Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การหักค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ ที่ส่งค่างวดไม่ครบ


เรื่อง การหักค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ ที่ส่งค่างวดไม่ครบ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 17/07/2023 - วันที่ตอบ 02/08/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527
ปุจฉา
ขอปรึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เรื่อง การหักค่าเสื่อมราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ ค่ะ 
    ตามกฎหมายให้หักค่าเสื่อมได้ไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคา "ที่จะต้องผ่อนชำระ" ภายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ตามสัญญาเช่าซื้อจะต้องผ่อนชำระงวดละ 55,000 รวมทั้งปีจะต้องผ่อนเป็นเงิน 660,000 บาท แต่เราไม่ได้ชำระทุกงวด จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง ผ่อนทั้งปีเป็นเงิน 220,000 บาท แบบนี้ตามข้อกฎหมายแล้วเราจะสามรถหักค่าเสื่อมราคาได้ไม่เกินยอด 660,000 บาท คือยอดที่จะต้องผ่อนทั้งปี หรือเราจะหักได้ไม่เกิน 220,000 บาท ตามยอดที่เราจ่ายทั้งปีคะ
    หนูไปค้นข้อหารือมาที่ลักษณะคล้ายๆ เคสนี้ แต่ในข้อหารือเขาพูดถึงแค่ว่า ยอดที่จะต้องผ่อนจ่ายภายในปีค่ะ แต่ของเรานี้ยอดผ่อนจ่ายจริงต่ำกว่ายอดที่จะต้องจ่ายภายในปีค่ะ เจ้าหน้าที่สรรพากรแย้งเราว่าต้องยึดตามที่จ่ายจริงคือ 220,000 ค่ะ แต่ทางเราตีความกฎหมายว่า ต้องยึดตามยอดที่จะผ่อนชำระภายในปีคือ 660,000 ค่ะ
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ดังนี้ 
    “มาตรา 7 ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ หรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น” 

2. ตามข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 3/2527 เรื่อง การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2527 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏบัติเกี่ยวกับการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ดังนี้ 
    “ข้อ 7 การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อน ให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
         ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นเหลืออยู่ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไป” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์
1. กรณีเช่าซื้อรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งบริษัทฯ จะต้องผ่อนชำระงวดละ 55,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สมมติเป็นเวลา 3 ปี บริษัทฯ พึงต้องจ่ายค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น 1,980,000 บาท นั้น
    ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ มีสิทธิคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนรถยนต์นั่งดังกล่าว ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งสิ้น แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ซึ่งหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ตามวิธีเส้นตรงได้ปีละ 200,000 บาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าจำนวน 220,000 บาทที่บริษัทฯ ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ บริษัทฯ จึงถือเอาจำนวน 200,000 บาท เป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้

2. กรณีเช่าซื้อรถยนต์อื่นที่มิใช่รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งบริษัทฯ จะต้องผ่อนชำระงวดละ 55,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สมมติเป็นเวลา 3 ปี บริษัทฯ พึงต้องจ่ายค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น 1,980,000 บาท นั้น 
    ในทางภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ มีสิทธิคำนวณค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนรถยนต์นั่งดังกล่าว ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งสิ้น ซึ่งหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา ตามวิธีเส้นตรงได้ปีละ 396,000 บาท ซึ่งสูงกว่าจำนวน 220,000 บาทที่บริษัทฯ ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ บริษัทฯ จึงสามารถคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้เพียงจำนวนค่างวดเช่าซื้อที่บริษัทฯ ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ บริษัทฯ จึงถือเอาจำนวน 220,000 บาท เป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามจำนวนค่าเช่าซื้อที่ได้จ่ายไปจริง ตามความเห็นของเจ้าพนักงานสรรพากร
    อย่างไรก็ตาม การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ ให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อ และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ