Case study

สัญญาเงินกู้ยืมจากต่างประเทศ ต้องติดอากรสแตมป์หรือไม่


เรื่อง สัญญาเงินกู้ยืมจากต่างประเทศ ต้องติดอากรสแตมป์หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 13/01/2026
ประเภทภาษี อากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย
คำถาม

 สัญญาเงินกู้ ที่บริษัทไทย กู้ยืมเงินจากบริษัทเยอรมัน จำนวน   800,000 ยูโร    ต้องติดอากรสแตมป์หรือไม่คะ  

คำตอบ

สัญญาเงินกู้ที่บริษัทเยอรมัน ออกให้กับบริษัทที่จดทะเบียนที่ประเทศไทย ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่นั้น ให้พิจารณารายละเอียด ทีละข้อดังต่อไปนี้

ข้อ 1) การกู้ยืมเงินนี้ มีตราสารที่ต้องเสียอากรหรือไม่  โดยตราสารที่ต้องติดอากรแสตมป์ คือ ตราสารที่ได้กระทำ (ลงนาม 2 ฝั่ง) ตามมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร   และเป็น ตราสารที่ระบุ ในบัญชีท้ายหมวดอากรแสตมป์ ตามมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร   


ข้อ 2) กรณีที่บริษัทมี ตราสารกู้ยืมเงิน ตามลักษณะแห่งตราสารที่ 5   บริษัทจะต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท ละ 1 บาท แห่งยอดเงินให้กู้ยืม โดยเมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท โดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียอากรคือ ผู้ให้กู้

** อย่างไรก็ตาม การกู้ยืมเงินนี้ เป็นการทำตราสารระหว่าง บริษัทไทย และ ต่างประเทศ จึงต้องพิจารณา  ข้อ 3) ตราสารนั้นกระทำที่ใด กรณีทำที่ต่างประเทศ ได้นำเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่


ข้อ 3) ตราสารนั้นกระทำที่ใดกรณีทำที่ต่างประเทศ ได้นำเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่   

  1. ตราสารที่ กระทำในประเทศไทย  ต้องติดอากรแสตมป์เสมอ ณ วันกระทำตราสาร
  2. ตราสารที่ กระทำในต่างประเทศ (ลงลายมือชื่อในต่างประเทศ) 
    • นำ ตราสาร เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องติดอากรแสตมป์  ณ วันที่ผู้ทรงนำตราสารเข้ามาในประเทศไทย ตามมาตรา 111 แห่งประมวลรัษฎากร
    • มิได้นำตราสารนั้นเข้ามาในประเทศไทย  ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

หมายเหตุ : ภาพถ่าย Xerox ตราสาร (ถือเข้ามา ส่งไลน์ ส่ง e-mail)  ไม่ถือเป็นตราสารหรือสำเนาตราสาร)


ข้อ 4) บริษัทต้องติดอากรกี่บาท และ เมื่อไหร่


วิธีการคำนวณ  ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสารที่ 5 “กู้ยืม”  คือ 

เงินกู้ยืม  จำนวน 800,000 ยูโร x อัตราขาย ณ วันที่ได้กระทำตราสาร (ลงนามครบ 2 ฝั่ง) ได้เท่าไหร่หารด้วย 2,000 บาท = อากรแสตมป์ที่ต้องติด กรณีที่หารแล้วเกิน 10,000 บาท ให้ติดแค่ 10,000 บาท 



เพิ่มเติม : วิธีการปิดแสตมป์บริบูรณ์  


ตราสาร กู้ยืมเงิน  ให้กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ทั้งนี้ตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)



มาตรา 103ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
 “ตราสาร” หมายความว่า เอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้

“กระทำ” เมื่อใช้เกี่ยวกับตราสาร หมายความว่า การลงลายมือชื่อตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“ปิดแสตมป์บริบูรณ์” หมายความว่า
 
            (1) ในกรณีแสตมป์ปิดทับ คือ การได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อนกระทำหรือในทันทีที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว หรือ
 
( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.153/2559 )
             (2) ในกรณีแสตมป์ดุน คือ การได้เสียอากรโดยใช้กระดาษมีแสตมป์ดุนเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว หรือโดยยื่นตราสารให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุน และชำระเงินเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและขีดฆ่าแล้ว หรือ
 (3) ในกรณีชำระเป็นตัวเงิน คือ การได้เสียอากรเป็นตัวเงิน เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียตามบทบัญญัติในหมวดนี้ หรือตามระเบียบซึ่งอธิบดีจะได้กำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี

 
การปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามที่กำหนดใน (1) และ (2) ดังกล่าวข้างต้นนั้น ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ปฏิบัติตามที่กำหนดใน (3) แทนได้


มาตรา 104ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น



มาตรา 111ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกสยาม ให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรงตราสารคนแรกในสยามต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ให้ถือว่าเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์
ถ้ามิได้ปฏิบัติตามความในวรรคก่อน ผู้ทรงคนใดคนหนึ่งแห่งตราสารต้องเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก่อน แล้วจึงจะยื่นตราสารเพื่อให้จ่ายเงิน รับรอง สลักหลัง โอน หรือถือเอาประโยชน์ได้
 ผู้ทรงตราสารคนใดได้ตราสารตามความในมาตรานี้มาไว้ในครอบครองก่อนพ้นกำหนดเวลาที่กล่าวในวรรค 1 ผู้ทรงคนนั้นจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก็ได้ โดยมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ทรงคนก่อน ๆ


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

เรื่อง    กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับตราสารบางลักษณะ


     ข้อ 2  ให้กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ตามมาตรา 103(3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับตราสารแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

(4) กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ตาม ลักษณะแห่งตราสาร 5. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์



บัญชีอัตราอากรแสตมป์

ลักษณะแห่งตราสาร

อากรแสตมป์

ผู้ที่ต้อง

เสียอากร

ผู้ที่ต้องขีดฆ่า

แสตมป์

5. กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร

ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินให้กู้ยืม หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี

ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท 

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์หรือสหกรณ์กู้ยืมจากสหกรณ์หรือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 ใช้บังคับ 1 ก.พ.2529 เป็นต้นไป)




 
1 บาท




 ผู้ให้กู้




 ผู้กู้


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

กู้ยืมเงินและจ่ายดอกเบี้ยให้แก่บุคคลธรรมดาที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 06/03/2023 - วันที่ตอบ 09/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,อากรแสตมป์

ข้อกฎหมาย

มาตรา 50 (2)(ก) มาตรา 52 และมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร, ลักษณะตราสาร 5 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

ปุจฉา

กรณีบริษัทฯ กู้ยืมเงินจากบุคคลภายนอก ซึ่งอาศัยอยู่ต่างประเทศ 37.5 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีสัญญาเงินกู้ต้องติดอากรแสตมป์หรือไม่ อย่างไรคะ แล้วดอกเบี้ยจ่ายหัก ณ ที่จ่าย นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54 หรือเปล่าคะ กรณีผู้ให้กู้อยู่ต่างประเทศ

วิสัชนา

1. ตามลักษณะตราสาร 5 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ตราสาร “กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร” กำหนดให้ผู้ให้กู้มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของเงิน 2,000 บาท แห่งยอดเงินที่กู้ยืมหรือตกลงให้เบิกเกินบัญชี ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท


2. ตามมาตรา 111 แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 111 ถ้าตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกสยามให้เป็นหน้าที่ ของผู้ทรงตราสารคนแรกในสยามต้องเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ให้ถือว่าเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์

        ถ้ามิได้ปฏิบัติตามความในวรรคก่อน ผู้ทรงคนใดคนหนึ่งแห่งตราสารต้องเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก่อน แล้วจึงจะยื่นตราสารเพื่อให้จ่ายเงิน รับรอง สลักหลัง โอน หรือถือเอาประโยชน์ได้

        ผู้ทรงตราสารคนใดได้ตราสารตามความในมาตรานี้ไว้ในครอบครองก่อนพ้นกำหนดที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่ง ผู้ทรงคนนั้นจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าก็ได้ โดยมีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ทรงคนก่อน ๆ”


3.ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้

        (2) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) และ (4) ให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ เว้นแต่

             (ก) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) และ (4) นอกจากที่ระบุไว้ใน (ข)(ค)(ง) และ (จ) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ 

             (ข) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3)(ก) และ(ค) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้  

             (ค) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3)(ข) ให้ถือว่าผู้ออกตั๋วเงิน ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือนิติบุคคลผู้โอนตั๋วเงินหรือตราสารดังกล่าว ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามส่วนนี้เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน และให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีเงินได้ ในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ และให้ถือว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นเป็นภาษีที่หักไว้

             (ง) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ก) ที่มิได้ระบุใน (ข) และ (ค) แห่งมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงินได้มิใช่เป็นนิติบุคคล และจ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษีตามมาตรานี้

             (จ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้  

              (ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ซ) และ (ฌ) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

1. กรณีบริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้แก่บุคคลธรรมดาผู้ให้กู้ยืม ซึ่อาศัยอยู่ต่างประเทศ จำนวน37.5 ล้านบาท ในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี นั้น

    (1) สัญญาเงินกู้ดังกล่าว ต้องติดอากรแสตมป์ หากได้กระทำในประเทศไทย หรือแม้กระทำในต่างประเทศ แต่ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ โดยวิธีแสตมป์ปิดทับตราสาร เป็นจำนวน 10,000 บาท เนื่องจากมีวงเงินกู้เกินกว่า 20 ล้านบาท

    (2) กรณีผู้ให้กู้ยืมอยู่ในต่างประเทศ หากกระทำตราสาร (ลงลายมือชื่อในต่างประเทศ) โดยมิได้นำสัญญากู้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ก็ไม่พึงต้องปิดอากรแสตมป์

    อนึ่ง ภาพถ่ายสัญญากู้ยืมเงิน (ไม่ถือเป็นตราสารหรือสำเนาตราสาร)

2. ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่บุคคลธรรมดาชาวต่างประเทศ และมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ของเงินได้ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงินได้ ตามมาตรา 50 (2)(ก) มาตรา 52 และมาตรา 59 แห่งประมวลรัษฎากร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ