Case study

ออกใบลดหนี้ ในกรณีรับเงินมัดจำจากลูกค้า แล้วลูกค้ายกเลิกการซื้อ


เรื่อง ออกใบลดหนี้ ในกรณีรับเงินมัดจำจากลูกค้า แล้วลูกค้ายกเลิกการซื้อ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 21/08/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณี บริษัทฯ ประกอบกิจการ ขายรถยนต์ เป็นอาชีพ เมื่อเดือน มกราคม 2567 บริษัทฯ ได้ขายรถยนต์นั่ง เป็นมูลค่า 7 แสนบาท มีการเรียกเก็บ เงินมัดจำ 10% เป็นเงิน 7 หมื่นบาท ทางลูกค้า ต้องการให้มีการเปลี่ยนฟิลม์รถยนต์ และพวงมาลัยรถ (เป็นโปรโมชั่นที่บริษัทฯ กำหนดไว้ว่าสามารถเปลี่ยนได้) และบริษัทฯ ได้ทำการเปลี่ยนฟิลม์ กับพวงมาลัยแล้ว และมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น 2 หมื่นบาท ต่อมาลูกค้าขอยกเลิกการซื้อรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ตกลงกับลูกค้าจะคืนเงินมัดจำ จำนวน 7 หมื่นบาทให้ แต่จะหักค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนฟิลม์กับพวงมาลัย 2 หมื่นบาท โดยจะคืนเงินให้ลูกค้าเป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท คำถาม

1. ตอนได้รับเงินมัดจำ บริษัทฯ ได้ออกใบกำกับภาษี เงินมัดจำ 7 หมื่น VAT 4,900 บาท บริษัทฯ ทำถูกต้องแล้วหรือไม่

2. ตอนที่ลูกค้ายกเลิกการซื้อรถคันดังกล่าว บริษัทฯ ต้องออกใบลดหนี้ด้วยยอด 2 หมื่นบาท หรือ ยอด 7 หมื่นบาท ในกรณีที่ออกใบลดหนี้ยอด 7 หมื่น ทางบริษัทฯ เรียกเก็บเงินจากลูกค้า 2 หมื่นบาท เป็นรายได้อื่น (รายได้อื่นต้องมี VAT ด้วยหรือไม่) 

คำตอบ

คำตอบ


  1. ตอนได้รับเงินมัดจำ บริษัทออกใบกำกับภาษี เงินมัดจำ 7 หมื่น VAT 4,900 บาท นั้น ต้องดูเงื่อนไขว่าตกลงกับผู้ซื้ออย่างไร


           (1) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำ ซึ่งตามข้อตกลงจะต้องคืนให้กับผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขหากผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำไม่ประสงค์จะทำการซื้อขายให้สำเร็จบริบูรณ์ต่อไป และในทางปฏิบัติผู้ได้รับชำระเงินจองหรือเงินมัดจำได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำยังมิได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ขายยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าของเงินจองหรือเงินมัดจำในขณะที่ได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำ


           (2) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินค่าสินค้าที่ได้ชำระบางส่วนหรือเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินชำระล่วงหน้า เงินจองหรือเงินมัดจำได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าที่ได้รับชำระในขณะที่ได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วน เงินจองหรือเงินมัดจำตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร


           (3) ในกรณีผู้ซื้อได้ตกลงกับผู้ขายว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย โดยเงินชำระล่วงหน้าเป็นการชำระไว้ตาม (2) ถือว่าผู้ขายได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้า รวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย และให้ผู้ขายออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร จากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าซึ่งได้หักเงินส่วนที่ชำระล่วงหน้าออกแล้วในขณะที่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ


    ดังนั้น เมื่อได้รับเงินจองรถยนต์จากลูกค้า จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตาม (1) หรือ (2) ของข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536 ฯ 


  1. กรณีที่บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษี ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตาม (2) ของข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536 ฯ หากต่อมาลูกค้ายกเลิกการจองหรือจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน เมื่อบริษัทฯ ทำการคืนเงินให้ลูกค้า ก็ย่อมมีสิทธิออกใบลดหนี้ได้ตามมาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร


          โดยให้ออกใบลดหนี้ ด้วยยอดเต็มจากมูลค่า เงินมัดจำ 7 หมื่น VAT 4,900 บาท



  1. ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนฟิล์มกับพวงมาลัย 2 หมื่นบาท นั้น ให้บริษัท ออกใบกำกับภาษี VAT 7% (20,000+ VAT 1,400) 

แล้วบันทึกเป็นรายได้อื่น   ส่วนค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนฟิล์มกับพวงมาลัย บริษัทสามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ และภาษีซื้อสามารถนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร



อ้างอิงคำตอบ 


เรื่อง

การออกใบกำกับภาษี ของบริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 26/10/2021 - วันที่ตอบ 05/12/2021

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536

ปุจฉา

บริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์ อยากสอบถามว่า

    1. ตอนรับเงินจองรถยนต์จากลูกค้า บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่

    2. ถ้าต้องออกใบกำกับภาษี แล้วต่อมาลูกค้ายกเลิกการจองหรือจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่านบริษัททำการคืนเงินให้ลูกค้า สามารถออกใบลดหนี้ได้หรือไม่

    3.กรณีรับเงินมัดจำป้ายแดงบริษัทออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า แล้วเมื่อมีการคืนเงินบริษัทออกใบลดหนี้ ถูกต้องไหมครับ

วิสัชนา

1. กรณีบริษัทฯ จำหน่ายรถยนต์ เมื่อได้รับเงินจองรถยนต์จากลูกค้า นั้น

       ตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536ฯ ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2536 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ กรณีผู้ซื้อได้ชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขายก่อนทำการตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือซื้อขายตามสัญญาให้เช่าซื้อดังนี้  

       “ข้อ 5 ในกรณีผู้ซื้อได้ชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขายก่อนทำการตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือซื้อขายตามสัญญาให้เช่าซื้อ

           (1) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำ ซึ่งตามข้อตกลงจะต้องคืนให้กับผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขหากผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำไม่ประสงค์จะทำการซื้อขายให้สำเร็จบริบูรณ์ต่อไป และในทางปฏิบัติผู้ได้รับชำระเงินจองหรือเงินมัดจำได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำยังมิได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ขายยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าของเงินจองหรือเงินมัดจำในขณะที่ได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำ

           (2) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินค่าสินค้าที่ได้ชำระบางส่วนหรือเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินชำระล่วงหน้า เงินจองหรือเงินมัดจำได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าที่ได้รับชำระในขณะที่ได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วน เงินจองหรือเงินมัดจำตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

           (3) ในกรณีผู้ซื้อได้ตกลงกับผู้ขายว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย โดยเงินชำระล่วงหน้าเป็นการชำระไว้ตาม (2) ถือว่าผู้ขายได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้า รวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย และให้ผู้ขายออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร จากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าซึ่งได้หักเงินส่วนที่ชำระล่วงหน้าออกแล้วในขณะที่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

           (4) ในกรณีผู้ซื้อได้ตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะให้เช่าซื้อภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย โดยเงินชำระล่วงหน้าเป็นการชำระไว้ตาม (2) ถือว่าผู้ขายได้ขายสินค้าที่ผู้ซื้อได้ชำระราคาล่วงหน้าไว้แล้วให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย และผู้ให้เช่าซื้อได้ขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อให้แก่ผู้เช่าซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า ให้ผู้ขายสินค้าและผู้ให้เช่าซื้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

                (ก) ผู้ขายสินค้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า และต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตามมาตรา 78 (1) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

                (ข) ผู้ให้เช่าซื้อต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อรวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า และต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่าซื้อ ตามมาตรา 78 (2) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

                (ค) ในกรณีที่ผู้ขายได้รับชำระราคาสินค้าล่วงหน้าจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ และผู้ขายได้ออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อแล้วตามมาตรา 78(1) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ขายได้ออกใบกำกับภาษีขายสินค้าดังกล่าวให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตาม (ก) แล้ว ให้ผู้ขายออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ซื้อ ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร” 

    ดังนั้น เมื่อได้รับเงินจองรถยนต์จากลูกค้า จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตาม (1) หรือ (2) ของข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536 ฯ ดังกล่าวข้างต้น


2. กรณีที่บริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษี ตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตาม (2) ของข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 36/2536 ฯ ดังกล่าวข้างต้น หากต่อมาลูกค้ายกเลิกการจองหรือจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน เมื่อบริษัทฯ ทำการคืนเงินให้ลูกค้า ก็ย่อมมีสิทธิออกใบลดหนี้ได้ตามมาตรา 82/10 และมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร


3. กรณีบริษัทฯ รับเงินมัดจำป้ายแดง บริษัทฯ ออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า แล้วเมื่อมีการคืนเงินบริษัทออกใบลดหนี้ ถูกต้องแล้วครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


https://www.rd.go.th/3606.html

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 36/2536
 เรื่อง
การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซ้อเมื่อได้ส่งมอบ ตามมาตรา 78(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อ 5   ในกรณีผู้ซื้อได้ชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขายก่อนทำการตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดหรือซื้อขายตามสัญญาให้เช่าซื้อ

                        (1) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำ ซึ่งตามข้อตกลงจะต้องคืนให้กับผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขหากผู้ชำระเงินจองหรือเงินมัดจำไม่ประสงค์จะทำการซื้อขายให้สำเร็จบริบูรณ์ต่อไป และในทางปฏิบัติผู้ได้รับชำระเงินจองหรือเงินมัดจำได้ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำยังมิได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ขายยังไม่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าของเงินจองหรือเงินมัดจำในขณะที่ได้รับเงินจองหรือเงินมัดจำ

(2) ในกรณีเงินชำระล่วงหน้าเป็นเงินค่าสินค้าที่ได้ชำระบางส่วนหรือเป็นเงินจองหรือเงินมัดจำที่ไม่เข้าลักษณะตาม (1) ถือได้ว่าผู้ขายซึ่งได้รับเงินชำระล่วงหน้า เงินจองหรือเงินมัดจำได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วนตามมาตรา 78 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ผู้ขายต้องออกใบกำกับภาษีตามมูลค่าที่ได้รับชำระในขณะที่ได้รับชำระราคาสินค้าเป็นบางส่วน เงินจองหรือเงินมัดจำตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

(3) ในกรณีผู้ซื้อได้ตกลงกับผู้ขายว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาดภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย โดยเงินชำระล่วงหน้าเป็นการชำระไว้ตาม (2) ถือว่าผู้ขายได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้า รวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย และให้ผู้ขายออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร จากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าซึ่งได้หักเงินส่วนที่ชำระล่วงหน้าออกแล้วในขณะที่ได้ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

                        (4) ในกรณีผู้ซื้อได้ตกลงว่าจะซื้อขายสินค้าในลักษณะให้เช่าซื้อภายหลังจากที่ได้มีการชำระเงินล่วงหน้าจำนวนหนึ่งให้แก่ผู้ขาย โดยเงินชำระล่วงหน้าเป็นการชำระไว้ตาม (2) ถือว่าผู้ขายได้ขายสินค้าที่ผู้ซื้อได้ชำระราคาล่วงหน้าไว้แล้วให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งส่วนที่ได้มีการชำระล่วงหน้าด้วย และผู้ให้เช่าซื้อได้ขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อให้แก่ผู้เช่าซื้อตามมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า ให้ผู้ขายสินค้าและผู้ให้เช่าซื้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

                              (ก) ผู้ขายสินค้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้ารวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า และต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตามมาตรา 78(1) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

                              (ข) ผู้ให้เช่าซื้อต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าทั้งหมดของสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อรวมทั้งราคาสินค้าชำระล่วงหน้า และต้องออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้เช่าซื้อ ตามมาตรา 78(2) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร

                              (ค) ในกรณีที่ผู้ขายได้รับชำระราคาสินค้าล่วงหน้าจำนวนหนึ่งจากผู้ซื้อ และผู้ขายได้ออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อแล้วตามมาตรา 78(1) และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ขายได้ออกใบกำกับภาษีขายสินค้าดังกล่าวให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตาม (ก) แล้ว ให้ผู้ขายออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่ผู้ซื้อ ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ