Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บุคคลธรรมดาได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฏหมาย


เรื่อง บุคคลธรรมดาได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฏหมาย
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 30/07/2024 - วันที่ตอบ 30/07/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567)
ปุจฉา

เรียนถามเกี่ยวกับกฎกระทรวง (ฉบับที่ 394) ที่ยกเว้นภาษีสำหรับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง หรือเงินเดือนค่าจ้างของการทำงาน 400 วันสุดท้าย แต่ไม่เกิน 6 แสนบาท แต่ถ้าลูกจ้างทำงาน

แค่ 180 วัน ก็จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินชดเชยที่ได้รับเฉพาะค่าจ้างหรือเงินเดือนของการทำงาน 180 วันแต่ไม่เกิน 6 แสนบาท ผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ครับ

วิสัชนา
ตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมความใน (5) และ (6) มาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างหรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจ และไม่มีความผิดใด ๆ จากเดิม (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย เป็น “(5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย" และเพิ่มความตาม "(6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย"
    เงินชดเชยตามกฎหมาย (Legal Severance Pay) คือ เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง นอกเหนือไปจากเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้ลูกจ้าง ซึ่ง กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างหรือถูกให้ออกจากงานโดยไม่สมัครใจ และไม่มีความผิดใด ๆ (เลิกจ้าง หมดสัญญาจ้าง เลิกกิจการ และเกษียณอายุ) โดยเงินชดเชยที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับเงินเดือนและอายุงานดังนี้
                อายุงาน                                อัตราค่าชดเชย
    ไม่น้อยกว่า 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี         ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน 
    มากกว่า 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี                ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
    มากกว่า 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี               ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
    มากกว่า 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี              ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
    มากกว่า 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี            ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
    มากกว่า 20 ปีขึ้นไป                       ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน
    อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างถูกเลิกจ้างด้วยสาเหตุต่อไปนี้ จะไม่ได้รับเงินชดเชยดังกล่าว
    1. ลูกจ้างลาออกจากงานโดยสมัครใจ
    2. สัญญาจ้างงานมีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน (เกษียณ)  
    3. ทุจริตต่อนายจ้าง หรือทำความผิดอาญา
    4. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
    5. ประมาทเลินเล่อ จนทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายร้ายแรง
    6. ฝ่าฝืนระเบียบการทำงาน โดยนายจ้างได้ออกหนังสือเตือนไปแล้ว
    7. ละทิ้งการทำงานติดต่อกัน 3 วัน โดยไม่มีเหตุอันควร
    8. ได้รับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
    
    บัดนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567) ยกเลิกความใน (51) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ที่กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เฉพาะค่าชดเชยส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 300 วันสุดท้าย แต่ไม่เกิน 300,000 บาท เป็น “เฉพาะค่าชดเชยส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 400 วันสุดท้าย แต่ไม่เกิน 600,000 บาท” ดังนี้
    “ข้อ 2 ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496
         (51) ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่ไม่รวมถึงค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับเพราะเหตุเกษียณอายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะค่าชดเชยส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้าย แต่ไม่เกินหกแสนบาท"

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    ความใน (51) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567) นั้น ซึ่งกำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน หรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่ไม่รวมถึงค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับเพราะเหตุเกษียณอายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะค่าชดเชยส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงาน 400 วันสุดท้าย ตามระยะเวลาการทำงานที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่เกิน 600,000 บาท นั้น 
    กรณีลูกจ้างลูกจ้างทำงาน 180 วัน ซึ่งจะได้สิทธิรับเงินชดเชยค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หากเป็นตามเงื่อนไขที่กำกนดตามข้อ 2 (51) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567) ลูกจ้างจะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินชดเชยตามที่ได้รับ แต่ไม่เกิน 6 แสนบาท ความเข้าใจของคุณ Boonsong Thaisarn ถูกต้องแล้วครับ


กฎกระทรวง

ฉบับที่ 394 (พ.ศ. 2567)
ออกตามความในประมวลรัษฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

__________________________

            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2513 และมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
            ข้อ  1  ให้ยกเลิกความใน (51) ของข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 217 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
            "(51) ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่ไม่รวมถึงค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับเพราะเหตุเกษียณอายุ หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะค่าชดเชยส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้าย แต่ไม่เกินหกแสนบาท"
            ข้อ  2  กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป



ให้ไว้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง


_____________________________________________________________________________________

หมายเหตุ :-  เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเงินได้พึงประเมินที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้สำหรับค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ รวมทั้งสถานการณ์อัตราเงินเฟือและดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปที่เพิ่มสูงขึ้น อันจะเป็นการบรรเทาภาระภาษีเงินได้ให้แก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จึงจำเป็นต้องออกฎกระทระทรวงนี้


ราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 141  ตอนที่ 44 ก  หน้า 13 – 14  ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2567


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ