Case study

บริษัทมีพนักงานชาวญี่ปุ่นมีเงินเดือนที่ได้รับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และในปีภาษีที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วัน ต้องนำเดือนที่ต่างประเทศมารวมยื่น ภ.ง.ด.91 หรือไม่


เรื่อง บริษัทมีพนักงานชาวญี่ปุ่นมีเงินเดือนที่ได้รับทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และในปีภาษีที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วัน ต้องนำเดือนที่ต่างประเทศมารวมยื่น ภ.ง.ด.91 หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 30/05/2026
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท มีพนักงานช่าวต่างประเทศ ซี่งจะมาประจำที่ประเทศไทย และมีเงินได้จากการจ้างงาน 40(1) ในประเทศไทย และมีเงินเดือนที่จ่ายจากบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศ

คำถาม

1. พนักงานญี่ปุ่นท่านนี้หากปีภาษีนั้นอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภงด.91 ในประเทศไทยหรือไม่

2. หากพนักงานญีปุ่่นท่านนี้ได้ทำสัญญาจ้างงานกับบริษัทในประเทศไทย และใบอนุญาตการทำงาน ไม่ได้เริ่มต้นตั้งแต่ วันที่ 1 ของเดือน เช่น เซ็นสัญญาจ้างงาน และใบอนุญาตทำงาน ลงวันที่ 15 มกราคม บริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้ไม่เต็มเดือนในเดือนมกราคม จะนับวันที่ได้เซ็นสัญญาจ้างทำงานจะคำนวณการจ่ายเงินเดือน โดยเงินเดือน หารด้วย 30 วัน และ คูณด้วย 17 วัน (วันที่เริ่มเซ็นสัญญาจ้างงานและใบอนุญาตการทำงาน ลงวันที่ 15 มากราคม ถึงวันที่ 31 มกราคม ) ในกรณีเช่นนี้ เงินได้ของพนักงานท่านนี้ที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศของเดือนมากราคา ที่ต้องนำมารวมคำนวณ ภงด.91 ต้องนำมารวมทั้งเดือนหรือ นับจากวันที่ 15 มกราคม

ขอบคุณค่ะ

คำตอบ

บุคคลธรรมดา ในฐานะ พนักงานไม่ว่าจะเป็นชาวต่างประเทศ / ชาวไทย ทุกคน มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยอาจต้องเสียในประเทศของตนเอง หรือ อาจเสียภาษีที่ประเทศที่ตนไปทำงาน(ตามหลักแหล่งเงินได้) หรือ ตามที่ตนอาศัย (ตามแหล่งถิ่นที่อยู่)    ซึ่งจะต้องเสียภาษีที่ใด ตามแหล่งใดนั้น จะต้องดู  ประเภทเงินได้ มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ แหล่งเงินได้ มาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร 


มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด

(1)เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน



มาตรา 41   ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ


     ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
 
        ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีปีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย  



มาตรา 41 วรรคหนึ่ง

  • ถ้าเป็นการทำงานในไทยเพื่อบริษัทในไทย  หรือทำงานที่ต่างประเทศ เพื่อบริษัทในไทย ถือเป็น แหล่งเงินได้ในไทย
  • ต้องเสียภาษีในประเทศไทยทุกกรณี 
    • ไม่สนใจว่าเงินได้นั้น จะจ่ายจากบริษัทใน หรือ จ่ายจากบริษัทต่างประเทศ 
    • ไม่สนใจว่าเงินได้นั้น จะจ่ายโดยโอนเงินเช้าบัญชีธนาคารในประเทศ  หรือ บัญชีธนาคารต่างประเทศ
    • ไม่สนใจว่าปีที่มีเงินได้ ชาวต่างชาตินั้นเป็นผู้อยู่ในไทย (อยู่ในไทยถึง 180 วัน) หรือไม่ 



มาตรา 41 วรรคสอง

  • ถ้าเป็นการทำงานในต่างประเทศ เพื่อบริษัทต่างประเทศ ถือเป็นแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
  • ต้องเสียภาษีในประเทศไทย หรือไม่ ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ คือ  

1) ปีที่มีเงินได้ ชาวต่างชาตินั้นเป็นผู้อยู่ในไทย (อยู่ในไทยถึง 180 วัน)  

2) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยไม่ว่าจะปีใดก็ตาม (ตามการตีความใหม่ ป.161/2566)    

  • ถ้าเข้าเงื่อนไขไม่ครบทั้ง 2 ข้อ ไม่ต้องเสียภาษีในไทย
  • ถ้าเข้าเงื่อนไข ครบทั้ง 2 ข้อ  ต้องเสียภาษีในไทย



มาตรา 41 วรรคสาม

เป็นผู้อยู่ในไทย หมายความว่า ชาวต่างชาตินั้นอยู่ในไทยถึง 180 วัน  โดยดูจากวันที่ในพาสปอร์ต ไม่ได้นับ 24 ชั่วโมงเต็ม เช่น นาย A เข้ามาในไทย วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. เพื่อมาพบลูกค้าที่สนามบินไทย เมื่อประชุมเสร็จ ก็เดินทางออกจากไทย วันที่ 2 มิถุนายน เวลา 05.00 น.   รวมเป็นเวลา 5 ชั่วโมง  แต่นับเป็น 2 วัน   เป็นต้น




จากข้อเท็จจริงของประเด็นคำถาม คือ ชาวต่างชาติ

  • ทำงานเป็นลูกจ้างในไทย ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
  • มาทำงานที่ไทย  (แหล่งเงินได้ในไทย) ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร โดย
    • ได้รับเงินเดือนจากบริษัทนายจ้างไทย  (เนื่องจากการทำงานในไทย)
    • ได้รับเงิน จากบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศ  (เนื่องจากการทำงานในไทย เพื่อบริษัทไทย) 



ตอบ 1


กรณีที่ 1 :  เงินที่ได้รับจากบริษัทแม่ได้รับเนื่องจากการทำงานในไทย 

ชาวญี่ปุ่น ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย  เนื่องจากเป็นแหล่งเงินได้ไทย ต้องเสียภาษีใหประเทศไทยทุกกรณี



กรณีที่ 2 :  เงินที่ได้รับจากบริษัทแม่ได้รับเนื่องจากการทำงานที่ต่างประเทศ 

2.1) ไม่ได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย

ไม่ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขไม่ครบ 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น


2.2) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย แต่ ปีที่มีเงินได้นั้นไม่ได้ เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

ชาวญี่ปุ่น ไม่ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขไม่ครบ 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น


2.3) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย และ ปีที่มีเงินได้นั้น เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

ชาวญี่ปุ่น ต้อง นำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น





ตอบ 2


กรณี บริษัทไทย เซ็นสัญญาจ้างงานและใบอนุญาตทำงานลงวันที่ 15 มกราคม คำตอบข้อนี้ จะมีหลักเกณฑ์ในการคิดเหมือนกับข้อ 1 นะคะ

ในส่วนเงินได้ญี่ปุ่น ที่บริษัทแม่จ่ายให้นั้น ต้องดูว่า ในช่วง 15 วันแรกนั้น ชาวญี่ปุ่นได้รับเงินจากบริษัทแม่ด้วยหรือไม่ และถ้าได้ ได้เนื่องจากการที่ชาวญี่ปุ่นทำงานเพื่อบริษัทญี่ปุ่น หรือ ทำงานเพื่อบริษัทไทย


1 ถ้าเป็นการจ่ายเพื่องานในประเทศไทย (แหล่งเงินได้ในไทย)ได้รับเนื่องจากการทำงานในไทย 

คำตอบจะเหมือน กรณีที่ 1  คือชาวญี่ปุ่น ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย  เนื่องจากเป็นแหล่งเงินได้ไทย ต้องเสียภาษีใหประเทศไทยทุกกรณี

หมายเหตุ  : แต่ในกรณีนี้คิดว่า ไม่น่าใช่เเหล่งเงินได้ไทย เพราะว่าในช่วงนั้น ชาวญี่ปุ่นไม่ใช่พนักงานของบริษัทไทย ถ้าชาวญี่ปุ่นได้รับเงิน ก็น่าจะเป็นเพราะเหตุจากการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นมากกว่า ดังนั้น น่าจะเข้า กรณีที่ 2 แหล่งเงินได้ต่างประเทศค่ะ




2 ถ้าเป็นการจ่ายเพื่องานที่ต่างประเทศ  (แหล่งเงินได้ต่างประเทศคำตอบจะเหมือน กรณีที่ 2 


(ซึ่งแบ่งเป็นอีก 3 กรณี ย่อย ตามข้อเท็จจริง) 


2.1) ไม่ได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย

ไม่ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขไม่ครบ 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น


2.2) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย แต่ ปีที่มีเงินได้นั้นไม่ได้ เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

ชาวญี่ปุ่น ไม่ต้องนำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขไม่ครบ 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น


2.3) นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย และ ปีที่มีเงินได้นั้น เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

ชาวญี่ปุ่น ต้อง นำเงินเดือนในส่วนที่ได้รับจากบริษัทแม่ที่อยู่ในต่างประเทศมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91 ในประเทศไทย เนื่องจากเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

กรณีชาวต่างชาติญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในประเทศไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 28/01/2020 - วันที่ตอบ 24/03/2020

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 41 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

สอบถามค่ะอาจารย์
       ต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนในประเทศไทย มีวีซ่า และ work permit ในไทย และได้รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เงินได้ที่ได้รับจากบริษัทแม่ โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ญี่ปุ่น สอบถามค่ะ
เงินเดือนที่ได้รับในประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้นำเงินดังกล่าวเข้ามาในไทย ต้องนำเงินดังกล่าวเสียมารวมคำนวนเสียภาษีในไทยด้วยหรือไม่ อย่างไร
  ขอบคุณค่ะ

วิสัชนา

     กรณีชาวต่างชาติญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในประเทศไทย ได้รับเงินเดือนในประเทศไทย มีวีซ่า และ work permit ในไทย และได้รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่เงินได้ที่ได้รับจากบริษัทแม่ โอนเข้าบัญชีธนาคารที่ญี่ปุ่น เช่นนี้ ชาวต่างชาติคนนั้นต้องนำเงินเดือนที่ได้รับในประเทศญี่ปุ่น และไม่ได้นำเงินดังกล่าวเข้ามาในไทย มารวมคำนวนเสียภาษีในไทยด้วยตามหลักแหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร ในส่วนของหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และหรือจะได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษฎากร

ขอขอบคุณข้อมูลจากFB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตามFB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



 

เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจ่ายเงินได้ภายในประเทศและต่างประเทศ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

26/03/2003

เลขที่หนังสือ

กค 0706/2984

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 41 วรรคหนึ่ง, มาตรา 47, มาตรา 50(1), มาตรา 63

ข้อหารือ

     กรณีบริษัท ท. ประกอบกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อส่งออก โดยมีบริษัทในประเทศอังกฤษเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 49 และบริษัทในประเทศอังกฤษได้ส่งผู้แทนซึ่งเป็นคนสัญชาติอังกฤษมาทำหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการในประเทศไทย มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทฯ ได้ โดยผู้แทนจะทำงานต่อเนื่องในประเทศไทยคราวละประมาณ 3 เดือน แล้วจึงกลับไปปฏิบัติงานที่ประเทศอังกฤษประมาณ 3 สัปดาห์ ผู้แทนจะกลับมาประเทศไทยประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงไปปฏิบัติงานที่ประเทศจีนประมาณ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากบริษัท
  อังกฤษมีสาขาอีกหนึ่งแห่ง ณ ประเทศจีนหลังจากนั้นผู้แทนจึงกลับมาปฏิบัติงานที่ประเทศไทยต่อ โดยการปฏิบัติงานจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีปฏิทิน รวมแล้วเกิน 183 วันผู้แทนจะได้รับเงินเดือนจากบริษัทฯ ในประเทศไทย และยังได้รับเงินเดือนจากบริษัทในประเทศอังกฤษอีกด้วย โดยเงินเดือนดังกล่าวจ่ายที่ประเทศอังกฤษ ไม่มีการโอนเข้ามายังประเทศไทยแต่อย่างใดบริษัทฯ หารือว่า

1. ผู้แทนต้องนำเงินได้ที่ได้รับจากประเทศอังกฤษ มารวมคำนวณเป็นเงินได้ในปีภาษีที่ผู้แทนอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันใช่หรือไม่ และจะใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินได้อย่างไร ทั้งจำนวนหรือบางส่วน เพราะผู้แทนไม่ได้มีหน้าที่การงานเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ยังมีหน้าที่การงาน ในประเทศจีนด้วย

2. ถ้าผู้แทนถูกหักภาษีที่ประเทศอังกฤษแล้วในอัตราร้อยละ 40 ผู้แทนสามารถนำเงินภาษีที่ถูกหักไว้แล้วดังกล่าวมาเป็นเครดิตภาษีในประเทศไทยได้หรือไม่ และมีหลักเกณฑ์ในการนำเครดิตภาษีนี้มาใช้อย่างไร และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง

3. บริษัทฯ จะต้องคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนอย่างไร การหักลดหย่อนของผู้แทน จะหักอะไรได้บ้าง เนื่องจากครอบครัวของผู้แทนอยู่ในประเทศอังกฤษ และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง

4. การยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ถ้าผู้แทนต้องนำเงินได้จากบริษัทอังกฤษและบริษัทฯ มารวมคำนวณในแบบแสดงรายการ และใช้เครดิตภาษีของทั้ง 2 แหล่งเงินได้รวมกันแล้ว มีภาษีที่จะได้รับคืนผู้แทนสามารถขอคืนภาษีในส่วนเกินทั้งจำนวนได้หรือไม่ หรือจะขอคืนได้เฉพาะในส่วนที่ถูกหักไว้ ณแหล่งเงินได้ในประเทศไทยเท่านั้น

แนววินิจฉัย

     1. กรณีผู้แทนจากประเทศอังกฤษเข้ามาทำงานบริหารให้กับบริษัทฯ ในประเทศไทยจะต้องนำเงินได้ดังกล่าวทั้งที่จ่ายจากบริษัทฯ และจากประเทศอังกฤษมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีในประเทศไทยเพราะเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะได้นำเงินได้ในประเทศอังกฤษเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ และไม่ว่าผู้แทนดังกล่าวอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลารวมกันเกิน 183 วันในปีปฏิทินที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากเงินได้จ่ายโดยนายจ้างซึ่งเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อบทบัญญัติแห่งอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักร อังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ข้อ 16 บริการส่วนบุคคลที่ไม่เป็นอิสระ ประเทศไทยจึงมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ดังกล่าวได้

     2. ผู้แทนดังกล่าวมีสิทธินำภาษีเงินได้ที่เสียจริงในประเทศอังกฤษมาเป็นเครดิตต่อภาษีในประเทศไทยได้ ตามข้อ 23 การขจัดการเก็บภาษีซ้อน แห่งอนุสัญญาฯ ดังกล่าว โดยต้องแนบหลักฐานการเสียภาษีในประเทศอังกฤษด้วย

     3. บริษัทฯ มีหน้าที่คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา50(1) แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อจ่ายเงินเดือนให้ผู้แทนจากประเทศอังกฤษ โดยมีสิทธิหักลดหย่อนได้ตามมาตรา 47 แห่งประมวลรัษฎากร

    4. หากผู้แทนจากประเทศอังกฤษชำระภาษีเงินได้ประจำปีภาษีแล้ว มีภาษีที่ชำระไว้เกินกว่าภาษีที่จะต้องเสีย ย่อมมีสิทธิขอคืนได้ ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

66/32340




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ