Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ของดเบี้ยปรับ กรณีมีรายได้ 1.8 ล้านแต่ไม่ได้จดทะเบียน VAT / ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากยอดขายผ่าน Tik Tok


เรื่อง ของดเบี้ยปรับ กรณีมีรายได้ 1.8 ล้านแต่ไม่ได้จดทะเบียน VAT / ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากยอดขายผ่าน Tik Tok
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 17/05/2023 - วันที่ตอบ 27/05/2023
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545
ปุจฉา
1. กิจการรายได้เกิน 1.8 ล้านในปี 2565 ตรวจสอบพบเมื่อปิดงบการเงิน ช่วงต้นปี 2566 ดำเนินการจดแวทและยื่นแบบ ภ.พ.30 คำนวณเงินเพิ่ม 1.5% คูณจำนวนเดือน และค่าปรับ 20% (ท.ป. 81/2542 ข้อ 5)
    ตอนจ่ายปรึกษาทางสมุห์เรื่องลดค่าปรับ และขอผ่อนชำระ สมุห์ปรึกษานิติกรของสรรพากร และเจ้าหน้าที่ภายในได้ข้อสรุปว่า ทำได้แต่ต้องมีเจ้าภาพ ต้องส่งเรื่องให้ทีมตรวจแนะนำก่อนเพื่อเป็นเจ้าภาพเรื่องขอผ่อนและลด และแจ้งว่าจะรีบเข้าตรวจเพื่อให้จ่ายภาษีทันภายในก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา (เดินเรื่องต้นเดือนเมษายน 2566) เพื่อให้ค่าปรับไม่เดินมากกว่านี้
    ทางเราไม่ได้รับการติดต่อ 1 เดือนผ่านไปติดตามเรื่อง เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจขอข้อมูลเพิ่มเติมและทำเอกสารให้เซ็น ผู้ประกอบการเซ็นรับทราบการขอลด และมีตารางแสดงการคำนวณที่เป็นค่าปรับภาษีขาย 2 เท่าลด 1 เท่า (ค่าปรับกรณีโดนตรวจพบ) ผู้ประกอบการเซ็นโดยไม่ทราบว่าเนื้อหาเปลี่ยนไปจากตอนแรกค่าปรับ 20% 
    เมื่อทราบภายหลังจึงแจ้งต่อทีมตรวจแนะนำ เค้าบอกว่า เราเซ็นเอกสารยอมรับไปแล้วผู้ใหญ่อนุมัติแล้วเปลี่ยนไม่ได้
    ประเด็นสอบถาม
    (1) จากยื่นเองค่าปรับ 20% ของภาษีขาย สามารถถูกทำให้เป็นค่าปรับภาษีขาย 2 เท่า (กรณีถูกตรวจพบ) ได้ไหมคะ หรือมีความผิดพลาด
    (2) เราแก้ไขอย่างไรได้ไหม อุทธรณ์ได้ไหมคะ เพราะยอดเพิ่มจากความผิดพลาดนี้คือ 1 แสน+ เลยค่ะ
    ตอนนี้เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่โทรหาทุกวันให้ไปยื่นแบบ ภ.พ.30 ยอมรับค่าปรับตามเค้า อ้างอำนาจการตรวจที่สามารถไปเรื่องอื่นๆ ได้แม้ผู้ประกอบการจะยืนยันว่าเรื่องตรวจสอบไม่ได้ติด ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมทำให้ได้หมด แต่ค่าปรับจะเปลี่ยนได้ไหมในเมื่อเรายังไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้ถูกตรวจพบ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าถ้าเราไม่ยอมรับและไปถึงกระบวนการต้องคตรวจจะต้องมีดนประเด็นแน่นอน และหนังสือที่ถูกทำไปแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกแก้ไขอีก
2. บริษัทฯ มีบัญชีผู้ใช้แอพพลิเคชั่น Tik Tok และมีร้านค้าติดต่อขอใช้ช่องทางนี้ในการขายสินค้า และให้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากยอดขาย โดยร้านค้าเป็นผู้กำหนดราคาขาย เงื่อนไขการขายเอง แต่ให้บริษัทฯรับออเดอร์และรับชำระเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ และให้บริษัทฯ แจ้งต่อร้านค้าเพื่อแพ็คสินค้าและจัดส่งถึงลูกค้า (สินค้าถูกจัดเก็บที่คลังร้านค้าเอง) เคลียร์ยอดขายทุกสิ้นเดือน โอนคืนยอดขายหักเปอร์เซ็นที่ตกลงจะให้ร้านค้า
    ประเด็นคำถาม คือ เรารับรู้รายได้เฉพาะส่วนแบ่งเปอร์เซ็นตามที่ตกลงกันได้ไหมคะ เป็นค่าบริการการบริหารจัดการ เดิมบริษัทฯ ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะรายได้ไม่ถึงกำหนด แต่กังวลว่าสรรพากรอาจจะมองว่าเข้าเงื่อนไขเป็นตัวแทนฝากขาย รับรู้รายได้จากราคาขายสินค้า และต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
วิสัชนา
1. กรณีตามข้อเท็จจริงประกอบกิจการมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ในปี 2565 ตรวจสอบพบเมื่อปิดงบการเงิน ช่วงต้นปี 2566 นั้น 
    ตามมาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการโดยไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งค่าปรับตามมาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร อีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษี ตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว หรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ดังนี้ 
    “มาตรา 89 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุคคลตามมาตรา 86/13 เสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้
         (1) ประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือประกอบกิจการเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/17 แล้ว ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษี ตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว หรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษีแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า”
     อย่างไรก็ตาม ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์การการสั่งงดหรือลดเบี้ยปรับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่น ดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร ข้อ 11 และข้อ 13 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/2 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2542 อธิบดีกรมสรรพากรได้มีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
    “ข้อ 2 มอบหมายให้บุคคลดังต่อไปนี้ สั่งงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ทีอธิบดีกรมสรรพากรกำหนด โดยไม่จำกัดจำนวนเบี้ยปรับ 
         (1) ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีกลาง สำหรับเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร 
         (2) ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกำหนด 
         (3) สรรพากรภาค และนักวิชาการภาษี 9 ชช. ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานสรรพากรภาค สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรภาคนั้น 
              การสั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรของนักวิชาการภาษี 9 ชช. ตามวรรคหนึ่ง สรรพากรภาคจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการสั่งและปฏิบัติราชการแทนตามความเหมาะสมในแต่ละกรณีก็ได้ 
         (4) สรรพากรพื้นที่ สำหรับเขตท้องที่สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่นั้น 
         (5) สรรพากรพื้นที่สาขา สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขานั้น
     ข้อ 3 มอบหมายให้เจ้าพนักงานสั่งงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ นอกเหนือไปจากหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด สำหรับคำร้องขอ งดหรือลดเบี้ยปรับที่มีจำนวนเบี้ยปรับเต็มอัตราตามกฎหมาย ดังนี้
         (1) ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีกลาง สำหรับเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรไม่เกิน 500,000.- บาท 
         (2) ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ไม่เกิน 500,000.- บาท 
         (3) สรรพากรภาค และนักวิชาการภาษี 9 ชช. ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานสรรพากรภาค สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรภาคนั้น ไม่เกิน 300,000.- บาท 
              การสั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรของนักวิชาการภาษี 9 ชช. ตามวรรคหนึ่ง สรรพากรภาคจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการสั่งและปฏิบัติราชการแทนตามความเหมาะสมในแต่ละกรณีก็ได้ 
         (4) สรรพากรพื้นที่ สำหรับเขตท้องที่สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่นั้นไม่เกิน 100,000.- บาท
     ข้อ 4 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป” 
     ดังนั้น จึงพึงทำคำร้องของดเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรได้กำหนดหลักเกณฑ์การการสั่งงดหรือลดเบี้ยปรับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ดังกล่าวข้างต้น   

2. กรณีบริษัทฯ มีบัญชีผู้ใช้แอพพลิเคชั่น Tik Tok และมีร้านค้าติดต่อขอใช้ช่องทางนี้ในการขายสินค้า และให้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากยอดขาย โดยร้านค้าเป็นผู้กำหนดราคาขาย เงื่อนไขการขายเอง แต่ให้บริษัทฯ รับออเดอร์และรับชำระเงินเข้าบัญชีของบริษัทฯ และให้บริษัทฯแจ้งต่อร้านค้าเพื่อแพ็คสินค้าและจัดส่งถึงลูกค้า (สินค้าถูกจัดเก็บที่คลังร้านค้าเอง) เคลียร์ยอดขายทุกสิ้นเดือน โอนคืนยอดขายหักเปอร์เซ็นที่ตกลงจะให้ร้านค้า นั้น บริษัทฯ รับรู้รายได้เฉพาะส่วนแบ่งเปอร์เซ็นตามที่ตกลงกันเป็นค่าบริการการบริหารจัดการ ในฐานะที่เป็น Drop shipper ครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ