Case study

สินค้าได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่


เรื่อง สินค้าได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 31/01/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีบริษัทขายสินค้าเกษตร ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีบางหน่วยงานอาจต้องขายสินค้าผลพลอยได้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ยอดขายเกิน 1.8 ล้าน) 

ขอเรียนถามว่า 

กรณีบริษัทจดทะเบียนเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับหน่วยงานที่ขายสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี 

แต่กรณีหน่วยงานที่ขายสินค้าเกษตรอย่างเดียว ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษี แล้วแสดงยอดภาษีเป็นศูนย์ หรือสามารถออกเอกสาร ใบแจ้งหนี้/ใบส่งสินค้าได้ โดยไม่ต้องใช้แบบฟอร์มใบกำกับภาษี เนื่องจากเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้หรือไม่ แต่ยังคงแสดงยอดขายไว้ในรายงานภาษีขาย และกรอก ภพ.30 โดยกรอกยอดขายที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ถูกต้องครบถ้วน 

คำตอบ


ตอบ  ตาม ป.28/2535 ข้อ 2 ระบุว่า พลอยได้  เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับยกเว้น VAT เช่นกัน  แต่จากคำถาม สมาชิกแจ้งว่า ขายสินค้าผลพลอยได้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ยอดขายเกิน 1.8ล้าน) ดังนั้น จึงน่าจะเข้าตาม ป.28/2535   ข้อ 1(3)(4) นะคะ


  1. หน่วยงานที่ขายสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี 
  2. หน่วยงานที่ขายสินค้าเกษตรอย่างเดียว (ขายในประเทศ) ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    • ไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษี แล้วแสดงยอดภาษีเป็นศูนย์ค่ะ   เนื่องจากไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทสามารถออกเอกสาร ใบแจ้งหนี้/ใบส่งสินค้าได้ โดยไม่ต้องใช้แบบฟอร์มใบกำกับภาษีได้ค่ะ


คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 28/2535

เรื่องการขายพืชผลทางการเกษตร ตามมาตรา 81(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

       

ข้อ การขายพืชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักรในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    (3) การขายน้ำผลไม้ น้ำจากพืช หรือน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล

    (4) การขายพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ เปลือกหน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ที่ได้แปรรูปหรือแปรสภาพเป็นอาหารหรือสินค้าอื่นที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) แล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าอาหารหรือสินค้าอื่นนั้นจะบรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อ ที่ผนึกในลักษณะมั่นคงหรือไม่


ข้อ 2  การขายพืชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักรในกรณีดังต่อไปนี้ ได้รับ ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

    (1) การขายพืชผลทางการเกษตรไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ ราก เหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ที่ไม่เข้าลักษณะ ตามข้อ 1




เรื่อง

การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีส่งออกพืชผลทางการเกษตร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 28/03/2018 - วันที่ตอบ 05/04/2018

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/2 (1), มาตรา 81 (1)(ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ท่านครับผมอยากทราบข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีส่งออกพืชผลทางการเกษตร ปกติหากขายในประเทศได้รับการยกเว้น แต่ถ้าเป็นการส่งออกต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่อย่างไร

วิสัชนา

เกี่ยวกับรายได้จากประกอบกิจการขายพีชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักรโดยผู้ประกอบการ
1. โดยทั่วไป ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะมีรายได้ต่อปีเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม
 ....
ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้น ย่อมไม่มีหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายพีชผลทางการเกษตรในราชอาณาจักร มีสิทธิที่แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามแบบ ภ.พ.01.1 เพื่อแจ้งขอใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
 http://www.rd.go.th/…/fil…/tax_pdf/request/pp01.1_090156.pdf
....โดยให้ยื่นพร้อมกัน 3 ฉบับ ณ สถานที่ต่อไปนี้
....(1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือจะยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ก็ได้
....(2) นอกเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่
....(3) สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความดูแลของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่น ณ สำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ หรือจะยื่นผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ก็ได้
....ให้ยื่น ภ.พ.01 ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ยื่น ภ.พ.01.1
 http://www.rd.go.th/…/filea…/tax_pdf/request/pp01_220259.pdf
....ตัวอย่างแนวคำตอบข้อหารือ
....กรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการขายหนังสือ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ระบุประเภทกิจการการผลิต ซื้อมา ขายไป สิ่งพิมพ์ทุกชนิด โดยไม่ได้ยื่นคำขอแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01.1) ตามมาตรา 81/3 (1) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น ถือได้ว่า บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสำคัญผิด และไม่มีเจตนานำกิจการดังกล่าวเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึงไม่มีสถานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ บริษัทฯ มีสิทธิขอยกเลิกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (เลขที่หนังสือ กค 0702/พ./1234 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2557)
3. กรณีผู้ประกอบการส่งออกพืชผลทางการเกษตร จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1)(ก) และ (ข) แห่งประมวลรัษฎากร จึงเป็นกรณีที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสี่ยภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร หากมีรายได้จากการส่งออกพืชผลทางการเกษตรเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ย่อมมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร
....ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ส่งออกพืชผลทางการเกษตรได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
 ....กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียน ประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้ หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจดทะเบียนของผู้ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

10/03/2014

เลขที่หนังสือ

กค 0702/พ./1234

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81(1)(ฉ) มาตรา 83/3(1) และมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือ

1. บริษัทฯ ประกอบกิจการขายหนังสือ ประเภทหนังสือเล่มเล็ก (พ็อกเก็ตบุ๊ค) ได้แก่ หนังสือหมวดจิตวิทยา หมวดเสริมการเรียนรู้ เป็นต้น บริษัทฯ ไม่มีรายได้จากโฆษณาแต่อย่างใด บริษัทฯ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2550 ระบุประเภทกิจการผลิต ขายส่ง ขายปลีก หนังสือและสิ่งพิมพ์ทุกชนิด โดยไม่ได้แจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/3 แห่งประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.01.1) เนื่องจากเข้าใจผิดในข้อกฎหมายและมิได้มีเจตนาเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. บริษัทฯ ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.30) สำหรับเดือนภาษีกันยายน 2550 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2553 แสดงเฉพาะยอดซื้อ ภาษีซื้อ ส่วนเดือนภาษีมกราคม 2554 ถึงเดือนภาษีธันวาคม 2554 แสดงเฉพาะยอดขายที่ได้รับยกเว้นภาษี ยอดซื้อ ภาษีซื้อ และได้นำภาษีซื้อจากการว่าจ้างพิมพ์หนังสือเพื่อขายไปใช้เป็นเครดิตภาษีสำหรับการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดๆ ไปบริษัทฯ ยื่นคำขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.08) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553
 

3. บริษัทฯ ขอหารือ ดังนี้

3.1 กรณีที่บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) โดยไม่ได้แจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01.1) ถือว่า บริษัทฯ ไม่มีความประสงค์เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่หรือไม่

3.2 กรณีที่บริษัทฯ ขายส่ง ขายปลีก หนังสือ ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่งภาษีขายสำหรับรายได้ที่เกิดจากการขายหนังสือ ใช่หรือไม่

3.3 บริษัทฯ จะขอถอนทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือขอออกจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการขายหนังสือ ได้หรือไม่ 3.4กรณีที่บริษัทฯ ได้นำภาษีซื้อจากกิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปเครดิตภาษีสำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 ซึ่งจะต้องมีความรับผิดเสียเบี้ยปรับ ตามมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จะของดเบี้ยปรับทั้งจำนวน ได้หรือไม่

แนววินิจฉัย

     1. กรณีที่บริษัทฯ ประกอบกิจการขายหนังสือ ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81(1) (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01) ระบุประเภทกิจการการผลิต ซื้อมา ขายไป สิ่งพิมพ์ทุกชนิด โดยไม่ได้ยื่นคำขอแจ้งต่ออธิบดีเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.01.1) ตามมาตรา 81/3(1) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น ถือได้ว่า บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยสำคัญผิด และไม่มีเจตนานำกิจการดังกล่าวเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึงไม่มีสถานะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ บริษัทฯ มีสิทธิขอยกเลิกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้
 

 
     2. กรณีที่บริษัทฯ ขายส่ง ขายปลีก หนังสือ ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และบริษัทฯ ไม่มีรายได้จากค่าโฆษณาแต่อย่างใด นั้น บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่งภาษีขายแต่อย่างใด
 

      3. การที่บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบ ภ.พ.30) โดยนำภาษีซื้อที่เกิดจากกิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไปใช้เป็นเครดิตภาษี บริษัทฯ จะต้องรับผิดเบี้ยปรับ ตามมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิยื่นคำร้องของดเบี้ยปรับได้ ตามหลักเกณฑ์ในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงด หรือลดเบี้ยปรับ หรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542

เลขตู้

77/38935


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ