Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ดอกเบี้ยสำหรับบริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงินกันเอง


เรื่อง ดอกเบี้ยสำหรับบริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงินกันเอง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 14/09/2024 - วันที่ตอบ 26/10/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม,ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ข้อกฎหมาย มาตรา 91/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร, ข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ
ปุจฉา
1. ขอเรียนถามเกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะค่ะ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 26/2534 เรื่อง ดอกเบี้ยสำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร
    “ข้อ 2 กรณีบริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงินกันเอง ไม่ว่าจะนำเงินของตนหรือนำเงินที่กู้ยืมจากบุคคลอื่นมาให้กู้ยืมในระหว่างกันเอง และไม่ว่าจะคิดดอกเบี้ยในอัตราเท่าใดก็ตาม ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมเงินในกรณีเช่นนี้ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายรับเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
    คำว่า "บริษัทในเครือเดียวกัน" หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีความสัมพันธ์กันโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอีกแห่งหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันที่มีการกู้ยืม” 
คำถาม 
กรณีบริษัท A ให้บริษัท B กู้ยืมเงิน ซึ่งบริษัททั้ง A และ B เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน และบริษัท B มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท A ถือหุ้นอยู่ 95% กรณีดังกล่าวนี้จะเข้าข่ายบริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงิน โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไหมค่ะ

2. ขออนุญาตเรียนถาม เรื่อง การรับเงินค่า Incentive มาจาก Supplier ต่างประเทศ และต้องจ่ายเงินให้บริษัทคู่ค้าทั้งหมด กล่าวคือ บริษัทคู่ค้าชื่อบริษัท B ได้ทำสัญญากับ Supplier ของบริษัทฯ ว่า หากขายสินค้าได้ตามสัญญาจะจ่ายค่า Incentive ให้บริษัท B โดยขั้นตอนมีดังนี้ค่ะ 
    (1) Supplier ให้บริษัทฯ ออก Invoice เรียกเก็บเงิน ค่า Incentive ไปยัง Supplier (vat 0%) 
    (2) Supplier โอนเงินค่า Incentive มาให้บริษัทฯ  
    (3) บริษัท B ออก Invoice (VAT 0%) มาเก็บเงินค่า Incentive กับบริษัททั้งจำนวน   
    ในกรณีนี้อยากทราบว่า 
    (1) บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายอย่างไรค่ะ 
    (2) ต้องยื่น ภ.พ.30 (VAT 0%) กรณีบริษัทออก Invoice charge ไปยัง Supplier หรือไม่ 
    (3) ตอนจ่ายเงินให้บริษัท B ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ค่ะ
วิสัชนา
1. ปัจจุบันความตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 26/2534 เรื่อง ดอกเบี้ยสำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ได้ถูกนำมาบัญญัติเป็นมาตรา 3 (32) (ก) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 571) พ.ศ. 2556 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป ดังนี้  
    “มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการดังต่อไปนี้
         (32) กิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากรของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมิได้ประกอบกิจการตามมาตรา 91/2 (1) (2) และ (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับดอกเบี้ยที่ได้รับ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้
               (ก) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันให้กู้ยืมเงินกันเอง
                    "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกัน" หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจำนวนตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไป ซึ่งมีความสัมพันธ์กันโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอีกแห่งหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันที่มีการกู้ยืม โดยให้นับระยะเวลาของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมอันได้ควบเข้ากัน หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเดิมผู้โอนกิจการทั้งหมดรวมด้วย
               (ข) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลฝากเงินไว้กับสถาบันการเงินหรือซื้อตั๋วเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน โดยได้รับดอกเบี้ยตามอัตราปกติ
               ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป” 
     ดังนั้น กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัท A ให้บริษัท B กู้ยืมเงิน ซึ่งบริษัททั้ง A และ B เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน และบริษัท B มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท A ถือหุ้นอยู่ 95% กรณีดังกล่าวนี้ไม่เข้าลักษณะเป็น “บริษัทในเครือเดียวกัน” ตามมาตรา 3 (32) (ก) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัท A และบริษัท B มิได้ถือหุ้นระหว่างกัน เพียงแต่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทั้งสองบริษัทฯ ถือหุ้นในทั้งสองบริษัท บริษัท A จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับดอกเบี้ยเนื่องจากประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ตามมาตรา 91/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีตามข้อเท็จจริง 
    (1) บริษัทฯ ต้องรับรู้รายได้ เมื่อบริษัทฯ ออก Invoice เรียกเก็บเงินค่า Incentive ไปยัง Supplier และรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อบริษัท B ออก Invoice (VAT 0%) มาเก็บเงินค่า Incentive กับบริษัทฯ ทั้งจำนวน
    (2) รายได้ค่า Incentive ที่บริษัทฯ เรียกเก็บไปยัง Supplier ไม่ต้องนำมายื่นแบบ ภ.พ.30 เนื่องจากเป็นรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) กรณีบริษัทออก Invoice charge ไปยัง Supplier  
    (3) ตอนจ่ายเงินให้บริษัท B ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ตามข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ