ตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/4653 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าบริการอื่นให้แก่บริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ดังนี้ ข้อกฎหมาย : มาตรา 70, มาตรา 40 (8), มาตรา 40 (3) ข้อหารือ : กรณีดังต่อไปนี้ บริษัทฯ ต้องหักภาษีจากเงินได้ที่จ่ายหรือไม่ 1. กรณีจ่ายเงินค่า Software ซึ่งใช้กับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากบริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทสาขาของบริษัทผู้ผลิต โดย Software ดังกล่าวได้นำเข้ามาพร้อมกับตัวเครื่อง (Hardware)โดยราคา Software ในใบ Invoice นำเข้าได้แยกรายการต่างหากกับราคา Hardware 2. กรณีจ่ายเงินค่า Software ระบบปฏิบัติการ (Operating System OS) ไม่ว่าจะนำเข้ามาพร้อมผลิตภัณฑ์หรือนำเข้ามาต่างหากก็ตาม 3. กรณีจ่ายเงินค่า Application Software ที่ได้ซื้อแยกต่างหากจากเครื่องคอมพิวเตอร์ 4. กรณีจ่ายเงินค่า Software ที่สั่งซื้อผ่านทางบริษัทสาขาซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ โดยประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์คือประเทศสหรัฐอเมริกา หากต้องหักภาษีจากเงินได้ที่จ่าย จะใช้อัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศใด 5. กรณีจ่ายเงินค่า Software ที่เป็นการซื้อโดยตรงจากประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์ 6. กรณีจ่ายเงินค่าอบรมในต่างประเทศ 7. กรณีจ่ายเงินค่าค้ำประกันคุณภาพสินค้าในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ (Warranty Fee) 8. กรณีจ่ายเงินค่า Channel Fee ซึ่งเป็นค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใดก็ได้ แม้บริษัทฯ จะไม่ได้เป็นผู้ขายเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็ตาม
แนววินิจฉัย : 1. กรณีบริษัทฯ นำเข้าผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลัก (Hardware) เช่น ตัวเครื่องจักร หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งบรรจุโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) มาพร้อมกับอุปกรณ์หลัก และ Software ทำหน้าที่ควบคุมให้อุปกรณ์หลักใช้งานได้ โดยมิได้กำหนดแยกราคา Software ออกจากราคาอุปกรณ์หลัก (Hardware) Software ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์หลัก เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่า Software ในลักษณะดังกล่าว จึงไม่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร 2. กรณีบริษัทฯ นำเข้า Software ไม่ว่าจะนำเข้าโดยบรรจุมาพร้อมกับตัวเครื่องหรือนำเข้าโดยแยกต่างหากจากตัวเครื่อง และไม่ว่าจะเป็น Software ระบบปฏิบัติการ (Operating Software-OS) หรือ Application Software หากได้กำหนดแยกราคา Software ออกจากราคาของตัวเครื่อง การจ่ายเงินค่า Software ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าแห่งลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศซึ่งบริษัทฯ ได้สั่งโปรแกรมเพื่อนำเข้าด้วย 3. กรณีการจ่ายเงินค่า Software ที่สั่งซื้อผ่านบริษัทสาขาซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ โดย ประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์คือประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากบริษัทฯ จ่ายเงินค่า Software ไปยังบริษัทสาขาซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ บริษัทฯ สาขาในประเทศสิงคโปร์ดังกล่าวย่อมมีถิ่นที่อยู่ตามสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้ ไม่ว่าประเทศที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่จะเป็นประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์ Software หรือไม่ก็ตาม บริษัทฯ ต้องพิจารณาการหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายค่า Software ดังกล่าว ประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศซึ่งสำนักงานใหญ่ของบริษัทสาขาในประเทศสิงคโปร์ตั้งอยู่ หากบริษัทฯ จ่ายเงินค่า Software ที่ซื้อโดยตรงกับประเทศเจ้าของลิขสิทธิ์ การจ่ายเงินค่าSoftware ดังกล่าว บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศ เจ้าของลิขสิทธิ์นั้น 4. การจ่ายเงินค่าอบรมในต่างประเทศ เป็นกรณีบริษัทต่างประเทศให้บริการอบรมแก่พนักงานของบริษัทฯ หากการอบรมดังกล่าวมิได้เป็นการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ เงินค่าอบรมที่บริษัทฯ จ่ายไปยังบริษัทต่างประเทศ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร แต่หากการอบรมดังกล่าวมีการถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีลับใด ๆ เงินค่าอบรมที่บริษัทฯ จ่ายไปยังบริษัทต่างประเทศ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยได้ทำไว้กับประเทศซึ่งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าอบรมดังกล่าว 5. กรณีจ่ายเงินค่าค้ำประกันคุณภาพสินค้าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (Warranty fee) ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า หากบริษัทฯ ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการต่างประเทศ และสินค้าดังกล่าวชำรุดเสียหายภายในช่วงระยะเวลา 1 ปี บริษัทต่างประเทศซึ่งเป็นผู้ขายจะให้บริการซ่อมแก่บริษัทฯ โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการอีก ทั้งนี้ ค่าค้ำประกันคุณภาพสินค้าดังกล่าว บริษัทฯ ได้จ่ายรวมไปกับค่าสินค้าเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นกรณีบริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าทั้งจำนวน แม้ในราคาดังกล่าวสามารถแยกค่าค้ำประกันคุณภาพสินค้าออกมาก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายแต่อย่างใด 6. กรณีจ่ายเงินค่า Channel Fee ซึ่งเป็นค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใดก็ได้ แม้บริษัทฯ จะไม่ได้เป็นผู้ขายเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็ตาม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูอัตโนมัติ หากผู้ซ่อมไม่มีความรู้ในเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการซ่อมได้ ซึ่งช่างของบริษัทฯ อาจศึกษาวิธีการซ่อมได้เองจากคู่มือ หรือบริษัทฯ ได้ส่งช่างไปฝึกเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและวิธีการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าว ณ บริษัทผู้ผลิตซึ่งตั้งอยู่ในต่างประเทศ กรณีดังกล่าวสามารถแยกพิจารณาดังนี้ 6.1 กรณีช่างของบริษัทฯ ได้ศึกษาวิธีการซ่อมด้วยตนเองจากคู่มือ โดยมิได้เรียนรู้เทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีพิเศษใดๆ ในการซ่อมจากบริษัทผู้ผลิต เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใด ๆ เป็นกรณีบริษัทฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร 6.2 กรณีบริษัทฯ ส่งช่างไปฝึกเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและวิธีการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าว ณ บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศและบริษัทผู้ผลิตได้ถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร และกรรมวิธีพิเศษในการซ่อมนั้นให้แก่ช่างของบริษัทฯ เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใด ๆ เป็นกรณีบริษัทฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่บริษัทผู้ผลิตตั้งอยู่
เลขตู้ : 66/32424
ต่อข้อหารือ ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าอบรมความรู้ในต่างประเทศที่บริษัทฯ ส่งพนักงานไปอบรม ณ ต่างประเทศแล้วนำความรู้นั้นมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งผมได้ตอบว่า “ความรู้เป็นนามธรรม ไม่สามารถจับต้องได้” (ไม่ใช่วัดเป็นมูลค่าได้) จึงไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 นั้น ปรากฎว่า ตามแนวคำตอบข้อหารือเลขที่หนังสือ กค 0706/4653 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 กรมสรรพากร ได้วางแนวทางปฏิบัติตามคำวินิจฉัยข้อ 6 ดังนี้ “6. กรณีจ่ายเงินค่า Channel Fee ซึ่งเป็นค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใดก็ได้ แม้บริษัทฯ จะไม่ได้เป็นผู้ขายเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นก็ตาม เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูอัตโนมัติ หากผู้ซ่อมไม่มีความรู้ในเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการซ่อมได้ ซึ่งช่างของบริษัทฯ อาจศึกษาวิธีการซ่อมได้เองจากคู่มือ หรือบริษัทฯ ได้ส่งช่างไปฝึกเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและวิธีการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าว ณ บริษัทผู้ผลิตซึ่งตั้งอยู่ในต่างประเทศ กรณีดังกล่าวสามารถแยกพิจารณาดังนี้ 6.1 กรณีช่างของบริษัทฯ ได้ศึกษาวิธีการซ่อมด้วยตนเองจากคู่มือ โดยมิได้เรียนรู้เทคโนโลยี สูตร หรือกรรมวิธีพิเศษใดๆ ในการซ่อมจากบริษัทผู้ผลิต เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใด ๆ เป็นกรณีบริษัทฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร 6.2 กรณีบริษัทฯ ส่งช่างไปฝึกเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและวิธีการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมระบบการเปิดปิดประตูดังกล่าว ณ บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศและบริษัทผู้ผลิตได้ถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร และกรรมวิธีพิเศษในการซ่อมนั้นให้แก่ช่างของบริษัทฯ เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าอนุญาตให้ช่างของบริษัทฯ ดำเนินการซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ผลิตให้แก่ลูกค้ารายใด ๆ เป็นกรณีบริษัทฯ จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากรให้แก่บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร โดยบริษัทฯ ต้องพิจารณาประกอบกับอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่บริษัทผู้ผลิตตั้งอยู่”
ต้องขอขอบคุณสำหรับความรู้ตามประเด็นในแนวคำตอบข้อหารือดังกล่าว ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นสองประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก กรณีที่เป็นการอบรมทั่วไปที่มิได้มี “การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร และกรรมวิธีพิเศษ” ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทผู้ฝึกอบรมในต่างประเทศ บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษากร แต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับคำตอบที่ผมได้ตอบในการฝึกอบรมดังกล่าวข้างต้น ประเด็นที่สอง กรณีที่ในการฝึกอบรมนั้น ได้มี “การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร และกรรมวิธีพิเศษ” ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม เข้าลักษณะเป็นการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทผู้ฝึกอบรมในต่างประเทศ บริษัทฯ จึงย่อมมีหน้าที่หักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 แล้วยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษากร อีกด้วย กรณีจึงต้องแยกพิจารณาให้ละเอียดรอบด้านว่า ในการฝึกอบรมในแต่ละครั้งนั้น ได้มีการ “การถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยี สูตร และกรรมวิธีพิเศษ” ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมหรือไม่ อย่างใด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |