Case study

การจัดทำ E-Tax invoice & e- Receipt (รายละเอียด /ประเภท ความแตกต่าง / Digital Signature and Time Stamp/การขึ้นทะเบียน


เรื่อง การจัดทำ E-Tax invoice & e- Receipt (รายละเอียด /ประเภท ความแตกต่าง / Digital Signature and Time Stamp/การขึ้นทะเบียน
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 04/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

1) การจัดทำ e-Tax Invoice & e-Receipt มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง 

2) ส่วนการจัดทำด้วยระบบ -Tax invoice & e- Receipt by email แตกต่างกันยังไง

3) รวมถึงการจัดทำข้อมูล Tax invoice อยู่ในบังคับต้องทำการจดทะเบียน Digital Signature and Time Stamp 

4) ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานกรมพัฒนหรือไม่


คำตอบ

การจัดทำ e-Tax Invoice & e-Receipt มีรายละเอียดดังนี้

1. รูปแบบการจัดทำ e-Tax Invoice & e-Receipt (ระบบใหญ่)

สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่มีรายได้เกิน 30 ล้านบาทต่อปี (หรือต่ำกว่าแต่สมัครใจ) สามารถส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรได้ 3 ช่องทางหลัก ดังนี้ :

ช่องทาง

ลักษณะการทำงาน

ความเหมาะสม

Host to Host

เชื่อมต่อระบบ ERP ของบริษัทเข้ากับระบบของกรมสรรพากรโดยตรงผ่าน Gateway

ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีปริมาณเอกสารจำนวนมาก (หลักหมื่น/แสนใบต่อเดือน)

Web Upload

จัดทำไฟล์ XML ตามมาตรฐาน (รข. 3-2560) แล้ว Upload ขึ้นเว็บไซต์กรมสรรพากร

ธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารปานกลาง และมีระบบ IT ที่สร้างไฟล์ XML เองได้

Service Provider

ใช้บริการผ่าน "ตัวแทนผู้ให้บริการ" ที่กรมสรรพากรรับรอง

ธุรกิจที่ไม่ต้องการลงทุนระบบเอง หรือต้องการความสะดวกในการจัดการเอกสาร


 ข้อควรระวัง:
 หากเลือกใช้บริการผ่านตัวแทน ต้องตรวจสอบรายชื่อที่กรมสรรพากรประกาศรับรองเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐานกฎหมาย

2. ความแตกต่างระหว่างระบบ "เต็มรูปแบบ" vs "By Email"

ขนาดธุรกิจและวิธีส่ง :

  • e-Tax Invoice & e-Receipt (ระบบใหญ่):
    • ใช้ไฟล์รูปแบบ XML เป็นหลัก (และ PDF/A-3 สำหรับส่งให้ลูกค้า)
    • ต้องมี Digital Signature กำกับ
    • ส่งข้อมูลให้สรรพากรผ่าน 3 ช่องทางข้างต้น (Host to Host, Upload, Provider)
        
  • e-Tax Invoice by Email:
    • ออกแบบมาเพื่อ SMEs (รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี)
      • เป็นบุคคลธรรมดามีเงินได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปีภาษี ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป 
      • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีรายได้/รอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ตั้งแต่ ปีรอบฯ ที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป
  • จัดทำเป็นไฟล์ PDF แล้วส่งอีเมลหาลูกค้า โดย CC ไปที่ระบบของสรรพากร (csemail@etax.teda.th)
  • ระบบของ TEDA จะเป็นผู้ประทับรับรองเวลา (Time Stamp) ให้เองทางอีเมล

3. Digital Signature และการจดทะเบียน

สำหรับการจัดทำข้อมูล e-Tax Invoice มีข้อกำหนดเรื่องการรับรองความถูกต้องดังนี้ :

  • Digital Signature & Time Stamp:
    • ต้องทำ หากบริษัทฯ ใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (ระบบใหญ่) จะต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Certificate Authority - CA) เพื่อใช้ลงลายมือชื่อดิจิทัลในไฟล์เอกสาร
    • ไม่ต้องทำเอง หากใช้ระบบ "By Email" เพราะระบบกลางจะประทับ Time Stamp ให้แทนการใช้ Digital Signature ของบริษัท
        
  • ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือไม่?
    • ไม่ต้อง : การขอมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ต้องยื่นขอผ่านผู้ให้บริการออกใบรับรอง (CA) เช่น Thailand NRCA (ETDA) หรือบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาต เช่น TDID, Netbay
    • การอนุมัติ : บริษัทฯ ต้องได้รับอนุมัติจาก กรมสรรพากร ให้เป็นผู้มีสิทธิจัดทำ e-Tax Invoice ก่อน จึงจะเริ่มต้นใช้งานได้อย่างเป็นทางการได้

สรุป : ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ ต้องใช้ Digital Signature และเลือกส่งได้ 3 ทาง (ทำเองหรือผ่าน Provider) แต่ถ้าเป็น SMEs รายได้ไม่เกิน 30 ล้าน แนะนำเริ่มที่ "By Email" เพราะประหยัดค่าใช้จ่ายและขั้นตอนน้อยกว่า

4. ข้อมูลที่เป็นส่วนสำคัญ คือ รายชื่อผู้ให้บริการ (Service Provider) และ ขั้นตอนการเตรียมตัวยื่นคำขอ ต่อกรมสรรพากร

1. รายชื่อผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่ได้รับอนุญาต

กรมสรรพากรมีการประกาศรายชื่อผู้ให้บริการที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระบบงาน เช่น การรักษาความปลอดภัย และรูปแบบไฟล์ XML ไว้สามารถเข้าไปตรวจสอบได้

  • ตรวจสอบรายชื่อได้ที่: เว็บไซต์ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร ในเมนู "รายชื่อผู้ให้บริการ (Service Provider)"
  • ตัวอย่างผู้ให้บริการรายใหญ่ : เช่น INET, Netbay, Digital Ventures, บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS), หรือธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง

2. ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อขออนุมัติใช้งาน (ระบบใหญ่) (ไม่ใช่ By Email)

มีขั้นตอนดังนี้

ขั้นที่ 1: ตรวจสอบความพร้อมและจัดหาใบรับรอง (Certificate)

  • บริษัทต้องจัดหา ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate) จากผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต (CA) เช่น ETDA หรือ TDID เพื่อนำมาใช้ในการลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)

ขั้นที่ 2: เลือกวิธีการส่งข้อมูล

  • ตัดสินใจว่าจะเชื่อมต่อแบบ Host to Host (ทำเอง) หรือใช้ Service Provider (จ้างทำ)
  • ถ้าใช้ Service Provider : บริษัทฯ ต้องติดต่อบริษัทเหล่านั้นเพื่อทำสัญญาและเชื่อมต่อระบบ ERP ของบริษัทฯ เข้ากับระบบของเขา

ขั้นที่ 3: ยื่นคำขอต่อกรมสรรพากร (แบบ บ.อ.01)

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ etax.rd.go.th
  • ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ที่ซื้อมาในขั้นที่ 1 เป็นตัวยืนยันตัวตน
  • เอกสารที่ต้องเตรียมสแกน : 1. หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน) 2. ภ.พ.20 (ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) 3. บัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ

ขั้นที่ 4: ทดสอบการส่งข้อมูล (Testing)

  • กรมสรรพากรจะให้บริษัทฯ ทดลองส่งไฟล์ XML เข้ามาในระบบ Sandbox เพื่อเช็คว่าโครงสร้างไฟล์ถูกต้องตามมาตรฐาน รข. 3-2560 หรือไม่

3. สรุปความแตกต่างของ "การจดทะเบียน"

  • ไม่ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจฯ (DBD) ในเรื่อง e-Tax โดยเฉพาะ
  • ต้องซื้อ Certificate จากหน่วยงานออกใบรับรอง (CA)
  • ต้องได้รับอนุมัติ จากกรมสรรพากร (RD) เท่านั้น ถึงจะเริ่มส่งใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลทางกฎหมายได้


เนื่องจากรายละเอียดมีเยอะมาก อย่างไรสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Website สรรพากรตาม Link:


 >> https://etax.rd.go.th/etax_staticpage/app/#/index/main#top


ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) จะต้องยื่นแบบ บ.อ.01 ต่ออธิบดีกรมสรรพากร เมื่อได้รับการประกาศรายชื่อแล้วจึงจะสามารถจัดทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ (ใบเสร็จรับเงิน) ให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น XML, PDF, PDF/A-3 หรืออื่น ๆ และมีการลงลายมือชื่อดิจิทัลโดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ และส่งให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามที่ตกลงกันซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 สำหรับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ประกอบการยังมีหน้าที่จัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบกำกับภาษีหรือใบรับให้อยู่ในรูปแบบ XML ตามข้อเสนอแนะมาตรฐานฯ ขมธอ. 3-2560 และลงลายมือชื่อดิจิทัล นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป


 



คำแนะนำ/คู่มือการใช้งาน
https://etax.rd.go.th/etax_staticpage/app/#/index/support/manual


ให้คลิ๊กเลือกเข้าไปอ่านในแต่ละฉบับได้เลยคะ เป็นรูปแบบ e-books




เนื้อหาในการจัดอบรม เกี่ยวกับ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยกองกฎหมายสรรพากร

https://www.rd.go.th/publish/seminar/Seminar_190722.pdf





หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ