Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน /บริษัทไทยมีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย


เรื่อง หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน /บริษัทไทยมีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 05/03/2023 - วันที่ตอบ 07/03/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65)
ปุจฉา
กรณีภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถูกหักที่ต่างประเทศ หากผู้จ่ายอยู่ประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย แต่ผู้จ่ายเงินหักภาษีณที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 14 ในขณะที่อนุสัญญาภาษีซ้อน ให้หักไม่เกินร้อยละ 10
คำถาม
    1. กรณีตามตัวอย่างบริษัทไทย สามารถเครดิตภาษีในประเทศไทย ตามพระราชกฏษฏีกาฉบับที่ 300 หรือ 18  สามารถเครดิตภาษีเป็นจำนวนเท่าไร ระหว่างร้อยละ 10  หรือร้อยละ 14 หากทั้งสองจำนวนน้อยกว่าภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทย
    2. ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) กรณีใช้เครดิตภาษี ฯ หากบริษัทไทยมีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย ไม่ได้ส่งคนเข้าไปบริการในต่างประเทศ รวมทั้งไม่มีตัวแทนหรือสำนักงานในประเทศนั้น กรณีเช่นนี้ถือว่าเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ หรือมีเงินได้จากบริษัทต่างประเทศ
วิสัชนา
กรณีบริษัทฯ ได้รับเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ที่จ่ายโดยผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย 
    1. ผู้จ่ายเงินได้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายมากกว่าอัตราที่ระบุในอนุสัญญาภาษีซ้อน เช่น ผู้จ่ายเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 14 ในขณะที่อนุสัญญาภาษีซ้อน ให้หักไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ นั้น โดยทั่วไป ในการนำจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เสียให้แก่รัฐบาลของประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ให้ถือปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วย การยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 
        1.1 สำหรับจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักเกินไป ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเครติตในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดๆ รองรับ แต่ให้นำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด 
        1.2 การคำนวณหาจำนวนภาษีที่ต้องเสียตามกฎหมายไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศแต่ละประเทศ หรือจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศแต่ละประเทศ ให้คำนวณแยกเป็นรายประเทศตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
             (1) กรณีมีเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ ให้นำรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในต่างประเทศ หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ได้เท่าใด ให้คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้จากการประกอบกิจการในต่างประเทศ 
             (2) กรณีมีเงินได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ให้นำเงินได้ดังกล่าวคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสีย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นจำนวนภาษีที่ต้องเสียในประเทศไทยส่วนที่คำนวณจากเงินได้ที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

    2. ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) กรณีใช้เครดิตภาษี ฯ หากบริษัทไทย มีรายได้จากต่างประเทศ โดยให้บริการจากประเทศไทย ไม่ได้ส่งคนเข้าไปบริการในต่างประเทศ รวมทั้งไม่มีตัวแทนหรือสำนักงานในประเทศนั้น กรณีเช่นนี้ ถือว่า มีเงินได้จากบริษัทต่างประเทศ

คุณ Sitthipong Kanaraksunti
รบกวนถามเพิ่มเติม
    1. จากคำถามข้อ 1 บริษัทไทย ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่าอัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน บริษัทไทยมีสิทธิเลือกที่จะนำมาเครดิตภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่ 300) หรือไม่
    2. พระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่300) ใช้สำหรับรายการค้าที่เกิดประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยเท่านั้น หรือสามารถใช้กับกรณีรายการค้ากับประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน แต่ไม่ได้ปฎิบัติตามอนุสัญญาฯ
ขอบคุณครับ 

สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา: 
    1. จากคำถามข้อ 1 บริษัทไทย ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย มากกว่าอัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน บริษัทไทยไม่มีสิทธิเลือกที่จะนำมาเครดิตภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฏีกาฯ (ฉบับที่ 300) เพราะตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 300) บัญญัติขึ้นเพื่อให้เครดิตภาษีสำหรับประเทศที่ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม แนวทางปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 65) ใช้แนวคิดในการขจัดความซ้ำซ้อนของ OECD ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการให้เครดิตตามอนุสัญญาภาษีซ้อนครับ
    2. พระราชกฤษฏีกาฯ  (ฉบับที่ 300) ใช้สำหรับรายการค้าที่เกิดประเทศที่มีไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นแนวทางเดียวกับกรณีรายการค้ากับประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อน ทุกประการยังไม่ได้โพสต์


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ