FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist

การขายสินค้าให้ลูกค้า ราคาต่ำกว่ารายอื่นๆ เท่าไหร่ จึงผิดปกติ


เรื่อง การขายสินค้าให้ลูกค้า ราคาต่ำกว่ารายอื่นๆ เท่าไหร่ จึงผิดปกติ
แหล่งที่มา FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

การขายสินค้าให้ลูกค้า ราคาต่ำกว่ารายอื่นๆ เท่าไหร่ จึงผิดปกติ

คำตอบ
ถ้าบริษัทขายสินค้าให้ลูกค้ารายหนึ่งในราคาต่ำกว่ารายอื่นๆ เป็นมูลค่าเท่าไรจึงถือว่าผิดปกติ?
     ผมได้รับคำถามจากผู้สอบบัญชีท่านหนึ่งดังนี้ “สมมุติราคาขายสินค้าให้ลูกค้ารายหนึ่งต่ำกว่าราคาตลาด หรือต่ำกว่าราคากับคู่สัญญาอื่นๆ การกำหนดเกณฑ์หรือมูลค่าหรือจำนวนเงินเท่าไหร่ที่มองว่ามีความผิดปกติเกินสมควรคะ เพราะอาจมองเป็นส่วนลดเพื่อต้องการผลประโยชน์อื่นหรือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจตามปกติก็ได้”
     ถ้ากลับไปอ่านคำถามอีกครั้ง ประเด็นที่ผู้ถามอยากรู้น่าจะเป็น “เงื่อนไขที่บริษัทจะได้รับการยกเว้นจากความผิดตามกฎหมายในกรณีนี้” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Safe Harbor” ข้อนี้ผมตอบได้เลยว่า กฎหมายไทยไม่มีกำหนดเรื่อง Safe Harbor เอาไว้ รวมถึงไม่มีการตีความกฎหมายในหนังสือตอบข้อหารือของสรรพากรที่จะถอดความได้ว่า หากลดราคาไม่เกินไปกว่าเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซนต์แล้วจะไม่ถูกตรวจสอบภาษี 
     คำถามนี้ฟังไม่เหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องราคาโอน เหมือนจะเป็นการกำหนดราคาระหว่างคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน ไม่ใช่ระหว่างบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน ผมจึงตอบคำถามโดยอ้างอิงจากบทบัญญัติทั่วไปในประมวลรัษฎากร กรณีนี้คือมาตรา 65 ทวิ (4) ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานฯ ประเมินราคาสินค้า/บริการ หรือดอกเบี้ย หากบริษัท “ไม่คิดราคาหรือดอกเบี้ย หรือคิดแต่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยไม่มีเหตุอันสมควร” 
     มาตรา 65 ทวิ (4) นี้ ไม่ได้ให้นิยามของ “ราคาตลาด” เอาไว้ เจ้าพนักงานฯ จึงต้องใช้ดุลยพินิจเพื่อประเมินภาษีว่าราคาตลาดคือราคาใด (ซึ่งโดยปกติมักจะใช้ราคาขายสูงสุดที่บริษัทขายให้ลูกค้า) ในคำถามนี้ มีโอกาสสูงที่เจ้าพนักงานฯ จะประเมินว่าบริษัทลดราคาจนต่ำกว่าราคาตลาด เราจึงวิเคราะห์ต่อไปว่าการให้ส่วนลดนั้นมีเหตุอันสมควรหรือไม่?  คำอธิบายเพียงว่า บริษัทลดราคาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางธุรกิจ ยังฟังดูไม่มีน้ำหนัก และหากนำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาล ก็อาจมีคำวินิจฉัยว่าเป็นคำกล่าวอ้างลอยๆ 
     โดยทั่วไปการบริหารความเสี่ยงในเรื่องนี้ มี Checklist ที่ใช้กันอยู่บ่อยๆ 3 ขั้นตอน คือ 
     (1) ราคาที่จะขายเป็นราคาตลาดหรือไม่ ในกรณีนี้บริษัทให้ส่วนลดกับลูกค้าเพียงรายเดียวและน่าจะต่ำกว่าราคาของคู่ค้ารายอื่นมากพอสมควร จึงไม่น่าจะผ่านตัวประเมินนี้ 
     (2) การตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดมีเหตุอันสมควรหรือไม่ ถ้ามีเหตุผลเพียงเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ก็อาจจะไม่ผ่านเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจมีเหตุผลที่หนักแน่นขึ้น ถ้าการลดราคาเป็นไปตามปกติวิสัยในทางการค้า เช่น การให้ Volume Discount และยิ่งหนักแน่นขึ้นเมื่อกำหนดเป็นนโยบายที่ประกาศใช้เป็นการทั่วไป เช่น ถ้าซื้อสินค้าจำนวนเท่านั้นจะลดราคาให้เท่านี้เปอร์เซนต์ ถ้าซื้อมากขึ้นอีก ก็จะลดราคาให้อีกเท่านี้เปอร์เซนต์ เป็นต้น 
     (3) ข้อสำคัญคือ บริษัทควรตรวจสอบและเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าการให้ส่วนลดทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายที่ประกาศไว้จริงๆ เช่น หนังสือแจ้งนโยบายให้กับคู่ค้า หลักฐานใบกำกับภาษี อีเมล์ติดต่อ ฯลฯ 

phongnarin_r@drkilaw.com




ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB: Phongnarin Ratanarangsikul ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ  มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ " Phongnarin Ratanarangsikul "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ