Case study

บริษัทมีรายได้ค่าเช่าที่ดิน ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน จะต้องจด VAT หรือไม่


เรื่อง บริษัทมีรายได้ค่าเช่าที่ดิน ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน จะต้องจด VAT หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 18/02/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทมีรายได้ค่าเช่าที่ดิน  ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน จะต้องจด VAT หรือไม่

คำตอบ

ตอบ บริษัทมีรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน)  ซึ่งเป็นรายได้ประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81(1)(ต) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัทมีรายได้ต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท จึงไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะบริษัทไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 77/1(6)   แห่งประมวลรัษฎากร  จึงไม่ต้องปฎิบัติตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ที่เขียนบังคับเฉพาะการ ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เท่านั้น   เมื่อบ ริษัท ประกอบกิจการประเภทยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทจึงไม่ต้องคำนึงถึงว่า บริษัทจะมีรายได้เป็นจำนวนเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือไม่ 


มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้

(ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์



มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

  (6) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3


มาตรา 81/1 ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม


พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร

ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ฉบับที่  432)พ.ศ. 2548

มาตรา 4มู ลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากรจะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี



เรื่อง

สื่อการเรียนการสอนที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/08/2024 - วันที่ตอบ 14/08/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1) (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ขอสอบถามเกี่ยวกับสื่อการเรียนการสอนที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มรายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มไหมคะ และต้องทำหนังสือหารือไปยังสรรพากรหรือไม่ ถึงจะได้รับการยกเว้นจด Vat

วิสัชนา

ตามมาตรา 81 (1) (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการการขายสินค้าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียนในราชอาณาจักร ที่มิใช่การส่งออก ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีมูลค่าเป็นจำนวนเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ไปเป็นจำนวนเท่าใด


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    สื่อการเรียนการสอนที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายความถึงแต่เฉพาะหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน เท่านั้น ไม่รวมสมุด ดินสอ ปากกา เครื่องเขียน ซึ่งเป็นสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมียอดขายต่อปีไม่เกิน 1.8 ล้านบาท

    กรณีที่ประสงค์จะทำเป็นหนังสือหารือไปยังกรมสรรพากร เป็นสิทธิของคุณปาริชาติ สิริพันธ์ ไม่พึงต้องขอความเห็นจากผมแต่อย่างใด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ประกอบกิจการขายน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ขายเครื่องจักร 70 ล้านต้องจด VAT หรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 16/08/2024 - วันที่ตอบ 10/09/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทฯ ขายน้ำมันปาล์ม ยกเว้น VAT แต่ไปกู้ยืมเงินธนาคาร โดยมีข้อตกลงให้บริษัทฯ ขายเครื่องจักรให้ธนาคาร 70 ล้านบาท แล้วทำเช่าซื้อคืน

ประเด็นคือบริษัทฯ ขายเครื่องจักรราคา 70 ล้านบาท (เกิน 1.8 ล้านบาท) ธนาคารให้ทำใบกำกับภาษีขายบริษัทฯ ต้องดำเนินการอย่างไรต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่อย่างไร (ไม่ต้องการจดเพราะกิจการขายน้ำมันปาล์ม) และการเสีย VAT กรณีต้องทำอย่างไร

วิสัชนา

ตามแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรตามหนังสือตอบข้อหารือเลขที่ กค 0811/พ.05186 ลงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2542

เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขายทรัพย์สินของกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และกรณีการรับจ้างผสมเคมีภัณฑ์แล้วส่งออกไปต่างประเทศ

ข้อกฎหมาย : มาตรา 80/1, มาตรา 82, มาตรา 82/3, มาตรา 82/5, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 15)ฯ

ข้อหารือ :

    บริษัท ประกอบกิจการเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายสินค้าเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ได้แก่ ยากำจัดวัชพืชและยาฆ่าแมลงแต่เพียงประเภทเดียว ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(จ) และไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด และบริษัทประสงค์จะขายทรัพย์สินที่ใช้แล้วของบริษัท เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และเครื่องจักรที่ใช้ในการบรรจุ ฯลฯ โดยวิธีให้ผู้สนใจยื่นเสนอประมูลโดยจะกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำไว้ และบริษัทฯ มีแผนธุรกิจในปี 2542 จะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราร้อยละ 10.0 สำหรับหน่วยงานใหม่ซึ่งจะตั้งขึ้นเพื่อให้บริการรับจ้างทำของแบบ Turnkey แก่บริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชนิดเข้มข้น ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศและไม่มีสำนักงานสาขาตั้งอยู่ในประเทศไทยแต่อย่างใด โดยงานที่จะให้บริการแก่บริษัทดังกล่าว มีดังนี้

    (1) รับจ้างผสมเคมีภัณฑ์ หรือทำให้เคมีภัณฑ์เจือจาง ตามสูตรที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยส่วนผสมที่ทำให้เคมีภัณฑ์เจือจาง มีทั้งกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาทั้งหมด และกรณีที่ผู้รับจ้างจัดหาบางส่วน

    (2) รับจ้างบรรจุเคมีภัณฑ์เจือจางจากข้อ (1) ลงในบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนดคุณสมบัติโดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาบรรจุภัณฑ์

    (3) ในการรับจ้างผสม และบรรจุเคมีภัณฑ์ ผู้รับจ้างเป็นผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์เข้มข้น และส่วนผสมอื่นๆและเป็นผู้ส่งออกเคมีภัณฑ์ที่บรรจุเรียบร้อยแล้ว สำหรับค่าบริการตามสัญญาจ้างบรรจุเคมีภัณฑ์ ตามข้อ (1) - (3) คิดค่าบริการเป็นการเหมาในอัตรา xxx บาท ต่อการให้บริการ 1 lot 

    ขอทราบดังนี้

    1.การขายทรัพย์สินที่ใช้แล้วของบริษัท ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องนำรายได้จากการขายไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลถูกต้องหรือไม่   

    2. การประกอบกิจการรับจ้างถือเป็นการให้บริการรับจ้างทำของให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศโดยมีสาระสำคัญของการรับจ้างทำของเกิดขึ้นในไทย และได้ส่งผลของการให้บริการไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งบริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกบริการดังกล่าวในอัตราร้อยละ 0 พร้อมทั้งมีสิทธิเครดิตภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากกระบวนการดังกล่าวทั้งหมด ถูกต้องหรือไม่



 

แนววินิจฉัย :

    1. การขายทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการผลิต และจำหน่ายเคมีภัณฑ์ทางการเกษตรประเภทยากำจัดวัชพืช และยาฆ่าแมลง ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อมิได้นำทรัพย์สินไปใช้ในกิจการอื่น นอกจากกิจการที่ได้รับยกเว้น จึงไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องนำรายได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

    2. การที่บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตสินค้าเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ประเภทกำจัดวัชพืชและยาฆ่าแมลง และบริษัทต่างประเทศได้ว่าจ้างให้บริษัทฯ ทำการผสมเคมีภัณฑ์หรือทำให้เคมีภัณฑ์เจือจาง โดยบริษัทฯ เป็นผู้จัดหาส่วนผสมให้หากเคมีภัณฑ์ที่ทำการผสมแล้วมีส่วนผสมหรือวัตถุดิบเป็นชนิดเดียวกับสินค้าที่บริษัทฯ ผลิตเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการขายสินค้า เมื่อส่งไปให้บริษัทในต่างประเทศถือเป็น

การส่งออกสินค้าบริษัทฯ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร  แต่หากเป็นกรณีผสมเคมีภัณฑ์หรือทำให้เคมีภัณฑ์เจือจาง โดยใช้ส่วนผสมหรือวัตถุดิบส่วนใหญ่ บริษัทต่างประเทศผู้ว่าจ้างส่งมาให้ แล้วบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นผู้จัดหา ถือเป็นการจ้างทำของและเมื่อได้ส่งเคมีภัณฑ์เจือจางดังกล่าวไปให้บริษัทในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการในต่างประเทศ ซึ่งหากการรับจ้างดังกล่าวมีหลักฐานเป็นหนังสือ บริษัทฯมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 15) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข กรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 

    3. ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ถูกเรียกเก็บในฐานะผู้นำเข้า ตามมาตรา 82 (2) และภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทฯ ถูกเรียกเก็บจากการซื้อสินค้าหรือการรับบริการ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการส่งออกสินค้าหรือส่งออก บริษัทฯ มีสิทธิขอเครดิตหรือขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร

  

เลขตู้ : 62/27866 

https://www.rd.go.th/23595.html


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการขายน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ได้กู้ยืมธนาคาร โดยมีข้อตกลงขายเครื่องจักรให้แก่ธนาคารในราคา 70 ล้านบาท แล้วทำเช่าซื้อกลับคืน (Sale & Hire Purchase Back) นั้น เนื่องจากทรัพย์สินเครื่องจักรดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีไว้ในการประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร โดยมิได้นำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในกิจการอื่น นอกจากกิจการที่ได้รับยกเว้น จึงเข้าลักษณะเป็นการขายทรัพย์สินที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายเครืองจักรมูลค่า 70 ล้านบาท แต่อย่างใด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ