Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมให้หอการค้าจังหวัด


เรื่อง บริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมให้หอการค้าจังหวัด
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 08/02/2025 - วันที่ตอบ 18/03/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

ได้บริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมให้หอการค้าจังหวัด ซึ่งทางหอฯ ออกใบเสร็จรับเงินให้
ไม่ทราบว่า 
จะใช้ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลได้ไหมค่ะ

วิสัชนา
1. กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบริจาคเงินให้แก่องค์การกุศลสาธารณะ มีสิทธิหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้  
    “มาตรา 47 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ให้หักลดหย่อนได้อีก ดังต่อไปนี้
         (7) เมื่อได้หักลดหย่อนตาม (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แล้วเหลือเท่าใด ให้หักลดหย่อนได้อีกสำหรับเงินบริจาคดังต่อไปนี้ โดยให้หักได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือนั้น          
                  (ก) เงินที่บริจาคแก่สถานพยาบาลและสถานศึกษาของทางราชการ
                  (ข) เงินที่บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือแก่สถานพยาบาล และสถานศึกษาอื่นนอกจากที่กล่าวใน (ก) ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา” 
    จากบทบัญญัติดังกล่าว องค์การสาธารณกุศลที่บุคคลธรรมดาบริจาคเงิน และมีสิทธินำมาหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ 
    1.1 สถานพยาบาลของทางราชการ 
    1.2 สถานศึกษาของทางราชการ 
    1.3 องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือสถานพยาบาล และสถานศึกษาอื่น ตามประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลและสถานศึกษา ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 254) พ.ศ. 2535 ได้แก่ 
         (1) สภากาชาดไทย 
         (2) วัดวาอาราม 
         (3) สถานพยาบาลขององค์การของรัฐบาล 
         (4) สถานศึกษา 
              (ก) สถานศึกษาของรัฐ
              (ข) โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน 
              (ค) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 
              (ง) สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ 
              (จ) สถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง 
         (5) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ 
         (6) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และ สถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ 
         (7) มูลนิธิหรือสมาคม หรือกองทุนตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล  

2. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จะถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 51) พ.ศ. 2562 ให้ใช้บังคับกับการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ดังนี้ 
    “มาตรา 65 ตรี  รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
         (3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่
              (ก) รายจ่ายซึ่งเป็นเงินที่บริจาคแก่พรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้หักได้ไม่เกินห้าหมื่นบาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 358) ประกอบ)
              (ข) รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44) ประกอบ)  
    จากบทบัญญัติดังกล่าว รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ และรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ ได้แก่ รายจ่ายดังต่อไปนี้   
    2.1 รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
         (1) รัฐบาล  
         (2) กระทรวง ทบวง กรม เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นรัฐวิสาหกิจที่มิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล องค์การของรัฐบาลอื่น กองทุนสวัสดิการของทางราชการ
         (3) โรงพยาบาลของรัฐบาล หรือโรงพยาบาลขององค์การของรัฐบาล 
         (4) สภากาชาดไทย 
         (5) วัดวาอาราม ทั้งนี้ ไม่ว่าบริจาคแก่วัดวาอารามในศาสนาใด อาทิ บริษัทฯ บริจาคเงินให้แก่โบสถ์คริสต์ ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0804/2040 ลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525) 
         (6) มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด ให้เป็นองค์การสาธารณกุศล ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร   
         (7) หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ และหอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ของทางราชการ 
         ( 8 ) กองทุนผู้สูงอายุตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุ และ สถานพักฟื้น บำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของเอกชนที่ไม่เก็บค่าใช้จ่าย ค่าทำนุบำรุงหรือเงินสนับสนุนใด ๆ หรือสถานพักฟื้น บำบัด ฟื้นฟูเด็ก คนชรา ผู้พิการของทางราชการ 
         (9) มูลนิธิหรือสมาคม หรือกองทุนตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล 
        (10) องค์การสาธารณกุศลอื่นๆ เช่น กิจการแพทย์หลวง องค์การยูนิเซฟขององค์การสหประชาชาติ เป็นต้น 
     2.2 รายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
         (1) การส่งเสริม อนุรักษ์ และรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนปละคุ้มครองสัตว์ป่า 
         (2) การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ 
         (3) การคุ้มครองและรักษาป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ 
         (4) การส่งเสริม คุ้มครอง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริม และรักษาคุณภาพคุณภาพสิ่งแวดล้อม 
         (5) การควบคุม ป้องกัน แก้ไข ตลอดจนการลดและขจัดอันตรายอันเกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษหรือภาวะมลพิษและของเสียอันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 
         (6) กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 
         (7) การบูรณะโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 
         ( 8 ) การก่อสร้างถนนและได้โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลโดยไม่มีค่าตอบแทน ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐบาลผู้รับโอนได้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในงานดังกล่าว 
         (9) การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้แก่ส่วนราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติในลักษณะทำนองเดียวกัน
         (10) การบริจาศทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการให้แก่ ส่วนราชการ เพื่อบริจาคให้แก่สถานศึกษาของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน  
         ทั้งนี้ รายจ่ายตาม (1) ถึง (10) ต้องเป็นรายจ่ายที่จ่ายให้แก่กิจการตามโครงการพระราชดำริ หรือของทางราชการ หรือองค์การของรัฐบาล หรือองค์การกุศลสาธารณะที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร (ข้อ 1 แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 44))  

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมให้แก่หอการค้าจังหวัด ซึ่งทางหอการค้าฯ ได้ออกใบเสร็จรับเงินให้
1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 
    เนื่องจากหอการค้าจังหวัดไม่ใช่องค์การสถานสาธารณกุศล จึงนำเงินบริจาคดังกล่าวมาใช้เพื่อการหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้สุทธิเพี่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้ 

2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล 
    รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ ได้แก่ รายจ่ายในการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้แก่หรือเพื่อกิจการดังต่อไปนี้ 
    (1) รัฐบาล   
    (2) กระทรวง ทบวง กรม เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นรัฐวิสาหกิจที่มิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 
    (3) โรงพยาบาลของรัฐบาล หรือโรงพยาบาลขององค์การของรัฐบาล 
    (4) สภากาชาดไทย 
    (5) วัดวาอาราม 
    (6) มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด ให้เป็นองค์การสาธารณกุศล ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร 
    (7) องค์การสาธารณกุศลอื่นๆ เช่น กิจการแพทย์หลวง องค์การยูนิเซฟ
    กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริจาคเงินสนับสนุนกิจกรรมให้ หอการค้าจังหวัด นั้น โดยทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ กรณีที่หอการค้าจังหวัดมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้จ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ เช่น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ก็ย่อมนำมาใช้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ