Case study

ค่าอาหารที่บริษัทจ่ายให้คนประจำเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ


เรื่อง ค่าอาหารที่บริษัทจ่ายให้คนประจำเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 22/02/2025
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ด้วยบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งในและระหว่างประเทศ เฉพาะธุรกิจเรือระหว่างประเทศ บริษัทฯได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

คำถาม  

1. สอบถามเกี่ยวกับภาระภาษีที่เกี่ยวข้องสำหรับค่าอาหารของพนักงานคนไทยที่ทำงานบนเรือขนส่งระหว่างประเทศ

2. สอบถามเกี่ยวกับภาระภาษีที่เกี่ยวข้องสำหรับค่าอาหารของพนักงานคนไทยที่ทำงานบนเรือขนส่งในประเทศ



คำตอบ

ตอบ

คำตอบข้อ 1

สำหรับค่าอาหารของพนักงานคนไทยที่ทำงานบนเรือขนส่งระหว่างประเทศ


 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม

       กรณีการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล โดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศดังกล่าว มีสิทธิที่จะนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศทั้งจากการรับขนส่งสินค้าเข้า หรือออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่เข้าลักษณะภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร


       สำหรับค่าอาหาร เช่น วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ ในการทำอาหาร หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน มีระเบียบสวัสดิการชัดเจน ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ หากได้รับต้นฉบับใบกำกับภาษีและมีข้อมูลครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฏากร ก็ไม่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษี ตามมาตรา 82/5(3) แห่งประมวลรัษฎากร  บริษัทฯ สามารถนำภาษีซื้อจากค่าอาหารดังกล่าวไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร


2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ค่าอาหารที่บริษัทจัดให้แก่พนักงาน ถือเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงานจึงถือเป็นเงินได้ของพนักงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร   โดยทั่วไปต้องนำค่าอาหารมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายด้วย  แต่กรณีดังกล่าวเป็นการจ่ายค่าอาหารสำหรับพนักงานที่ทำงานบนเรือขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา  42 (17) ประกอบกับกฏกระทรวง 126 (39)  ดังนั้น ค่าอาหารดังกล่าวที่พนักงานได้รับ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และสิ้นปีก็ไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมายื่นเสียภาษีคะ


มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

 (17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดยกฎกระทรวง  

 ( ดูกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) )

กฎกระทรวง
 ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร


ข้อ ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 

        (39) เงินได้ส่วนที่เป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างที่คนประจำเรือได้รับเนื่อง-จากการปฏิบัติงานบนเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 204 (พ.ศ. 2539) ใช้บังคับ 26 กันยายน 2539 เป็นต้นไป)



3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับค่าอาหาร เช่น วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ ในการทำอาหาร หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน มีระเบียบสวัสดิการชัดเจน ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ บริษัทสามารถลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร


การบันทึกบัญชี (ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน)

          Dr. รายจ่ายค่าสวัสดิการ(อาหาร)-พนักงานขนส่งระหว่างประเทศ (แล้วแต่ Account code ของบริษัท)

                 ภาษีซื้อ

                              Cr.เงินสด/เงินฝากธนาคาร


คำตอบข้อ 2

สำหรับค่าอาหารของพนักงานคนไทยที่ทำงานบนเรือขนส่งภายในประเทศ


 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม
 
บริษัทฯ ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ขนส่งภายในประเทศไทย) การประกอบกิจการดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ณ) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดจากการประกอบกิจการเช่น ค่าอาหาร วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ ในการทำอาหาร บริษัทฯ ไม่มีสิทธิขอเครดิตหรือขอคืน บริษัทฯ ไม่สามารถนำภาษีซื้อจากค่าอาหารดังกล่าวไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร แต่สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน


มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

   (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้

(ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร
                   ( 
ดูพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 241) พ.ศ. 2534 )

พระราชกฤษฎีกา
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการกำหนดให้กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
 เสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (ฉบับที่ 241)
 พ.ศ. 2534
 --------------------------
 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
 ให้ไว้ ณ วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2534
 เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน


มาตรา ให้กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มดังต่อไปนี้ เป็นกิจการที่ผู้ประกอบการมีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้

                    (4) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร สำหรับการให้บริการขนส่งทางทะเลโดยเรือเดินทะเล ทั้งนี้ ให้รวมถึงการให้บริการขนส่งระหว่างทะเลกับแม่น้ำในราชอาณาจักรโดยเรือเดินทะเลด้วย
 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 521) พ.ศ. 2554 ใช้บังคับ 27 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป)



2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ค่าอาหารที่บริษัทจัดให้แก่พนักงาน ถือเป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงานจึงถือเป็นเงินได้ของพนักงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร   บริษัทฯ ต้องนำมาเฉลี่ยให้แก่พนักงานที่ได้รับสวัสดิการนี้ และต้องนำค่าอาหารมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย บริษัทจะต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ของพนักงานเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร


3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับค่าอาหาร เช่น วัตถุดิบ เครื่องปรุงต่างๆ ในการทำอาหาร หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน มีระเบียบสวัสดิการชัดเจน ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ บริษัทสามารถลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร


การบันทึกบัญชี (ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน)

          Dr. รายจ่ายค่าสวัสดิการ(อาหาร)-พนักงานขนส่งระหว่างประเทศ (แล้วแต่ Account code ของบริษัท)

                              Cr.เงินสด/เงินฝากธนาคาร



กฏหมายประกอบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT)


มาตรา 40   เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด
 
        (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน




กฏหมายประกอบภาษีเงินได้นิติบุคคล  (CIT)

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

“(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่..

(9) รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง หรือรายจ่ายซึ่งควรจะได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีอื่น เว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถจะลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีใดก็อาจลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ถัดไปได้

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ

(18) รายจ่ายซึ่งผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ



กฏหมายประกอบภาษีภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) " ขาย " หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง...

“(9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด”


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ





อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีประโยชน์เพิ่มของพนักงาน

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

06/08/2004

เลขที่หนังสือ

กค 0706(กม.05)/1705

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40(1)

ข้อหารือ

1. บริษัทฯ ซื้ออาหารชุด ชุดละ 20 บาท ให้แก่พนักงานทุกคน เพื่อเป็นอาหารกลางวันและอาหารในเวลาทำงานล่วงเวลา
2. บริษัทฯ จ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อจัดให้มีรถยนต์สองแถวรับ-ส่งพนักงาน
3. บริษัทฯ กำหนดไว้ในคู่มือกฎระเบียบ หมวดสวัสดิการ ว่า ภายใน 1 ปี บริษัทฯ จะจัดนำเที่ยวให้กับพนักงาน โดยบริษัทฯ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และให้ถือว่าเป็นวันปฏิบัติงาน หากพนักงานคนใดไม่ไปเที่ยว ให้ถือว่าขาดงาน อันจะมีผลต่อการตัดเบี้ยขยัน และหากพนักงานคนใดไม่ไปเที่ยวตามที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้แล้ว พนักงานผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดนำเที่ยว
 4 บริษัทฯ ได้กำหนดเงินรางวัล เพื่อจ่ายให้กับพนักงานที่ทำงานครบกำหนดเวลาที่บริษัทฯ กำหนดไว้ในคู่มือระเบียบข้อบังคับการทำงาน หมวดสวัสดิการ
ขอหารือเกี่ยวกับ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีประโยชน์เพิ่มของพนักงาน

แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. ค่าอาหารที่บริษัทฯ จ่ายไปเพื่อจัดหามาให้กับพนักงาน ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
2. กรณีตาม 2. เป็นกรณีบริษัทฯ ได้ออกค่าใช้จ่ายเพื่อจัดให้มีรถยนต์สองแถวรับส่งพนักงานถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
3 กรณีตาม 3 ค่าใช้จ่ายในการจัดนำเที่ยวที่บริษัทฯ ออกให้แก่พนักงาน ให้ถือเป็นประโยชน์เพิ่มสำหรับพนักงานที่ใช้สิทธิฯ อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร
 4 กรณีตาม 4 สำหรับพนักงานที่ได้รับเงินรางวัลจากบริษัทฯ เพื่อตอบแทน กรณีได้ปฏิบัติงานครบกำหนดเวลา ให้ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงานผู้นั้น อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขตู้

67/33079






เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเครดิตภาษีซื้อของกิจการขนส่งทั้งในราชอาณาจักรและขนส่งระหว่างประเทศ โดยเรือเดินทะเล

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

30/04/1998

เลขที่หนังสือ

กค 0811/05178

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2(1), มาตรา 80/1(3), มาตรา 81(1)(ณ), มาตรา 82/3, มาตรา 82/5,มาตรา 82/6, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)

ข้อหารือ

  บริษัทฯ ประกอบกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ บริษัทฯ มีเรือหลายลำเรือบางลำขนส่งระหว่างประเทศ และบางลำขนส่งในประเทศแต่เพียงอย่างเดียว

1. เรือที่วิ่งขนส่งระหว่างประเทศอย่างเดียวโดยเฉพาะนั้น บริษัทฯ ต้องนำส่งภาษีขาย และขอคืนภาษีซื้อทั้งจำนวน ถูกต้องหรือไม่

2. เรือที่วิ่งขนส่งในประเทศอย่างเดียวซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ มีสิทธิขอคืนภาษีซื้อ ได้หรือไม่

3. เรือลำเดียวกันขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นบริษัทฯ มีสิทธิ เครดิตหรือขอคืนได้หรือไม่ และต้องเฉลี่ยภาษีซื้อดังกล่าวหรือไม่

แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรเพียงอย่างเดียว การประกอบกิจการดังกล่าวได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ณ) แห่ง ประมวลรัษฎากร ภาษีซื้อที่เกิดจากการประกอบกิจการดังกล่าว บริษัทฯ ไม่มีสิทธิขอเครดิตหรือขอคืน แต่ประการใด

2. กรณีการให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล โดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศดังกล่าว มีสิทธิที่จะนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการขนส่งระหว่างประเทศทั้งจากการรับขนส่งสินค้าเข้า หรือออกนอกราชอาณาจักรที่ไม่เข้าลักษณะภาษีซื้อต้องห้าม ตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ไปหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการทั้งให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) (ณ) แห่งประมวลรัษฎากร และให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเลซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร หาก บริษัทฯ สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือบริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ถือเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ๆ หาก บริษัทฯ ไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือบริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของ กิจการประเภทใด ให้เฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่ง ประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535

เลขตู้

61/26632


เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการประกอบกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

02/05/2001

เลขที่หนังสือ

กค 0811/4131

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 67

ข้อหารือ

     บริษัท ม. จำกัด ได้หารือ กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ มีเรือทั้งหมด 5 ลำ เรือบางลำบริษัทฯ ได้ทำการวิ่งขนส่งสินค้าทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ ซึ่งรายได้คิดเป็น (VOY) รายเที่ยวและแยกได้ว่า (VOY) เที่ยวใดขนส่งในประเทศหรือต่างประเทศ โดยแยกได้ในแต่ละลำเรือ บริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศตั้งแต่ปี 2541 และได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2542

      
     บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

         1. บริษัทฯ ได้ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2541 แต่ได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2542 บริษัทฯ จะขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่วันที่

 
1 มกราคม 2542 ได้หรือไม่

2. ในการเฉลี่ยรายได้นั้นบริษัทฯ มีสิทธิที่จะคำนวณอัตราเฉลี่ยจากฐานรายได้ที่ผ่านมาของปีที่แล้วนำมาคำนวณหาอัตราเฉลี่ยแล้วนำมาใช้ไปก่อน พอสิ้นปีจึงจะทำการปรับปรุงจะได้หรือไม่

3. ค่าใช้จ่ายบางอย่างบริษัทฯ สามารถแยกได้ว่าเกิดจากกิจการส่วนใด แต่สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้ง จะต้องทำการเฉลี่ยอย่างไร

        4. ขณะที่บริษัทฯ ยื่นเรื่องขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น บริษัทฯ มีเรือ ทั้งหมด 5ลำ และได้ขายไปก่อนที่จะได้รับอนุมัติ จำนวน 1 ลำ จะต้องทำเรื่องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบหรือไม่อย่างไร

แนววินิจฉัย

     1. กรณีบริษัทฯ ได้ยื่นแบบคำขอจดทะเบียนขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้จากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2541 บริษัทฯ จึงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้จากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอฯ คือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2541 ทั้งนี้ ตามข้อ 8 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่72)ฯ ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541
 

      2. กรณีเงินได้จากการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 314) พ.ศ. 2540 นั้น จะต้องเป็นเงินได้ที่บริษัทฯ ได้รับหรือพึงได้รับตามสัญญารับขนของทางทะเลตามที่ระบุไว้ในข้อ2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 72)ฯ ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษี เงินได้ (ฉบับที่ 75)ฯ ลงวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 โดยบริษัทฯ ได้ใช้เรือไทยในการประกอบ กิจการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศนั้น โดยเรือไทยนั้นบริษัทฯ ได้แจ้งรายละเอียดของเรือที่ใช้ในกิจการต่อกรมสรรพากรซึ่งรายได้ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าว จะเป็นไปตามบัญชี รายได้ในแต่ละลำเรือ ทั้งนี้ ตามข้อ6 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ ดังกล่าว

 

      3. กรณีรายจ่ายใดที่เป็นรายจ่ายร่วมกันในการประกอบกิจการ ทั้งที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 314) พ.ศ. 2540 และรายจ่ายนั้นไม่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่า ส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใด บริษัทฯ มีสิทธิเฉลี่ยรายจ่ายนั้นตามส่วนของรายได้ของแต่ละกิจการ ทั้งนี้ ตามข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษี เงินได้ (ฉบับที่ 72)ฯ ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541

 

      4. กรณีบริษัทฯ ได้ขายเรือไทยซึ่งบริษัทฯ ได้แจ้งรายละเอียดของเรือไว้ต่อกรมสรรพากรเพื่อขอรับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 8 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่72)ฯ ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541 บริษัทฯ ไม่ต้องแจ้งให้กรมสรรพากรทราบ เกี่ยวกับการขายเรือดังกล่าวแต่ประการใด

เลขตู้

64/30451




หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ