Case study

(ใบเสร็จกรมศุลกากร) ชื่อนำเข้าเป็นชื่อบริษัท เเต่ TAX ID เป็นของผู้กระทำการนำเข้าแทน (DHL)


เรื่อง (ใบเสร็จกรมศุลกากร) ชื่อนำเข้าเป็นชื่อบริษัท เเต่ TAX ID เป็นของผู้กระทำการนำเข้าแทน (DHL)
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 11/06/2025
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

เนื่องจากบริษัท DHL ได้ขนส่งสินค้าแทนบริษัทฯ แต่ใบเสร็จกรมศุลกากรเเสดงชื่อนำเข้าเป็นชื่อบริษัทฯ เเต่ TAX ID เป็นของผู้กระทำการนำเข้าแทน (DHL)

คำถาม บริษัทฯ สามารถนำใบเสร็จใบนี้ไปเคลมภาษีซื้อกับทางสรรพากรได้หรือไม่

คำตอบ

ตอบ


  • ภาษีซื้อ ให้หมายความรวมถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า ตามมาตรา 77/1 (18) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร
  • ความครบถ้วนในใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร (เข่น ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ฯลฯ) นั้น ใช้บังคับเฉพาะใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ถือเป็นภาษีซื้อ ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่

สำหรับใบเสร็จรับเงินกรมศุลกากร ถือเป็นใบกำกับภาษีซื้อตามมาตรา 77/1 (22) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ได้มีกำหนดให้ใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร (ที่ถือเป็นใบกำกับภาษี) ต้องมีรายการ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น บริษัทฯ สามารถนำใบเสร็จใบนี้ไปเคลมภาษีซื้อ ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร  กับทางสรรพากรได้ค่ะ



มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(18) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง
                   
(ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า
 
                  (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15
                   (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7

 (22) “ใบกำกับภาษี” หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 83/5 และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากร หรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม



มาตรา 86/4 ภายใต้บังคับมาตรา 86/5 และมาตรา 86/6 ใบกำกับภาษีต้องมีรายการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

    (1) คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

    (2) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย

    (3) ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

    (4) หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่มถ้ามี

    (5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ

    (6) จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง

    (7) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

    (8) ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด



มาตรา 82/4 ภายใต้บังคับมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐานภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4
บทบัญญัติมาตรานี้มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้งให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม
             ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.27/2535 )
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น
 ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรานี้ เนื่องจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของตน ย่อมเป็นภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น

อ้างอิง

เรื่อง

กรณีบริษัทฯ ได้รับใบเสร็จกรมศุลในฐานะเป็นตัวแทนการนำเข้าสินค้า

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 24/11/2017 - วันที่ตอบ 15/01/2018

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

ปุจฉา

บริษัท ก ได้สั่งซื้อฟอยล์ 5 ม้วน เป็นเงินบาทในราคา 14,000 บาท จากบริษัท ข ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นประกอบการในไทย จดทะเบียน ภพ โดยเมื่อบริษัท ข ได้รับคำสั่งซื้อแล้วก็จะสั่งให้ทางญี่ปุ่นส่งฟอยล์ดังกล่าวโดยให้ FED EX มาส่ง หลังจากนั้นทางบริษัท ข จึงค่อยออกใบกำกับภาษีมาให้ ปัญหาคือ เมื่อทาง FED EX นำฟอยส์มาส่ง จะมีใบเสร็จกรมศุลมาด้วย ซึ่งใบเสร็จกรมศุล จะระบุชื่อผู้นำเข้า คือ บริษัท ก แต่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเป็นของเฟดเอ็กซ์ ซึ่งได้โทรไปถามเฟดเอ็กซืแล้วว่าทำไมไม่ใช่เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของ บริษัท ก เขาแจ้งว่าเนื่องจากปริมาณน้อย จึงออกพร้อมกับสินค้าอื่นที่มีผู้นำเข้ามาด้วยกัน และบอกว่าทางบริษัท ก สามารถใช้ ภซ ดังกล่าวได้โดยแนบใบขนรวมเป็นหลักฐาน
อยากเรียนถามอาจารย์ว่า
 
ภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวทางบริษัท ขอเครดิตได้ไหม ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไหมครับ เพราะตอนที่เฟดเอ็กซ์ส่งมามี commercial invoice ของบริษัทญี่ปุ่น ระบุ 5 ม้วนเป็นเงินบาท 14,000 บาท
 
รบกวนเรียนถามนะครับ
 ผมว่าใช้ไม่ได้ และลงเป็น ภซ ขอคืนไม่ได้แล้ว ถ้าอาจารย์มีข้อแนะนำก็รบกวนด้วยนะครับ

วิสัชนา

     กรณีบริษัท ก ได้สั่งซื้อฟอยล์ 5 ม้วน เป็นเงินบาทในราคา 14.000 บาท จากบริษัท ข ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นประกอบการในไทย จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเมื่อบริษัท ข ได้รับคำสั่งซื้อแล้วก็จะสั่งให้ทางญี่ปุ่นส่งฟอยล์ดังกล่าวโดยให้ FED EX มาส่ง หลังจากนั้นทางบริษัท ข จึงค่อยออกใบกำกับภาษีมาให้ ปัญหาคือ เมื่อทาง FED EX นำฟอยส์มาส่ง จะมีใบเสร็จกรมศุลกากรมาด้วย ซึ่งใบเสร็จกรมศุลกากร จะระบุชื่อผู้นำเข้า คือ บริษัท ก แต่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเป็นของเฟดเอ็กซ์ ซึ่งได้รับแจ้งว่า เนื่องจากปริมาณน้อย จึงออกพร้อมกับสินค้าอื่นที่มีผู้นำเข้ามาด้วยกัน และบอกว่าทางบริษัท ก สามารถใช้ภาษีซื้อดังกล่าวได้ โดยแนบใบขนรวมเป็นหลักฐาน
     กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเข้าลักษณะกรณีไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีของบริษัท ก ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40)

ต่อข้อถามขอเรียนว่า
 
     ภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวทางบริษัท ก สามารถนำไปใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อเครดิตออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

นำเข้ายาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องนำเข้าโดยชื่อคนไข้ ใบเสร็จกรมศุลฯ นำมาเครดิตภาษีซื้อได้หรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 08/05/2024 - วันที่ตอบ 12/05/2024

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (18) และ (22) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทฯ ประกอบกิจการธุรกิจซื้อมาขายไป นำเข้ายาจากต่างประเทศ เพื่อขายให้กระทรวง ทบวง กรม และโรงพยาบาล เป็นเฉพาะทาง ซึ่งนำเข้าโดยชื่อคนไข้ ซึ่งมีใบสั่งยาจากทางโรงพยาบาลประกอบการนำเข้า เมื่อเข้ามาแล้วทางบริษัทฯ ได้เปิดใบกำกับภาษีขายให้ทางโรงพยาบาลและคนไข้ โดยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
 จึงรบกวนถามอาจารย์
 
ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯจะสามารถเคลมภาษีมูลค่าเพิ่มได้ไหมค่ะแต่ใบเสร็จกรมศุลกากรเป็นชื่อคนไข้ เอกสามารถอ้างอิงกันได้เนื่องจากบริษัทขายให้คนไข้และโรงพยาบาลที่แพทย์มีใบสั่งยาประกอบ

ทางบริษัทฯ มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า บริษัทฯ จ่ายค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจริงตามใบสั่งแพทย์ เราจะสามารถใช้เคลมภาษีมูลค่าเพิ่มหักกับภาษีขายใน ภ.พ 30 พอเป็นไปได้ไหมค่ะ

วิสัชนา

1. ตามมาตรา 77/1 (18) และ (22) แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

         (18) “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง

                (ก) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า

                (ข) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15

                (ค) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 

         (22) “ใบกำกับภาษี” หมายความรวมถึง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบเสร็จรับเงินที่ส่วนราชการออกให้ในการขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามมาตรา 83/5 และใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ของกรมศุลกากร หรือของกรมสรรพสามิต ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม”



 

2. ตามมาตรา 82/5 (2) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อต้องห้ามดังนี้

    “มาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตามมาตรา 82/3

            (1) กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ เว้นแต่เป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

            (2) กรณีใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

            (3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

            (4) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตาม (1) – (4) เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534)

            (5) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษีตามส่วน 10

            (6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี” 

(ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (6) เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535) 



 

3. ภาษีซื้อที่จะนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งประมวลจากมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42) อาจสรุปหลักเกณฑ์ ได้ดังต่อไปนี้

    3.1 ต้องเป็น “ภาษีซื้อ” ตามมาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

         “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรา 82/4 วรรคสี่ และให้หมายความรวมถึง

         (1) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียเมื่อนำเข้าสินค้า

         (2) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสีย เนื่องจากได้รับโอนสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรตามมาตรา 82/15 

         (3) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้นำส่งตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7

    3.2 ต้องเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการทีอยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อาทิ ค่าสินค้าหรือบริการที่จะนำมาขายหรือให้บริการ รายจ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

    3.3 ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐาน “ใบกำกับภาษี” ดังต่อไปนี้

         (1) ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่น

         (2) ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมศุลกากรตามมาตรา 83/8 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีนำเข้าสินค้าตามมาตรา 77/1 (12) แห่งประมวลรัษฎากร

         (3) ใบเสร็จรับเงินค่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” ที่ออกโดยกรมสรรพากร หรือกรมสรรพสามิต กรณีนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร

         (4) ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 82/9 แห่งประมวลรัษฎากร (“เพิ่มยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบเพิ่มหนี้)

         (5) ใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีเป็นไปตามเหตุแห่งการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 82/10 แห่งประมวลรัษฎากร (“ลดยอดภาษีซื้อ” ในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้)

         (6) ใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ตามมาตรา 86/12 แห่งประมวลรัษฎากร

    3.4 กรณีได้รับ “ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป”

         (1) ต้องมีรายการครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

         (2) รายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ต้องเป็นรายการที่ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

         (3) การจัดทำรายการในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องเป็นไปตามวิธีที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดตามมาตรา 82/5 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ดังนี้

              (ก) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” ต้องตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ ซึ่งจะเป็นผลให้รายการอื่นๆ ในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปนั้นสามารถออกโดยวิธีการใดๆ ก็ได้ อาทิ เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด ประทับด้วยตรายาง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือจัดทำด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกัน

              (ข) กรณีที่ คำว่า “ใบกำกับภาษี” รายการ “ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี รวมทั้งข้อความ “เอกสารออกเป็นชุด” รายการใดรายการหนึ่ง จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ รายการอื่นที่เหลือต้องจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ เว้นแต่เป็นรายการที่ได้ตีพิมพ์จากโรงพิมพ์ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรายการดังต่อไปนี้ จะจัดทำให้มีขึ้นโดยวิธีการใดก็ได้

                   1) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ออกใบกำกับภาษี

                   2) รายการคำว่า “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา” และ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร” ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ

                   3) รายการ “เลขทะเบียนรถยนต์” กรณีซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการสถานีบริการน้ำมัน

         (4) รายการ “จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ต้องเป็นรายการที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการให้ชัดแจ้ง

         (5) ต้องพิสูจน์ได้ว่า มีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีซื้อ) ตามใบกำกับภาษีนั้นไปจริง  

    3.5 ต้องเป็นภาษีซื้อตามหลักฐานใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ที่มิสิทธิที่จะออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย

    3.6 ต้องไม่เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) และ (ฉบับที่ 42)



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีตามข้อเท็จจริง เป็นเหตุการณ์พิเศษที่ไม่มีกฎหมายรองรับที่จะให้บริษัทฯ นำภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้ายาเฉพาะทางที่ใช้กับเฉพาะคนไข้รายนั้นๆ เท่านั้น มาใช้ได้เนื่องจาก “ชื่อผู้เข้า” ตามใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากรเป็นชื่อของคนไข้ เว้นแต่จะได้นำเข้าในนามของบริษัทฯ โดยวงเล็บชื่อคนไข้เอาไว้ เนื่องจากเป็นกรณีที่เป็นยาเฉพาะทางไม่ใช่สินค้ายาที่ใช้เป็นการทั่วไป ดังนั้น เมื่อสำแดงใบขนสินค้าในนามของลูกค้าที่เป็นคนไข้ที่ต้องใช้ยา จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อที่จะสามารถอนุโลมให้ได้



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์



เรื่อง

การใช้ภาษีซื้อในใบเสร็จกรมศุลกากร

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 03/11/2020 - วันที่ตอบ 14/01/2021

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1 (18), มาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ
 
พอดีอยากใช้ภาษีซื้อไปกลบภาษีขาย ในใบเสร็จกรมศุลกากร แบบนี้ต้องทำไงบ้างคะ ตอนนี้ได้ใบเสร็จกรมศุลมาแล้วคะ

วิสัชนา

การลงรายการในรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ดำเนินการตามข้อ 8 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) ดังนี้

....“ข้อ 8 การลงรายการในรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ดำเนินการดังนี้

.........(1) ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดเก็บใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 หรือใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่มีลักษณะเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร ใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร ใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพสามิต และเอกสารหลักฐานอื่นประกอบการลงรายงานภาษีซื้อ แยกต่างหากจากเอกสารหลักฐานอื่น โดยให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

.............(ก) แยกเป็นรายเดือนภาษีที่ลงรายการในรายงานภาษีซื้อ

.............(ข) เรียงตามลำดับใบกำกับภาษีที่ได้รับ

.............(ค) ให้เลขที่กำกับใบสำคัญดังกล่าวเรียงขึ้นใหม่ทางด้านบนขวาของใบสำคัญนั้น ๆ

.........(2) ให้ลงรายการตามมูลค่าสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเกิดจากใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 หรือใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่มีลักษณะเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป เป็นรายใบกำกับภาษี โดยให้ลงรายการเรียงตามลำดับใบกำกับภาษีที่ได้รับโดยไม่คำนึงว่าใบกำกับภาษีนั้นจะลงวันเดือนปีใด แต่การลงรายการในช่องวันเดือนปีของใบกำกับภาษี ให้ลงวันเดือนปีตามที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษี และให้ลงรายการภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้รับใบกำกับภาษี เว้นแต่ ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็น ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนยังคงมีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามมาตรา 82/3 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร ให้ลงรายการในเดือนภาษีที่นำไปถือเป็นภาษีซื้อได้ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนจะลงรายการวันหนึ่งวันใดในเดือนภาษีนั้นก็ได้ โดยต้องจัดเรียงเอกสารรวมกับใบกำกับภาษีของเดือนภาษีที่ถือเป็นภาษีซื้อ

.........(3) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อนำเข้าสินค้า และได้รับใบเสร็จรับเงินจากกรมศุลกากร ให้ลงรายการตามมูลค่าสินค้าและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร และให้ลงรายการโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม (2)

.........(4) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนจ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรมีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 83/6แห่งประมวลรัษฎากร ให้ลงรายการตามมูลค่าสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากร และให้ลงรายการโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม (2)

.........(5) ให้ลงรายการตามใบกำกับภาษีตาม (2) และใบเสร็จรับเงินตาม (3) หรือ (4) เฉพาะรายการภาษีซื้อที่มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น...”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศนั้น ตาม มาตรา 86/14 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ถือว่า ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมศุลกากรออกให้เป็น “ใบกำกับภาษี” ซึ่งบริษัทฯ สามารถนำไปใช้เป็น “ภาษีซื้อ” ตามมาตรา 77/1 (18) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จะนำไปใช้เป็นเครดิตหักภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 77/1 (6) แห่งประมวลรัษฎากร

เครดิต อาจารย์ Chutima Uaiphon


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "






หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ