FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ

วางยาสลบแมวเพื่อประโยชน์ในการถ่ายทำละคร กิจกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับงบการเงินอย่างไร และจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร


เรื่อง วางยาสลบแมวเพื่อประโยชน์ในการถ่ายทำละคร กิจกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับงบการเงินอย่างไร และจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร
แหล่งที่มา FB CPA Solution ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ดราม่าวางยาสลบแมวเพื่อประโยชน์ในการถ่ายทำละคร สอบถามเรื่องการรายงานทางการเงิน กิจกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับงบการเงินอย่างไร และจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร

คำตอบ
พี่น้องครับล่าสุดมีดราม่าวางยาสลบแมวเพื่อประโยชน์ในการถ่ายทำละครแม่หยัว ถ้ามาคุยกันเรื่องการรายงานทางการเงิน กิจกรรมดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับงบการเงินอย่างไร และจะบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างไร? ซึ่งมีคำถามที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ข้อดังนี้
    1. แมวเป็นสินทรัพย์ประเภทไหน? ตาม TAS ฉบับใด? 
    2. แล้วต้นทุนของแมว ค่ายาสลบจะถูกสะท้อนไปในงบการเงินอย่างไร?
    3. และกรณีที่ชาวโซเชียลแห่แบนละครนี้จะส่งผลอย่างไร?

1) แมวเป็นสินทรัพย์ประเภทไหน? ตาม TAS ฉบับใด? 
    สมมติว่าแมวตัวนี้เป็นสินทรัพย์ของบริษัท เท่าที่เข้าใจกองถ่ายคงต้องการหาประโยชน์จากแมวตัวนี้ในการถ่ายทำละครเท่านั้น ดังนั้น ถือว่ากิจการเลี้ยงแมวเพื่อ “ใช้เองนานกว่า 1 ปี” จึงต้องจัดประเภทแมวตัวนี้อยู่ในหมวด “ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์” ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนตาม TAS 16 และต้องตัดค่าเสื่อมตามประมาณการอายุใช้งานเชิงเศรษฐกิจ (แต่ถ้าเลี้ยงเพื่อเพาะพันธุ์แมวเอาลูกไปขาย หรือให้แมวกินกาแฟเพื่อทำกาแฟขี้แมว แบบนี้เราจะถือว่าแมวเป็น สินทรัพย์ชีวภาพทางการเกษตรตาม TAS 41 ซึ่งต้องวัดมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนการจำหน่าย (FVLCTS) และรับรู้ผลต่างจากการวัดมูลค่าเข้า P/L ประจำงวด) ซึ่งประเด็นนี้ถูกใช้ออกข้อสอบ CPA AC1 ในรอบ 3/67 ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ 

2) แล้วต้นทุนจากการใช้งานแมวและค่ายาสลบจะถูกสะท้อนไปในงบการเงินอย่างไร?
    เนื่องจากกิจการนำแมวไปถ่ายละคร ดังนั้นแทนที่จะรับรู้ค่าเสื่อมราคาแมวระหว่างถ่ายทำเข้า P/L กิจการควรโอนค่าเสื่อมแมวที่ว่าพร้อมทั้งค่ายาสลบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนชิ้นงานละครซึ่งถือเป็น “สินทรัพย์ไม่มีตัวตน” ตาม TAS 38 หลังจากออนแอร์แล้ว กิจการก็ต้องประเมินประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของชิ้นงานละครและตัดจำหน่ายเข้า P/L อย่างเหมาะสมต่อไป 

3) แล้วกรณีที่ชาวโซเชียลแห่แบนละครนี้จะส่งผลอย่างไรกับรายงานทางการเงินบ้าง?
    การถูกแห่แบนอย่างหนักครั้งนี้ถือเป็น “ข้อบ่งชี้ภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของชิ้นงานละคร” ตาม TAS 36 ซึ่งกิจการต้องทำการทดสอบการด้อยค่าของสินทรัพย์ตาม TAS 36 ซึ่งผมคิดว่ามันออกได้สองหน้าครับ คือไม่พังไปเลย ก็ปังไปเลย 
    สมมติว่ากระแสแบนแรงมาก เรทติ้งละครหล่นฮวบ ก็ย่อมทำให้กระแสเงินสดจากชิ้นงานลดลงหนัก และทำให้ “มูลค่าที่คาดว่าจะได้คืน (recoverable amount) ” ของชิ้นงานนี้ต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชี เช่นนี้กิจการก็ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเข้า P/L 
    อย่างไรก็ตาม ถ้ากระแสแบนมันส่งผลตรงกันข้าม กลายเป็นการประชาสัมพันธ์ละครให้รู้จักในวงกว้าง ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจกลับมานั่งดูจริงจัง และเรทติ้งขึ้นกระฉูด ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าไม่ด้อยค่า กิจการก็ไม่ต้องทำอะไร รับรู้มูลค่าของชิ้นงานละครด้วยราคาทุนหักค่าตัดจำหน่ายสะสมต่อไป รับรู้เงินที่ไหลมาเทมาจากฉายละครต่อไป และวางแผนทำละครเจ๋งๆ เรื่องต่อไปให้พวกเราดูต่อไปนั่นเอง 
.................................
ในฐานะทาสแมวผมก็ขอแสดงความเห็นต่อต้าน แม้แมวจะโง่แค่ไหนก็ตามเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายมันแบบนั้น หวังว่านักธุรกิจจะไม่ค้ากำไรบนความทุกข์ของเพื่อนร่วมโลกนะครับ 

เครดิตภาพจาก One Original ที่โพสต์ในเวบของ manager online นะครับ




มาทำให้เป็นเรื่องง่ายด้วยบริการของ Tax-EZ  สนใจสมัครสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารของ Tax-EZ ได้ทาง Website : tax-ez.info ,  Facebook Page : Tax-EZ

ติดตาม FB เพจที่ให้ความรู้ทางด้านบัญชีกับ FB CPA Solution   ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ  คลิ๊ก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB CPA Solution   ดร.สมศักดิ์ ประถมศรีเมฆ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาแบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ