Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

นักเขียนมีรายได้จากการให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book
เรื่อง | นักเขียนมีรายได้จากการให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 31/12/2022 - วันที่ตอบ 01/01/2023 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 |
ปุจฉา | หนูขายหนังสือเรียน e-book 1) ได้สิทธิ์ยกเว้น VAT ถูกต้องไหมคะ |
วิสัชนา | 1. กรณีที่นักเขียนมีรายได้ในลักษณะของการให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book เมื่อนักเขียนจัดพิมพ์หนังสือเสร็จสิ้น ได้ส่งเป็นลักษณะไฟล์ดิจิทัล ไปยังเว็ปไซต์ที่บริการ e-book โดยเฉพาะ เมื่อให้บริการได้จะแบ่งส่วนรายได้กันโดยประมาณที่ 30% เป็นของทางเว็บไซต์และ 70% เป็นของนักเขียน และเมื่อลูกค้าของเว็ปไซต์ชำระเงินสั่งซื้อหนังสือ e-book จึงจะได้รับสิทธิดาวน์โหลดไฟล์หนังสือดิจิทัลดังกล่าว เพื่ออ่านบนโปรแกรมสำเร็จรูปหรือแอพพลิเคชั่นที่มีระบบป้องกันการปันทึกไฟล์ และไม่สามารถทำการแคปเจอร์ (Capture) ภาพหน้าจอที่อ่านหนังสือ e-book นั้นได้ ลูกค้าผู้ซื้อหนังสือ e-book จะได้สิทธิเพียงแค่อ่านหนังสือ e-book เท่านั้น ดังนี้แล้ว รายได้ของนักเขียนถือเป็นรายได้จากการให้บริการตำราเรียนที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทั้งเวบไซต์และนักเขียน เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร เงินได้พึงประเมินประเภทนี้ ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 และมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 4 (16) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 585) พ.ศ. 2558 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป “มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการให้บริการ ดังต่อไปนี้... (16) การให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต” กรณีที่สำนักพิมพ์ จ่ายรายได้ให้กับนักเขียนจากการขายหนังสือ e-book และระบุว่าเป็นเงินได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินได้พึงประเมินตามประเภท 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งไม่ตรงกับประเภทเงินได้จริงของนักเขียนตามดังกล่าวข้างต้น เมื่อท่านนักเขียนทราบแล้วว่ารายได้จากการจำหน่ายหนังสือ e-book เป็นรายได้ประเภท 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร จึงควรแจ้งให้สำนักพิมพ์งดเว้นการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และเปลี่ยนประเภทเงินได้ที่ได้เคยถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้อง แต่ยังคงมีสิทธิใช้จำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนักเขียน ได้ตามมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร 2. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้จากการให้บริการ e-book เนื่องจากเงินได้จากการให้บริการ e-book ไม่อยู่ใน list การหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาทั้ง 43 รายการตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 จึงต้องคำนวณหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้เพียงสถานเดียว ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร มาใช้บังคับโดยอนุโลม นั่นหมายความว่า ผู้มีเงินได้จากการให้บริการ e-book ต้องเก็บหลักฐานการจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ ทั้งในส่วนของรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน และรายจ่ายในการดำเนินงาน เพื่อพร้อมพิสูจน์แสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินได้ทันที เช่นเดียวกับกรณีการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีอากรของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การคำนวณภาษีให้ทำเป็น 3 ขั้น คือ ขั้นที่หนึ่ง คำนวณหาจำนวนภาษีตาม วิธีที่ 1 เสียก่อน การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 เงินได้พึงประเมินทุกประเภทรวมกันตลอดปีภาษี xxxx (1) หัก ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด xxxx (2) (1)-(2) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย xxxx (3) หัก ค่าลดหย่อนต่าง ๆ (ไม่รวมค่าลดหย่อนเงินบริจาค) ตามที่กฎหมายกำหนด xxxx (4) (3)-(4) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ xxxx (5) หัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด xxxx (6) (5-6) เหลือเงินได้สุทธิ xxxx (7) นำเงินได้สุทธิตาม (7) ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวนภาษีตามการคำนวณภาษีวิธีที่ 1 xxxx ขั้นที่สอง ให้พิจารณาว่าจะต้องคำนวณภาษีตาม วิธีที่ 2หรือไม่ ถ้าเข้าเงื่อนไขที่จะต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 จึงคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 อีกวิธีหนึ่ง กรณีที่ต้องคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 ได้แก่ กรณีที่เงินได้พึงประเมินทุกประเภทในปีภาษี แต่ไม่รวม เงินได้พึงประเมินตามประเภทที่ 1 มีจำนวนรวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป การคำนวณภาษีตามวิธีที่ 2 นี้ ให้คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน เงินได้พึงประเมินทุกประเภทลบเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 คูณด้วย 0.005) ดังกล่าวนั้น ขั้นที่สาม สรุป จำนวนภาษีที่ต้องเสียภาษี กำหนดให้ (10) คือ จำนวนภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 การคำนวณภาษี จำนวนภาษีเงินได้สิ้นปีที่ต้องเสีย เทียบ และ (10) จำนวนที่สูงกว่า xxxx (11) หัก ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว xx ภาษีเงินได้ครึ่งปีที่ชำระไว้แล้ว xx ภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า xx เครดิตภาษีเงินปันผล xx xx (12) (11-12) เหลือ ภาษีเงินได้ที่ต้องเสีย (หรือที่เสียไว้เกินขอคืนได้) xx หมายเหตุ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป หากคำนวณตามวิธีที่ 2 แล้วมีภาษีเงินได้ที่ต้องเสียจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 5,000 บาท ผู้มีเงินได้ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 2 (10) แต่ยังคงมีหน้าที่เสียภาษีตามจำนวนที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 ( 8 ) โดยนำมาสรุปจำนวนภาษีที่ต้องเสียขั้นที่สาม 3. ผู้มีเงินได้จากการให้บริการ e-book ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบชำระภาษีปีละ 2 ครั้งได้แก่ > ครั้งแรกยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.94 ในเดือนกันยายนสำหรับเงินได้ในเดือน มกราคม-มิถุนายน > ครั้งที่ 2 ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.90 ในเดือนมีนาคมของปีถัดไปสำหรับเงินได้ ในเดือนมกราคม-ธันวาคม โดยนำภาษีที่จ่าย ครั้งแรกมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ ในครั้งที่ 2 ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |