Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี มีเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่
| เรื่อง | บริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี มีเงินกู้ยืมกรรมการค้างอยู่ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 01/09/2025 - วันที่ตอบ 28/12/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) |
| ปุจฉา | |
| วิสัชนา | 1. กรณีบริษัทเลิกกิจการแต่ยังไม่เสร็จการชำระบัญชี ตามมาตรา 1250 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือชำระสะสางการงานของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น” ดังนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่สะสางการงานรวบรวมทรัพย์สินนำออกขายให้ได้เป็นเงินเพื่อชำระคืนเจ้าหนี้ และคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น ตามมาตรา 1267 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานยื่นไว้ ณ หอทะเบียนทุกระยะสามเดือนครั้งหนึ่งว่า ได้จัดการไปอย่างใดบ้าง แสดงให้เห็นความเป็นไปของบัญชีที่ชำระอยู่นั้น และรายงานนี้ให้เปิดเผยแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนและผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้ทั้งหลายตรวจดูได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม” 2. หากเจ้าหนี้ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี มีจำนวนมากเกินกว่าที่จะชำระหนี้ได้ และมีจำนวนมากพอที่จะฟ้องล้มละลาย (1) ให้เป็นหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีที่ต้องฟ้องบริษัทฯ ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อแบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของลูกหนี้เป็นครั้งแรก (2) ให้ผู้ชำระบัญชีนำประกาศของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี แจ้งแก่เจ้าหนี้ทั้งปวง ซึ่งเข้าลักษณะเป็นหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) หากเจ้าหนี้เป็นบริษัทฯ ก็ย่อมสามารถนำจำนวนหนี้ที่ไม่ได้รับชำระไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น (3) ถือเป็นการเสร็จการชำระบัญชีไปในตัว เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้รับคืนทุน ก็ย่อมนำขาดทุนจากการลงทุนไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรในรอบระยะเวลาบัญชีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งเฉลี่ยทรัพย์ของบริษัทที่เลิกกิจการครั้งแรกนั้น 3. กรณีเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเหตุที่เจ้าหนี้ยกหนี้ให้ภายหลังที่บริษัทฯ เลิกกิจการแล้ว ผู้ชำระบัญชีไม่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินในส่วนที่เกินกว่าทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ และไม่ถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากรแต่อย่างใด (จึงไม่ต้องพะวงในเรื่องของคดีอาญาเพราะเหตุที่ไม่ชำระหนี้ภาษีอากรนั้น) ....บริษัทฯ ไม่สามารถหาเงินมาชำระภาษีอากรจำนวนดังกล่าวได้ ดังนั้นแล้วผู้ชำระบัญชี ยังต้องรับผิดชอบต่อหนี้ภาษีอากรดังกล่าว แต่ไม่เกินจำนวนเงินสดและทรัพย์สินที่บริษัทฯ มีอยู่ ณ วันเลิกกิจการ ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 4638/2546 กรมสรรพากร โจทก์ บจ. เอ็มซารูอินเตอร์เนชั่นแนล กับพวก จำเลย เรื่อง ความรับผิดของผู้ชำระบัญชี ดังนี้ “จำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะชำระต่อทางราชการนั้น ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รวบรวมจำนวนเงินที่บริษัทฯ มีอยู่เพื่อชำระค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงเท่าที่มีส่วนที่เหลือเท่านั้น ไม่สามารถจะไปหาจากที่ใดมาชำระหนี้ จึงไม่อยู่ในความรับผิดของผู้ชำระบัญชี” ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |