Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

กรณีขายเหล็กชั่งเป็นกิโล แล้วพบว่านำ้หนักหายไปและเรื่องรับหิ้วสินค้า
| เรื่อง | กรณีขายเหล็กชั่งเป็นกิโล แล้วพบว่านำ้หนักหายไปและเรื่องรับหิ้วสินค้า |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 29/06/2021 - วันที่ตอบ 12/08/2021 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | 1. รบกวนเรียนถามเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มค่ะ กรณีบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขายเหล็กโดยเป็นเอเย่นต์ ไม่ได้มีการสต๊อคของแบบชั่งกิโล ในบางครั้งของลอตเดียวกันยอดสั่งซื้อ 5,000 กิโลกรัม แต่พอไปขายช่างได้ 4,900 กิโลกรัม ส่วนต่างเกิดจากการที่น้ำหนักตราช่าง 2 เครื่องที่ไม่เท่ากัน รบกวนเรียนถามว่า ส่วนต่าง 100 กิโลกรัมจำเป็นต้องเปิดบิลขายเพิ่มเติมเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไหมคะ หรือมีข้อหารือที่พอจะอ้างอิงได้ว่าเป็นอัตราของเสียปกติที่ไม่ต้องคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไหมคะ 2. บริษัทรับหิ้วของตามห้าง เวลาจัดงานเซลล์ โดยคิดค่าบริการหิ้วครั้งละ 100 บาท ค่าของแยกตามจริง เช่น เครื่องสำอางค์ 10,000 บาท เป็นต้น คำถามคือ (1) รายรับ 10,000 บาทถือเป็นรายได้ของกิจการหรือไม่ หรือเป็นเงินทดรองจ่ายได้ (2) สืบเนื่องจากข้อ (1) ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 100 บาท หรือ 10,100 บาทคะ |
| วิสัชนา | 1. กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นเอเยนต์ขายเหล็ก ในบางกรณีบริษัทฯ สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ 5,000 กิโลกรัม ตามหลักฐานใบกำกับภาษี แต่เมื่อส่งไปถึงลูกค้าปรากฏว่า น้ำหนักของสินค้าตามตาชั่งของลูกค้าชั่งได้เพียง 4,900 กิโลกรัม นั้น ประการที่ 1 สำหรับน้ำหนักที่ขาดหายไปให้บริษัทฯ ปรับปรุงลดยอดรายได้จากการขาย และลูกหนี้ ลงตามส่วนที่ขาดหายไปดังกล่าว ให้ออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร ถือน้ำหน้กของลูกค้าเป็นหลัก ส่วนต่างให้ปรับลดลงตามใบลดหนี้ ถือเป็นส่วนสูญเสีย เนื่องจากน้ำหนักที่สูญหายไป เพราะตาชั่งของลูกค้า ไม่ใช่การรับคืน และส่วนของน้ำหนักที่ขาดไปดังกล่าว บริษัทฯ สามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องมีข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้น้ำหนักตามตาชั่งของโรงงานลูกค้าไว้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบได้ทันที ประการที่ 2 บริษัทฯ พึงต้องติดต่อ Supplier เพื่อตกลงเรื่องน้ำหนักตามตาชั่งของลูกค้า ว่าจะออกใบลดหนี้มาให้บริษัทฯ ได้หรือไม่ หรือจะช่วยเยียวยาบริษัทฯ โดยประการใดได้บ้าง เช่น ให้ส่วนลดพิเศษ เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัทฯ ดังกล่าวข้างต้น 2. กรณีบริษัทฯ รับหิ้วของตามห้าง เวลาจัดงานเซลล์ โดยคิดค่าบริการหิ้วครั้งละ 100 บาท ค่าของแยกตามจริง เช่น เครื่องสำอางค์ 10,000 บาท เป็นต้น (1) รายรับ 10,000 บาท ที่เป็นค่าสินค้าที่รับหิ้ว นั้น หากมีหลักฐานจาก Supplier ว่าบริษัทฯ เป็นผู้ซื้อสินค้า และบริษัทฯ ต้องออกหลักฐานต่อให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ ก็พึงต้องรับรู้เป็นรายได้ และถือเป็นต้นทุนสินค้าที่ขาย เว้นแต่ที่บริษัทฯ ได้รับใบเสร็จจาก Supplier ที่ออกให้แก่ลูกค้าโดยตรง ก็ย่อมถือเป็นเงินทดรองจ่ายได้ บริษัทฯ เรียกรับแต่เพียงเฉพาะค่าบริการหิ้วจำนวน 100 บาทต่อครั้ง (2) สืบเนื่องจากข้อ (1) หากถือเป็นรายได้จากการขายสินค้า ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายการสินค้าเป็น 10,100 บาท แต่สำหรับกรณีที่บริษัทฯ เป็นเพียงผู้ให้บริการรับหิ้วสินค้า อย่างแท้จริง ก็ให้ออกใบกำกับภาษีจากค่าบริการเพียง 100 บาทต่อครั้ง เท่านั้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |