Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

นางสาว A มีรายได้บริการท่องเที่ยวในต่างประเทศ


เรื่อง นางสาว A มีรายได้บริการท่องเที่ยวในต่างประเทศ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 11/05/2023 - วันที่ตอบ 15/05/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อกฎหมาย มาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม, มาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
สอบถาม เรื่อง การให้บริการท่องเที่ยวในต่างประเทศ
    เนื่องจากนางสาว A เป็นคนไทยที่พำนักในประเทศปากีสถานเป็นหลัก อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน ได้จัดบริการท่องเที่ยวประเทศปากีสถานให้แก่คนไทย โดยบริการท่องเที่ยวเริ่มที่สนามบินอิสลามาบัด และเสร็จสิ้นบริการที่สนามบินอิสลามาบัดเช่นกัน
นางสาว A จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจองตั๋วเครื่องบิน การขอวีซ่า หรือการดำเนินการอื่นใดในประเทศไทย ยกเว้นการให้ข้อมูลเรื่องชื่อโรงแรมและเส้นทางเดินทางต่างๆ เพื่อประกอบการขอวีซ่าท่องเที่ยว เท่านั้น การเรียกเก็บค่าบริการ นางสาว A จะขอให้ลูกทัวร์คนไทย โอนเงินมัดจำส่วนนึงเข้าบัญชีในประเทศไทยเพื่อเป็นการยืนยันการจองทัวร์ ส่วนค่าบริการที่เหลือจะให้ลูกทัวร์จ่ายเป็นเงินสดเมื่อไปถึงประเทศปากีสถาน
ขอเรียนถามอาจารย์ว่า 
กรณีนี้ถือว่าเงินมัดจำที่ลูกทัวร์โอนเข้าบัญชีในประเทศไทยเป็นรายได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และถือเป็นรายได้ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยหรือไม่
วิสัชนา
ตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติเกี่ยวกับแหล่งเงินได้ในต่างประเทศพอสรุปความได้ ดังนี้ 
กรณีผู้มีเงินได้ได้รับเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ จะมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อครบองค์ประกอบดังต่อไปนี้ 
    1. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน ไม่ว่าจะอยู่ติดต่อต่อเนื่องหรือไม่ก็ตาม และ
    2. ได้รับเงินไดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศเนื่องจาก
        (1) หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ และ/หรือ
        (2) ทรัพย์สินในต่างประเทศ และ/หรือ
        (3) กิจการที่ทำในต่างประเทศ และ
    3. นำเงินได้ที่ได้รับจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศตามข้อ 2 เข้ามาในประเทศไทย ภายในปีภาษีเดียวกับปีทีเกิดเงินได้นั้น 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    กรณีตามข้อเท็จจริง เนื่องจากนางสาว A เป็นคนไทยที่พำนักในประเทศปากีสถานเป็นหลัก อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน ได้รับเงินได้จากจัดบริการท่องเที่ยวประเทศปากีสถานให้แก่คนไทย เข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) – การรับทำงานให้ หรือมาตรา 40 (8) – ธุรกิจการนำเที่ยว แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศปากีสถาน แม้นางสาว A จะได้รับค่าบริการ ส่วนหนึ่งจากลูกทัวร์คนไทย โดยโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีในประเทศไทยของตนเอง ก็ยังไม่ครบองค์ประกอบตามมาตรา 41 วรรคสอง และวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร จึงถือว่า เงินมัดจำที่ลูกทัวร์โอนเข้าบัญชีในประเทศไทยเป็นเงินได้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามประมวลรัษากร แต่อย่างใด
    นอกจากนี้ การให้บริการนำเที่ยวของ นางสาว A เกิดขึ้นในประเทศปากีสถานทั้งหมด จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยแต่อย่างใด



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ