ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม คุณ เชฟกบนี่ไง จะใครล่ะ ซึ่งได้ปรึกษาหารือในลักษณะทำนองนี้ คือ ตริตรองปัญหาข้อเท็จจริงและปรับประยุกต์เข้ากับข้อกฎหมาย แล้วส่งไปหารือกับผม ช่วยทำให้ “วิสัชนา” ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาค้นคว้ามากมายกระไร 1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดย “มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร” ต้องนำไปคำนวณกับเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (1) และ (2) โดยไม่ได้รับสิทธิเลือกคำนวณตามมาตรา 48 (4) แห่งประมวลรัษฎากร เว้นแต่ ถ้าขายไปในทางการค้าหรือหากำไรอันเข้าลักษณะตามมาตรา 4 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 อันเป็นกฎหมายพิเศษของมาตรา 48 (4) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้มีเงินได้ได้เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (5) และเสียภาษีธุรกิจเฉพาะไว้ ตามมาตรา 91/10 วรรคห้า แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ก็ให้มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้โดยไม่ต้องนำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นฯ ทั้งนี้ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 376) พ.ศ. 2542 ถูกต้องดีงามแล้วครับ ยกตัวอย่างประกอบ นาย ก. ซื้อที่ดินมา 1 แปลง ถือครองไว้ 10 ปี โดยมีเจตนาที่ซื้อไว้เก็งกำไร อันเข้าลักษณะเป็นการได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร แล้วขายออกไปแบบ “ยกแปลง” (ไม่มีการพัฒนา ไม่แบ่งแยก ฯลฯ) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยทั่วไปนาย ก. ไม่มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้คำนวณตามมาตรา 48 (4) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเป็นที่ดินที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร และขายไปไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 4(6) แห่ง พรฎ.ฯ ฉ.342 (เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย แต่ไม่ได้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) ไม่ได้สิทธิฯ ตามมาตรา 3 แห่ง พรฎ.ฯ (ฉ.376) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ไม่ต้องเสียเพราะไม่ได้กระทำภายใน 5 ปี
2. ในทางกลับกัน ถ้า นาย ก. ซื้อที่ดินมา 1 แปลง ถือครองไว้ 3 ปี แล้วขายออกไปแบบยกแปลงเช่นตัวอย่างที่ 1 นาย ก. มีเงินได้จากการขายที่ดิน ที่ ได้มา โดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร โดยหลัก ภาษีเงินได้ฯ ไม่มีสิทธิเลือกคำนวณตามมาตรา 48 (4) แห่ง ปรก. แต่....นาย ก. ขายที่ดินไปเข้าลักษณะตามมาตรา 4 (6) แห่ง พรฎ.ฯ ฉ.342 โดยได้เสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (5) และ ภาษีธุรกิจเฉพาะไว้แล้ว ย่อมได้รับสิทธิเลือกไม่นำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น ทั้งนี้ ตามมาตรา 3 แห่ง พรฎ.ฯ ฉ.376 • ภาษีเงินได้ฯ ให้ดูวิธีการ ได้มา ของอสังหาริมทรัพย์ที่ขายไป • ภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้ดูวิธีการ ขายไป ตาม พรฎ.ฯ (ฉ. 342) ไม่ต้องดูวิธีการได้มา เว้นแต่ กรณีตามมาตรา 4 (6)
3. นาย ข. ประกอบธุรกิจซื้อ - ขาย ที่ดิน (เป็นปกติธุระ) โดยหลัก มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ หากขายอสังริมทรัพย์ไม่เข้าลักษณะตามมาตรา 4 แห่ง (พรฎ.ฯ 342) ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และไม่ต้องยื่นแบบฯ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือน เพราะมาตรา 91/10 วรรคห้า แห่ง ปรก. กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรตามมาตรา 91/2 (6) และให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีกรณีดังกล่าวยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับชำระภาษีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น ภาษีเงินได้ ถ้าหาก นาย ก.ขายที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ บางรายการ (เช่น ขายแบบยกแปลง ถือครองไม่เกิน 5 ปี เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะไว้แล้ว) เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่ได้รับสิทธิเลือกคำนวณตามมาตรา 48 (4) แห่ง พรก. หรือ มาตรา 3 แห่ง พรฎ.ฯ ฉ. 376 ก็ย่อมมีสิทธิเลือกคำนวณ ไม่ต้องนำเงินได้นั้นไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น • การเสียภาษีเงินได้ฯ และ ภาษีธุรกิจเฉพาะ ของผู้ประกอบการขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้พิจารณาถึงความเป็นผู้ประกอบการ แต่ให้พิจารณา ลักษณะ การได้มา ของอสังหาริมทรัพย์นั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้ฯ และ พิจารณากรณีเพิ่มเติมในส่วนของ พรฎ.ฯ 376 สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะให้พิจารณา ลักษณะการขายไป (ตาม พรฎ.ฯ (342)) • ความเป็นผู้ประกอบการ จด หรือ ไม่จดทะเบียนฯ นั้น เป็นส่วนของการกำหนดวิธีการเสีย หรือวิธีการยื่นแบบฯ ไม่ได้เป็นหลักในการกำหนดว่าอสังหาริมทรัพย์รายการใดต้องเสียหรือไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ฯ และภาษีธุรกิจเฉพาะ (เช่นบางท่านเห็นแย้งว่า ถ้าเป็นผู้ประกอบการฯ (กระทำเป็นปกติธุระ) จะจด หรือ ไม่จดทะเบียนฯ หรือไม่ก็ตาม อสังหาริมทรัพย์ที่ขายไป ถือเป็นทางมุ่งค้าหรือหากำไรทั้งหมด ต้องนำเงินได้ไปรวมคำนวณกับกับเงินได้อื่น โดยไม่พิจารณาการได้มา ของอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือกรณีถ้าเป็นผู้ประกอบการ ขายอสังหาริมทรัพย์ไปต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุกกรณีและต้องยื่นแบบฯ เป็นรายเดือนเช่นเดียวกับผู้ประกอบการอื่น)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |