Case study

ได้รับเงินค่าปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียงจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้องรวมคำนวณเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดาหรือไม่


เรื่อง ได้รับเงินค่าปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียงจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้องรวมคำนวณเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดาหรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 22/12/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท ท่าอาศยานไทย (ทอท) ได้จ่ายเงินค่าปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียงจากการดำเนินงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน บริเวณที่ได้ผลกระทบจากเสียงดัง เนื่องจากเครื่องบินได้ แล่นผ่าน หมู่บ้านดังกล่าว เงินที่ได้รับ นี้  ถือเป็นเงินได้พึงประเินประเภทใด เเละต้องมารวมคำนวณเป็นเงินได้ของบุคคลธรรมดาหรือไม่คะ

คำตอบ

คำตอบ 


กรณีบุคคลธรรมดาได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าปรับปรุงอาคารเพื่อลดผลกระทบด้านเสียง ซึ่งได้รับจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้จัดตั้งขึ้นโดยการ แปลงสภาพจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจมาเป็น บริษัทมหาชนจำกัด และได้รับการจัดตั้งในรูปของบริษัทมหาชนจำกัด

          

          เงินค่าปรับปรุงอาคาร ถือเป็นเงินชดใช้ความเสียหาย หมายถึง ค่าที่ทำให้เขาเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างอื่น ค่าเสียหายถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร แต่จะต้องเสียภาษีหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาต่อไปว่าค่าความเสียหายนั้นได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร และกฏกระทรวง 126 หรือไม่

          

1. หากตีความให้เข้า ตามมาตรา 42 (13) 
 “ (
13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เงินที่ได้จากการประกันภัย หรือการฌาปนกิจสงเคราะห์” 


ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เป็นเงินค่าเสียหายจากการทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 บัญญัติว่า “ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”


          หากตีความคำว่าละเมิดต่ออนามัย ผลกระทบทางเสียง ส่งผลต่อสุขภาพ ก็ถือว่าบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินชดเชยความเสียหายดังกล่าว ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (13) แห่งประมวลรัษฎากร


บริษัท ทอท. ผู้จ่ายเงิน สามารถลงเป็นรายจ่ายในทางภาษีนิติบุคคลได้ และผู้รับเงิน  ก็ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


https://www.rd.go.th/5937.html#mata42


มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้


    (13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เงินที่ได้จากการประกันภัย หรือการฌาปนกิจสงเคราะห์ 



2. แต่หากไม่เข้าตามมาตรา 42 (13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดก็ต้องให้ทางบริษัท ทอท. ผู้จ่ายเงิน ทำเป็นลักษณะการให้โดยเสน่หา เนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี อาจจะทำจ่ายให้ในช่วงปีใหม่ หรือเทศกาลสำคัญ ตามมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฏากร


บริษัท ทอท. ผู้จ่ายเงิน ไม่สามารถลงเป็นรายจ่ายในทางภาษีนิติบุคคลได้ เป็นรายจ่ายต้องห้าม มาตรา 65 ตรี (3)แต่ ผู้รับเงิน  จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฏากร



มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้


    (28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น



มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

      (3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่




ซึ่งหากพิจารณาตามโจทย์ที่ให้มา ดูจะเข้าตามข้อ 1  ตามมาตรา 42 (13) ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดมากกว่าการให้โดยเสน่หา เนื่องจากมีประชาชนได้รับความเสียหายจากผลกระทบทางเสียง ดังนั้น ต้องตีความให้เข้าข้อนี้  กล่าวคือ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)  และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(13)



ข้อมูลอ้างอิง 

จากสรรพากรสาส์น เรื่อง ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดกับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สรรพากรสาส์น ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด.PDF


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ