Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การนำรถของบริษัทฯ และรถส่วนตัวพนักงานมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ
| เรื่อง | การนำรถของบริษัทฯ และรถส่วนตัวพนักงานมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 21/06/2022 - วันที่ตอบ 22/06/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | - |
| ปุจฉา | ผมขอเรียนถามท่านอาจารย์ ดังนี้ บริษัทฯ มีการประชุมกรรมการ และออกระเบียบบริษัทฯ ในการขอใช้รถของบริษัทฯ (จดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในนามบริษัทฯ ) และรถส่วนตัวพนักงานมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ 1. รถยนต์เก๋งของบริษัทฯ เติมน้ำมันเต็มถัง แต่กรรมการนำไปใช้บางส่วน โดยยังไม่มีการเติมน้ำมันคืนดังเดิม บริษัทฯ ได้ปรับปรุงลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงและปรับปรุงลดค่าใช้จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มลง และตั้งกรรมการเป็นลูกหนี้ตามที่กรรมการนำไปใช้ส่วนตัว และเก็บใบกำกับภาษีไว้ประกอบการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีอากรได้ ถูกต้องแล้วหรือไม่ครับ 2. จากข้อ 1 และหากเป็นรถบรรทุกของบริษัทฯ ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีซื้อที่สามารถนำไปหักจากภาษีขายได้ บริษัทฯ ได้ทำการเฉลี่ยภาษีซื้อ ถูกต้องแล้วหรือไม่ครับ 3. รถยนต์เก๋งของพนักงานที่ได้นำมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ พนักงานได้เติมน้ำมันด้วยเงินส่วนตัวและได้รับใบกำกับภาษี แต่การเดินทางเพื่อใช้งาน ใช้น้ำมันไปเพียงบางส่วน บริษัทฯ จึงให้พนักงานเบิกรับเงินตามการเดินทางที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ในอัตราที่บริษัทฯ กำหนดคือกิโลเมตรละ 4 บาท และบริษัทฯ ได้คืนใบกำกับภาษีดังกล่าวให้พนักงานไป ถูกต้องหรือไม่ครับ 4. หากเป็นรถบรรทุกของพนักงาน พนักงานได้เติมน้ำมันด้วยเงินส่วนตัวและได้รับใบกำกับภาษี ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีซื้อที่สามารถนำไปหักจากภาษีขายได้ แต่การเดินทางเพื่อใช้งาน ใช้น้ำมันไปเพียงบางส่วน บริษัทยังคงเก็บใบกำกับภาษีดังกล่าวไว้ และทำการเฉลี่ยภาษีซื้อ ถูกต้องแล้วหรือไม่ครับ 5. มีพนักงานบางคนใช้รถส่วนตัวพนักงานมาใช้ในกิจการของบริษัท โดยเลือกรับสิทธิ์การเบิกจ่ายค่าน้ำมันเป็นการเหมาจ่าย กิโลเมตรละ 4 บาท พนักงานเพียงแนบรายงานการเดินทางที่จำเป็น โดยไม่ต้องแนบใบกำกับภาษี ถูกต้องแล้วหรือไม่ครับ |
| วิสัชนา | 1. กรณีรถยนต์นั่งของบริษัทฯ เติมน้ำมันเต็มถัง แต่กรรมการนำไปใช้ นั้น พึงต้องแยกพิจารณาว่า กรรมการนำไปใช้ในกิจการงานของบริษัทฯ หรือนำไปใช้ส่วนตัว (1) หากนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก็พึงต้องมีระเบียบการขอใช้รถยนต์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว โดยเสมือนหนึ่งบริษัทฯ ให้กรรมการเช่ารถยนต์ ประเด็นจึงต้องคิดค่าบริการใช้รถยนต์จากกรรมการพร้อมทั้งเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การที่จะให้กรรมการเพียงแค่เติมน้ำมันแทนที่ที่ใช้พร่องไปจึงยังไม่ถูก และยุ่งยาก ทางที่ดีต้องไม่มีการนำรถยนต์ไปใช้ส่วนตัวกรรมการ เช่น ขับรถไปจีบสาว หรือพาครอบครัวไปเที่ยว เป็นต้น นั้น ไม่มีบริษัทฯ ใดกระทำตามที่คุณศตวรรษแจ้งไปดอกครับ กล่าวคือ “หากกรรมการยังไม่มีการเติมน้ำมันคืนดังเดิม บริษัทฯ ได้ปรับปรุงลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงและปรับปรุงลดค่าใช้จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มลง และตั้งกรรมการเป็นลูกหนี้ ตามที่กรรมการนำไปใช้ส่วนตัว และเก็บใบกำกับภาษีไว้ประกอบการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีอากรได้” เพราะยุ่งยาก ทั้งในทางปฏิบัติ และหัวใจ จึงไม่พึงต้องกระทำ สู้ใช้วิธีห้ามนำรถยนต์บริษัทฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยเด็ดขาดจะดีงามกว่า (2) บริษัทที่ผมเคยสัมผัสส่วนใหญ่ จะกำหนดให้ใช้รถเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการของบริษัทฯ เท่านั้น จึงไม่มีประเด็นพิสดารตามที่คุณศตวรรษ สอบถามไป เมื่อนำรถยนต์ไปใช้เพื่อประโยชน์แก่กิจการ ก็ย่อมเป็นรายจ่ายได้ โดยจัดทำรายงานการใช้รถยนต์และรายงานผลการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ รถยนต์นั่งเพื่อผู้บริหาร ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่ง ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่า ผู้บริหารทั้งหลายได้กระทำการใดทั้งสิ้นเพื่อประโยชน์แก่กิจการเท่านั้น จึงไม่เคยปรากฏว่า ผู้บริหารใช้รถยนต์เพื่อประโยชน์ส่วนตัวแต่อย่างใด มิฉะนั้น ก็จะกลายเป็นคนเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว ไม่อาจปฏิบัติงานในบริษัทฯ ได้อีกต่อไป 2. กรณีเป็นรถบรรทุกของบริษัทฯ กรรมการยิ่งต้องใช้เพื่อประโยชน์แก่กิจการเท่านั้น หากจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก็ต้องจ่ายค่าบริการ และเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อที่สามารถนำไปหักจากภาษีขายได้ โดยบริษัทฯ ไม่ต้องได้ทำการเฉลี่ยภาษีซื้อ แต่ออย่างใด 3. รถยนต์เก๋งของพนักงานที่ได้นำมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ พนักงานได้เติมน้ำมันด้วยเงินส่วนตัวและได้รับใบกำกับภาษี แต่การเดินทางเพื่อใช้งาน ใช้น้ำมันไปเพียงบางส่วน บริษัทฯ จึงให้พนักงานเบิกรับเงินตามการเดินทางที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ในอัตราที่บริษัทฯ กำหนดคือกิโลเมตรละ 4 บาท และบริษัทฯ ได้คืนใบกำกับภาษีดังกล่าวให้พนักงานไป ถูกต้องแล้วครับ 4. หากเป็นรถบรรทุกของพนักงาน บริษัทฯ ควรเช่าพนักงานมาเพื่อใช้ในกิจการให้เป็นกิจลักษณะ แล้วจ่ายค่ารถยนต์รวมค่าน้ำมัน เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าเช่าและค่าน้ำมัน ก็ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งให้ถูกต้อง หรือหากใช้เฉพาะกิจ ก็ให้จ่ายค่าน้ำมันกิโลเมตรละ 4 บาท เช่นเดียวกับข้อ 3 โดยไม่ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงาน และไม่ต้องไปยุ่งกับการเติมน้ำมันให้วุ่นวาย ไปพร้อมกับการเฉลี่ยภาษีซื้อ แต่อย่างใด ทั้งปวดใจ ปวดหมอง 5. มีพนักงานบางคนใช้รถส่วนตัวพนักงานมาใช้ในกิจการของบริษัท โดยเลือกรับสิทธิ์การเบิกจ่ายค่าน้ำมันเป็นการเหมาจ่าย กิโลเมตรละ 4 บาท พนักงานเพียงแนบรายงานการเดินทางที่จำเป็น โดยไม่ต้องแนบใบกำกับภาษี ถูกต้องแล้วครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |