคลังสินค้า บริษัท ล. ใบขนสินค้าขาออกเป็นประเภทคลัง สินค้าทัณฑ์บน บางชุดเป็นประเภทใบขนสินค้าขาออกทั่วไป บางชุดเป็นใบขนสินค้าประเภท ส่งเสริมการลงทุน และออก Invoice Vat อัตราร้อยละ 0 ให้บริษัทฯ ชำระค่าสินค้าตาม Invoice นั้น 2.2 บริษัทฯ ซื้อสินค้าจากบริษัท ซ.ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมบางกระดี่ ปทุมธานี บริษัทฯ ให้บริษัท ซ. ส่งสินค้าไปที่ บริษัท ล. จำกัด ซึ่งบริษัทฯ เช่าพื้นที่ไว้ โดยบริษัท ซ. ต้องทำเอกสารผ่านพิธีการส่งออกสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าของบริษัท ล. ใบขนสินค้าขาออกเป็นประเภทส่งเสริมการลงทุนบางชุด เป็นประเภท ใบขนสินค้าขา ออกทั่วไปและออก Invoice Vat อัตราร้อยละ 0 ให้บริษัทฯ ชำระค่าสินค้าตาม Invoice นั้น 2.3 บริษัทฯ ซื้อสินค้าจากบริษัท ม. ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมเวลโกลด์ บริษัทฯ ให้บริษัท ม. ส่งสินค้าไปที่ บริษัท ล. ซึ่งบริษัทฯ เช่าพื้นที่ไว้ โดยบริษัท ม. ต้อง ทำเอกสารผ่านพิธีการส่งออกสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าของบริษัท ล. ใบขนสินค้าขาออก เป็นประเภท ส่งเสริมการลงทุนและออก Invoice VAT อัตราร้อยละ 0 ให้บริษัทฯ บริษัทฯ ชำระค่าสินค้าตาม Invoice นั้น 2.4 ต่อมาบริษัทฯ นำสินค้าดังกล่าวออกจากคลังบริษัท ล. มาไว้ที่บริษัทฯ โดยต้องผ่านพิธีการศุลกากรขาเข้า และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7.0 พร้อมอากรขาเข้า ให้กับกรมศุลกากร บริษัทฯ หารือว่า 1. ในกรณีการซื้อสินค้าตามตัวอย่างข้อ 2.1 2.2 และ 2.3 บริษัทผู้ขายสินค้า จะต้องออกใบกำกับภาษีอัตราร้อยละ 0 ให้บริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่ 2. หากไม่ถูกต้อง แสดงว่า บริษัทผู้ขายสินค้าให้บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษี อัตราร้อยละ 7.0 ให้บริษัทฯ เมื่อบริษัทฯ ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้บริษัทผู้ขายแล้ว บริษัทฯ ยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในขั้นตอนนำสินค้าออกจากคลังสินค้า บริษัท ล. อีก เท่ากับว่า บริษัทฯ ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดร้อยละ 14 ในขั้นตอนการซื้อสินค้าคราวเดียวใช่ หรือไม่ ใบกำกับภาษีที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง บริษัทฯ สามารถนำมาเครดิตภาษีได้ ไม่ต้องห้าม ใช่หรือไม่ 3. ทางปฏิบัติที่ถูกต้องของการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการซื้อสินค้าในลักษณะนี้ ต้องปฏิบัติอย่างไร แนววินิจฉัย : 1. กรณีบริษัทฯ ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทผู้ขาย (บริษัท ย. บริษัท ซ. หรือบริษัท ซ.) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย โดยให้บริษัทผู้ขายส่งสินค้าเข้าไปในคลัง สินค้าของบริษัท ล. ซึ่งอยู่ในเขตปลอดอากรในนิคมอุตสาหกรรม เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนจึงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับ ภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร และส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เมื่อความรับผิดในการ เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78 มาตรา 80 และมาตรา 86 แห่ง ประมวลรัษฎากร และเมื่อบริษัทผู้ขายส่งสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยทำพิธีการศุลกากร นำเข้าสินค้า แม้ใบขนสินค้าขาเข้าจะเป็นชื่อของบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ผู้ที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ได้แก่ บริษัทฯ เนื่องจากถือว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรและบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ขายสินค้าดังกล่าวในราชอาณาจักร 2. กรณีบริษัทฯ นำสินค้าออกจากคลังสินค้าของบริษัท ล. ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร ในนิคมอุตสาหกรรม โดยทำพิธีการศุลกากรในนามของบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นการนำสินค้า ที่ต้องเสียอากรขาเข้าหรือที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรออกจากเขต ปลอดอากรโดยมิใช่เพื่อส่งออก จึงเป็นการนำเข้าตามมาตรา 77/1 (12) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้นำเข้าที่มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มยื่นใบขนสินค้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อ เจ้าพนักงานศุลกากร พร้อมกับการชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามมาตรา 83/9 แห่งประมวลรัษฎากร 3. บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียตามใบกำกับภาษีในข้อ 1 และใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรข้อ 2 ไปถือเป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร เลขตู้ : 71/36063 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ ได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทผู้ขาย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนในประเทศไทย โดยให้บริษัทผู้ขายส่งสินค้าเข้าไปในคลังสินค้าของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในเขตปลอดอากร เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนจึงมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร และส่งมอบให้แก่บริษัทฯ เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 78 มาตรา 80 และมาตรา 86 แห่ง ประมวลรัษฎากร และเมื่อบริษัทผู้ขายส่งสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยทำพิธีการศุลกากร นำเข้าสินค้า แม้ใบขนสินค้าขาเข้าจะเป็นชื่อของบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ผู้ที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ได้แก่ บริษัทฯ เนื่องจากถือว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำเข้าสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรและบริษัทผู้ขายซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ขายสินค้าดังกล่าวในราชอาณาจักร ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่สามารถซื้อสินค้าจาก บริษัท ข ด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม 0% ได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |