Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การออกใบกำกับภาษีเมื่อได้รับเงินมัดจำสินค้า
| เรื่อง | การออกใบกำกับภาษีเมื่อได้รับเงินมัดจำสินค้า |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 20/01/2022 - วันที่ตอบ 06/03/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | หนูรบกวนขอความรู้คะ เนื่องจากทางบริษัทหนูมีสั่งชื้อเครื่องจักรจากบริษัทหนึ่ง ซึ่งได้รับเครดิต 30 วัน โดยมีเงื่อนไขการจ่ายดังนี้ค่ะ มัดจำ 30% เมื่อได้รับใบสั่งชื้อ และ 60% เมื่อส่งมอบเครื่อง และ 10% เมื่อติดตั้งเสร็จค่ะ หนูติดประเด็นการออกเอกสารเงินมัดจำ 30% ทางผู้ขายได้ออกใบแจ้งหนี้ แบบนี้เขาออกเอกสารถูกไหมคะ |
| วิสัชนา | ตามมาตรา 78 (1) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการขายสินค้า ไว้ดังนี้ “มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้าก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี” จากบทบัญญัติดังกล่าว ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไข (Condition) และเงื่อนเวลา (Timing) ที่บัญญัติขึ้นเพื่อบ่งชี้ว่า ผู้ประกอบการจะเกิดภาระในอันที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในกรณีใดและเมื่อใด และในกรณีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศหรือจากเขตอุตสาหกรรมส่งออก ผู้นำเข้าจะเกิดภาระในอันที่จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อใด กรณีขายสินค้าโดยทั่วไป หรือการขายเสร็จเด็ดขาด ง หลัก ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการได้ "ส่งมอบ" สินค้าให้แก่ผู้ซื้อ (ทั้งนี้ โดยไม่คำนึงว่าจะมีการรับชำระราคาค่าสินค้า ในขณะที่มีการส่งมอบสินค้าหรือไม่ และไม่คำนึงว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ส่งมอบนั้นจะได้โอนไปยังผู้ซื้อหรือไม่ก็ตาม) การส่งมอบ นั้น จะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ สุดแต่ว่าจะเป็นผลให้สินค้า หรือทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นตกไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้ซื้อ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 462) และถ้าในสัญญากำหนดว่าให้ส่งสินค้า หรือทรัพย์สินที่ขายจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง การส่งมอบ ย่อมสำเร็จได้เมื่อส่งมอบสินค้าหรือทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนส่ง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 463) ทั้งนี้ เว้นแต่คู่กรณีจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น ข้อยกเว้น ในกรณีที่มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้นๆ แล้วแต่กรณี (1) มีการโอนกรรมสิทธิ์สินค้าก่อนส่งมอบ ซึ่งใช้กับการขายสินค้าชนิดพิเศษที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยทางทะเบียนเท่านั้น ซึ่งได้แก่ การขายเรือกำปั่น หรือเรือที่มีระวางตั้งแต่ 6 ตัน เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไป เรือนแพ หรือสัตว์พาหนะซึ่งการขายสินค้าดังกล่าวต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการขายสินค้าที่มีหลักฐานทางทะเบียนอื่นๆ เช่น ยานพาหนะที่ต้องจดทะเบียน หรืออาวุธปืน เป็นต้น (2) กรณีได้รับชำระราคาสินค้า หรือได้มีการออกหลักฐานการใช้บัตรเครดิตก่อนที่จะมีการส่งมอบสินค้า ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นตามจำนวนที่ได้รับชำระราคา หรือที่ได้มีการออกหลักฐานการใช้บัตรเครดิตนั้น (3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน และผู้มีสิทธิออกใบกำกับภาษีได้ออกใบกำกับภาษีก่อนส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อสินค้า ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ สั่งชื้อเครื่องจักรจากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับเครดิต 30 วัน โดยมีเงื่อนไขการจ่ายดังนี้ 1. จ่ายเงินมัดจำจำนวน 30% ของราคาสินค้า เมื่อได้รับใบสั่งชื้อ และ 2. ชำระอีก 60% ของราคาสินค้า เมื่อส่งมอบเครื่อง และ 3. ชำระส่วนที่เหลืออีก 10% ของราคาสินค้า เมื่อติดตั้งเสร็จ กรณีดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามโครงการ Turn Key Project ที่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นการขายสินค้าทั่วไป ซึ่งกำหนดให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อ ผู้ขายได้มีการส่งมอบสินค้า เว้นแต่จะได้มีการชำระราคาสินค้าก่อนส่งมอบ ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริง เมื่อบริษัทฯ ชำระเงินมัดจำจำนวน 30% ของราคาสินค้า เมื่อผู้ขายได้รับใบสั่งชื้อ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ผู้ขายจะได้ส่งมอบสินค้า ที่ทางผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัทฯ ในทันทีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร การที่ผู้ขายเพียงแต่ได้ออกใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งหนี้ จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (5) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นสองเท่าของจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 90/2 แห่งประมวลรัษฎากร ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |