Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

จ่ายค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นต่างชาติ
| เรื่อง | จ่ายค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นต่างชาติ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 06/11/2020 - วันที่ตอบ 14/01/2021 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (1) (2), มาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543 |
| ปุจฉา | ขอรบกวนเรียนถามอาจารย์ด้วยค่ะ กรณีค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นต่างชาติ และได้ขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เดิมทีบริษัทฯ จ่ายเป็นเงินเดือนและนำส่ง ภ.ง.ด.1 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด กรรมการไม่สามารถเดินทางเข้ามาในไทยได้ และทางบริษัทฯ จะแก้ไขจากเดิมจ่ายเงินเดือนและคำนวณภาษีในอัตราก้าวหน้า มาเป็นจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและหักภาษี 15% แทนในอัตราที่เท่าๆ กันสามารถทำได้ไหมคะ และถ้าหากรับเงินเดือนคำนวณในอัตราก้าวหน้า และจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเพิ่มหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% คนละอย่างในเดือนเดียวกันทำได้ไหมคะ |
| วิสัชนา | 1. นิติสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับกรรมการในการทำงานให้บริษัทฯ แบ่งออกได้เป็น 2 กรณีตามลักษณะของงาน ดังนี้ ....(1) เป็นลูกจ้าง และเป็นกรรมการของบริษัทด้วย .........กรณีนี้ถือเป็นลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ถือเป็นเงินได้ประเภท 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ อ้างอิงเพิ่มเติมตามหนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากร เลขที่หนังสือ กค 0811/พ./7441 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2546 เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน ระบุว่า สัญญาจ้างบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท โดยผู้บริหารมีหน้าที่ความรับผิดชอบ และปฏิบัติงานภายใต้ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติของคณะกรรมการบริษัท โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน เงินที่ได้รับตามสัญญาจ้างดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ....(2) เป็นกรรมการ โดยมิได้เป็นลูกจ้าง ........กรณีนี้ถือเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำนั้น ไม่ว่าหน้าที่ หรือตำแหน่งงานนั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว ถือเป็นเงินได้ประเภท 40 (2) ประกอบกับมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ระบุว่าผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ ........ดังนี้แล้ว ในการการระบุประเภทเงินได้ของกรรมการ จึงควรอ้างอิงข้อเท็จจริงจากลักษณะงานเป็นหลักสำคัญ มิได้ขึ้นอยู่กับการจ่ายเงินได้ให้กับผู้มีเงินได้ในประเทศ หรือนอกประเทศ ........ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังพึงมีหน้าที่ในการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งระบุว่า “ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ........ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัว เหลือเศษเท่าใดให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี ........ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสาม ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้” ........นอกจากนี้ กรมสรรพากรยังได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้โดยละเอียดตามข้อ 1 (1) – (6) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543 อีกด้วย ....จากข้อเท็จจริงข้างต้น หากบริษัทฯ ได้ระบุเงินได้ของกรรมการไม่ตรงกับประเภทเงินได้จริง และหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ควรเปลี่ยนประเภทเงินได้ และดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายให้ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหักไว้ ยังคงสามารถนำมาเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของกรรมการได้ตามมาตรา 60 แห่งประมวลรัษฎากร 2. การจ่ายเงินเดือนกรรมการคำนวณในอัตราก้าวหน้าและจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเพิ่ม หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% คนละอย่างในเดือนเดียวกัน นั้น บริษัทฯ ไม่สามารถกระทำได้ บริษัทฯ ต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไว้โดยละเอียดตามข้อ 1 (1) – (6) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 96/2543 เครดิต อาจารย์ Nisachon Salidkaew ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |