Case study

ราคา FOB ในการยื่นภาษีขายส่งออก แบบ Dropship (ให้ผู้ผลิตส่งออกสินค้าไทย)


เรื่อง ราคา FOB ในการยื่นภาษีขายส่งออก แบบ Dropship (ให้ผู้ผลิตส่งออกสินค้าไทย)
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 13/07/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทได้มีการขายส่งออกแบบ Dropship โดยที่โรงงานผู้ผลิตอยู่ในประเทศไทย จะเป็นคนส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง และออกอินวอยซ์ราคาขาย โดยออกอินวอยซ์ใช้ชื่อผู้ส่งในนามของผู้ค้า หรือ ผู้ซื้ออีกประเทศนึง ซึ่งอินวอยซ์ราคาขายจริงที่ส่งไปยังลูกค้าของผู้ซื้อรายนั้น ได้รวมกำไรไว้แล้ว แต่ราคาขายที่บริษัทที่ผลิตในไทย ออกให้ผู้ซื้อเป็นราคาที่เรียกเก็บไปที่ผู้ซื้อรายนั้นต่ำกว่า 

คำถาม    ยอดขายทางภาษีของบริษัทผู้ผลิตควรยื่นจากฐานราคาไหน บริษัทควรนำส่งภาษีขายโดยใช้ราคา FOB ที่คำนวณจาก อินวอยซ์ขายให้ผู้ซื้อชุดจริง ที่สั่งซื้อตาม PO หรือ อินวอยซ์ที่ขายให้ลูกค้า Dropship ที่ผู้สั่งซื้อได้รวมกำไรที่ต้องการไว้แล้ว

คำตอบ

ตอบ  การให้ผู้ขายหรือผู้ผลิตส่งออกแทน   บริษัท ส่งออกสินค้าให้กับผู้ซื้ออีกประเทศนึง  โดย ให้ผู้ค้าที่เป็นโรงงานผู้ผลิต  ในประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกสินค้าแทนตามคำสั่งของของบริษัท เอง  ดังนั้น   


1. ภาษีขาย ที่ บริษัท นำส่ง VAT 0% โดยฐานภาษีที่จะลงในรายงานภาษีขาย คือ ราคา FOB  ที่สำแดงเมื่อส่งออก (ราคา เอฟ.โอ.บี. ได้แก่ราคาสินค้า ณ ด่านศุลกากรส่งออกโดยไม่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ) ของ บริษัท ตามมาตรา 79/1(1)  แห่งประมวลรัษฎากร โดย 

  • สามารถใช้ราคาที่ โรงงานผู้ผลิต  ส่งออกจริง (อินวอยซ์ที่ขายให้ลูกค้า Dropship ที่ผู้สั่งซื้อได้รวมกำไรที่ต้องการไว้แล้ว) 
  • โรงงานผู้ผลิต  จะต้องนำสำเนาเอกสารที่เดินพิธีการส่งออก ฯลฯ ตาม ป.97/2543 ข้อ 3 ให้ บริษัท ใช้เป็นหลักฐาน


2. บริษัท  เป็นผ้ส่งออกที่แท้จริง  ได้สิทธิ  นำส่งภาษีขาย ในอัตรา 0%   ตามมาตรา 80/1(1) แห่งประมวลรัษฎากรแต่ บริษัท ก จะต้องมีหลักฐานตามข้อ 3 วรรค 2  ของ คำสั่งกรมสรรพากรที่  ป.97/2543  พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้  

  • เอกสารแสดงว่าผู้ซื้ออีกประเทศนึง  สั่งซื้อจริง (เช่น PO หรือ Proforma Invoice)
  • เอกสารแสดงว่าซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิต ในประเทศ พร้อมใบกำกับภาษี  
  • เอกสารแสดงว่าจะมีการรับชำระเงินในนามของบริษัท (เช่น L/C, T/T หรือ Bank Statement)
  • หลักฐานการชำระเงินอาจไม่ตรงกับ Invoice ได้ ถ้าแยกการจ่ายระหว่างบริษัทกับโรงงานผู้ผลิต 
  • สำเนาใบขนสินค้าขาออกที่ผ่านการตรวจปล่อยโดยศุลกากร ในนามโรงงานผู้ผลิต  ในประเทศ

3. บริษัท โรงงานผู้ผลิต  ถือว่าเป็นการขายสินค้าในประเทศ  ต้อง นำส่งภาษีขาย ในอัตรา 7%  ตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร

 


มาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะอย่าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าโดยการส่งออก ได้แก่มูลค่าของสินค้าส่งออกโดยให้ใช้ราคา เอฟ.โอ.บี. ของสินค้าบวกด้วยภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ไม่ให้รวมอากรขาออก
 ราคา เอฟ.โอ.บี. ได้แก่ราคาสินค้า ณ ด่านศุลกากรส่งออกโดยไม่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ


มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

    (14) “ส่งออก” หมายความว่า ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง..


มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
             (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ


คำสั่งกรมสรรพากร  ที่ ป. 97/2543

เรื่อง การส่งออกสินค้า ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับสิทธิเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 3 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศและผู้ประกอบการจดทะเบียนซื้อสินค้าดังกล่าวจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ โดยให้โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ เพื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1(14) แห่งประมวลรัษฎากร การที่โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศขายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ถือเป็นการขายสินค้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งต้องจัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าว ถือว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นผู้ส่งออกตามมาตรา 77/1(13) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร


ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้

         (1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

          (2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ และโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศได้จัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ เป็นการขายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 แห่งประมวลรัษฎากร โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศไม่มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ต้องจัดทำใบส่งของให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 105 จัตวา แห่งประมวลรัษฎากร

          (3) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) เป็นต้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

                (ก) กรณีผู้ซื้อในต่างประเทศมอบหมายให้ตัวแทน ผู้ทำการแทน หรือสำนักงานสาขาในประเทศไทยเป็นผู้ชำระราคาค่าสินค้าแทน ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้เอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้

                 (ข) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice)

        (4) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (3) อาจไม่ตรงกับใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้ หากปรากฏว่าผู้ซื้อในต่างประเทศได้แยกหลักฐานการชำระราคาค่าสินค้าในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนและโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศออกจากกัน

        (5) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ในนามของโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ ซึ่งส่งออกสินค้าประเภท ชนิด และจำนวนเท่ากับสินค้าตามหลักฐานตาม (1)



อ้างอิง


(Tax Case Study) EP.3 เจาะประเด็นหน้าที่ทางภาษีการให้ผู้ขาย ผู้ผลิตส่งออกแทน 

 คำถาม

คำตอบ


EP.3 การให้ผู้ขายและผู้ผลิตส่งออกเเทน (Taxes Café)

 คำถาม



คำตอบ



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ