1. ตามมาตรา 77/1 (18) และ (22) แห่งประมวลรัษฎากร “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (18) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง (ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15 (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 (22) “ใบกำกับภาษี” หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 83/5 และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากร หรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม”
2. ตามมาตรา 82/5 (2) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อต้องห้ามดังนี้ “มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 (1) กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ เว้นแต่เป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (2) กรณีใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (4) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตาม (1) – (4) เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534) (5) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10 (6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี” (ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (6) เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535)
3. ภาษีซื้อที่จะนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งประมวลจากมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42) อาจสรุปหลักเกณฑ์ ได้ดังต่อไปนี้ 3.1 ต้องเป็น “ภาษีซื้อ” ตามมาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง (1) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า (2) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15 (3) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 3.2 ต้องเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการทีอยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อาทิ ค่าสินค้าหรือบริการที่จะนำมาขายหรือให้บริการ รายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ 3.3 ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐาน “ใบกำกับภาษี” ดังต่อไปนี้ (1) ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่น (2) ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมศุลกากรตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนำเข้าสินค้าตามมาตรา 77/1 (12) แห่งประมวลรัษฎากร (3) ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต กรณีนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร (4) ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร (“เพิ่มยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบเพิ่มหนี้) (5) ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร (“ลดยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้) (6) ใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ตามมาตรา 86/12 แห่งประมวลรัษฎากร 3.4 กรณีได้รับ “ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป” (1) ต้องมีรายการครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร (2) รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องเป็นรายการที่ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง (3) การจัดทำรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องเป็นไปตามวิธีที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ดังนี้ (ก) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” ต้องตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ ซึ่งจะเป็นผลให้รายการอื่นๆ ในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปนั้นสามารถออกโดยวิธีการใดๆ ก็ได้ อาทิ เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด ประทับด้วยตรายาง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือจัดทำด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน (ข) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” รายการใดรายการหนึ่ง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รายการอื่นที่เหลือต้องจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ เว้นแต่เป็นรายการที่ได้ตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรายการดังต่อไปนี้ จะจัดทำให้มีขึ้นโดยวิธีการใดก็ได้ 1) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี 2) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” และ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ 3) รายการ “เลขทะเบียนรถยนต์” กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน (4) รายการ “จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ต้องเป็นรายการที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง (5) ต้องพิสูจน์ได้ว่า มีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ตามใบกำกับภาษีนั้นไปจริง 3.5 ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐานใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ที่มิสิทธิที่จะออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย 3.6 ต้องไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42)
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริง เป็นเหตุการณ์พิเศษที่ไม่มีกฎหมายรองรับที่จะให้บริษัทฯ นำภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้ายาเฉพาะทางที่ใช้กับเฉพาะคนไข้รายนั้นๆ เท่านั้น มาใช้ได้เนื่องจาก “ชื่อผู้เข้า” ตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรเป็นชื่อของคนไข้ เว้นแต่จะได้นำเข้าในนามของบริษัทฯ โดยวงเล็บชื่อคนไข้เอาไว้ เนื่องจากเป็นกรณีที่เป็นยาเฉพาะทางไม่ใช่สินค้ายาที่ใช้เป็นการทั่วไป ดังนั้น เมื่อสำแดงใบขนสินค้าในนามของลูกค้าที่เป็นคนไข้ที่ต้องใช้ยา จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อที่จะสามารถอนุโลมให้ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |