1. ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร “มาตรา 69 ทวิ ภายใต้บังคับมาตรา 70 ถ้ารัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ให้กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใด ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1 ภาษีที่หักไว้นี้ให้ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามรอบระยะเวลาบัญชีที่หักไว้นั้น ในการนี้ให้นำมาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 58 และมาตรา 59 มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
2. ตามแนวคำตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่หนังสือ กค 0706/4000 ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2546 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีหักกลบลบหนี้ กรมสรรพากรได้วางแนวทาง “1. กรณีบริษัทฯ นำยอดลูกหนี้ค่าบริการ T จำนวน 408,333,964.51 บาท มาหักกลบลบหนี้กับยอดเจ้าหนี้เงินทดรองจ่ายและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย T จำนวน 3,660,061.19 บาท ถือได้ว่าบริษัทฯ ในฐานะเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ค่าบริการบางส่วนแล้วจากลูกหนี้ T เป็นเงิน 3,660,061.19 บาท บริษัทฯ ต้องนำรายได้ค่าบริการดังกล่าวมาคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และยื่นแบบ ภ.พ. 30 สำหรับเดือนภาษีที่มีการหักกลบลบหนี้นั้น ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้ได้ชำระคืนเงินทดรองจ่ายและค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจำนวน 3,660,061.19 บาท ให้แก่เจ้าหนี้ T ครบถ้วนแล้ว และเนื่องจากเงินจำนวน 3,660,061.19 บาท ที่ชำระให้แก่เจ้าหนี้ T มีค่าเช่ารถรวมอยู่ด้วยเป็นเงิน 2,400,000 บาท ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ ได้ชำระค่าเช่ารถให้แก่ T บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามแบบ ภ.ง.ด.53 ตามข้อ 2 (4) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้(ฉบับที่ 16) เรื่อง กำหนดแบบแสดงรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 2. กรณีบริษัทฯ นำลูกหนี้ T จำนวน 404,673,903.32 บาท มาหักกลบลบหนี้กับเจ้าหนี้ C จำนวน 282,656,573.69 บาท ถือได้ว่าบริษัทฯ ได้ชำระหนี้ค่าบริการกรณีส่งพนักงานไปอบรมด้านการตลาดที่ประเทศสิงคโปร์ให้แก่ C แล้ว...”
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง 1. ทางด้านหน่วยงานรัฐจ้างบริษัทเอกชน ดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งต่อมา หน่วยงานรัฐแจ้งบอกเลิกสัญญาบริษัทเอกชนดังกล่าว เนื่องจากบริษัทฯ ดำเนินการล่าช้ากว่ากำหนดไว้ในสัญญาซึ่งมีค่าปรับเกิน 10% หน่วยงานรัฐพิจารณาแล้วเห็นควรบอกเลิกสัญญา ภายหลังการบอกเลิกสัญญา ได้มีการตีราคาค่างานที่บริษัทเอกชนดำเนินการได้เป็นเงิน จำนวน 5,000,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และมีค่าปรับค่าเสียหายที่ต้องเรียกให้บริษัทเอกชนจ่ายชำระให้หน่วยงานรัฐอีกเป็นจำนวน 50,000,000.00 บาท หน่วยงานรัฐ (งานกฎหมาย) ใช้สิทธิตามสัญญานำเงินค่างานที่ต้องจ่ายให้บริษัทเอกชนจำนวน 5,000,000.00 มาหักกับค่าปรับ เพื่อนำเงินค่าปรับภายหลังจากหักค่างานแล้วไปยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เช่นนี้ กรณีฝ่ายกฎหมายนำค่างานสุทธิหลัง หักภาษี ณ ที่จ่าย 1% มาหักค่าปรับ เพื่อนำค่าปรับส่วนที่เหลือเป็นมูลหนี้ในการยื่นฟ้องฯ หน่วยงานรัฐมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษี ณ ที่จ่าย เพราะถือว่า การหักกลบลบหนี้ หน่วยงานรัฐได้จ่ายชำระหนี้แล้ว ไม่ต้องรอผลคำพิพากษาศาลฯ
2. ด้านบริษัทเอกชน มีข้อต่อสู้เรื่องค่าปรับ และไม่ยอมรับการตีราคาค่างานของหน่วยงานรัฐ และไม่ยินยอมออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ให้หน่วยงานรัฐ เช่นนี้ หากค่างานสุทธิหลังหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ที่นำมาหักค่าปรับ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็ให้หน่วยงานรัฐคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เมื่อผลคำพิพากษาศาลฯ ที่ชัดเจนค่อยนำส่งภาษี หัก ณ ที่จ่าย และติดตามใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีส่วนที่เหลือ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |