Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การรับรู้รายได้ของธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ


เรื่อง การรับรู้รายได้ของธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 19/04/2025 - วันที่ตอบ 26/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 81/5 (5), มาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา

ขอสอบถาม เรื่อง การรับรู้รายได้ของธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศค่ะ เราจะรับรู้รายได้ในงบการเงินจากกำไรจากการแลกเปลี่ยน หรือรับรู้รายได้จากการแลกเงินคะ

วิสัชนา
1. ตามมาตรา 81/5 (5) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดฐานภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 91/2 (5) แห่งประมวลรัษฎากร การรับแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยให้ใช้กำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา ดังนี้  
    “มาตรา 91/5 ฐานภาษีสำหรับการประกอบกิจการตามบทบัญญัติในหมวดนี้ได้แก่รายรับดังต่อไปนี้ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้รับหรือพึงได้รับเนื่องจากการประกอบกิจการ
         (1) สำหรับกิจการธนาคารตามมาตรา 91/2 (1) รายรับจากการประกอบกิจการ คือ
              (ก) ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือกำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากการซื้อหรือขายหรือที่ได้จากตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆ และ
(ดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่ 31/2538)
(ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 75/2541)
              (ข) กำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา การออกตั๋วเงิน หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใด ๆ หรือการส่งเงินไปต่างประเทศ 
         (5) สำหรับกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 91/2 (5) รายรับจากการประกอบกิจการ คือ
              (ก) รายรับตาม (1) (ก) และ
              (ข) รายรับตาม (1) (ข)” 

2. การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ คืออะไร
    การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ใด เช่น เดินทางท่องเที่ยว การดูงาน การศึกษาต่อ หรือทำธุรกิจซื้อขายสินค้า โดยผู้ที่ต้องการนำเงินบาทไปแลกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ จะใช้อัตราที่สถาบันการเงินเป็นผู้ขาย หรือ Selling และในกรณีที่ต้องการนำเงินสกุลต่างประเทศแลกคืนเป็นเงินบาท จะใช้อัตราที่สถาบันการเงินเป็นผู้รับซื้อ หรือ Buying
    และที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า เราสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราได้ แต่ก็ยังมีนักเก็งกำไรจากการรับแลกเปลี่ยนเงินตรา เข้ามาประกอบธุรกิจนี้กันอย่างจริงจัง ทั้งบุคคลธรรมดาและในนามนิติบุคคล
    แต่ตอนนี้กฎหมายได้กำหนดให้ผู้ที่สามารถทำธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตรา จะต้องจดทะเบียนเป็น "นิติบุคคล" เท่านั้น ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าบุคคลธรรมดาไม่สามารถรับแลกเปลี่ยนเงินตราจำนวนมากๆ หรือทำในเชิงพาณิชย์ได้รวมถึงเมื่อนิติบุคคลมีรายได้จากการประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีด้วยนั่นเอง
ภาษีเงินได้นิติบุคคล
    ธรรมชาติของทุกกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เมื่อมีรายได้ย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งถ้าหากเลือกทำธุรกิจนี้จะต้องทำธุรกิจในนามนิติบุคคลเท่านั้น พร้อมกับขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย
    และเมื่อมีรายได้หรือกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตราเข้ามา จะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนด โดยคำนวณรายได้จากค่าอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยระหว่างระหว่างอัตราซื้อและอัตราขายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้ายก่อนวันชำระภาษี เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราแลกเปลี่ยนตามความเป็นจริงในวันที่มีการชำระภาษี
    หลังจากนั้นนำรายได้มาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามสูตรคือ
    (รายได้ – ค่าใช้จ่าย) = กำไรสุทธิ
    แล้วนำกำไรสุทธิที่ได้มาคิดภาษีตามอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล  
    พร้อมทำการยื่นภาษี 2 ครั้ง คือ ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) สำหรับรอบครึ่งปี โดยต้องยื่นและชำระภาษีภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี และ ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบสิ้นปี โดยต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตรา จัดอยู่กลุ่มผู้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
    ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ซื้อหรือขายตั๋วเงิน หรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในความควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย
    กิจการในกลุ่มนี้จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3% โดยผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องยื่นแบบคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภ.ธ.01 ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ
    และถ้าหากธุรกิจใดเข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ก็จะได้ยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อป้องกันการเก็บภาษีซับซ้อน
    โดยให้คำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะจากฐานภาษี ได้แก่ รายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา ส่วนลด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือกำไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ  คูณด้วยอัตราภาษี และต้องเสียภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ
    จากนั้นนำมายื่น ภ.ธ.40 เสียภาษีรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยนำผลต่างจากการซื้อ-ขายมายื่นเฉพาะส่วนที่เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่หักลบด้วยขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่ถ้าผลรวมปรากฏเป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้กิจการยื่น แบบ ภ.ธ.40 เช่นกัน แต่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 
สรุป...ไม่อยากถูกตรวจสอบย้อนหลัง ต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง
    เมื่อมาถึงบรรทัดนี้อาจสรุปได้ว่า ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นกลุ่มธุรกิจที่สามารถทำได้เฉพาะนิติบุคคลเท่านั้น และมีภาษีที่เกี่ยวข้องหลักๆ คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีธุรกิจเฉพาะ 
    นอกจากนี้การประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะต้องขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราก่อนดำเนินการ เพื่อให้ธุรกิจเป็นไปอย่างถูกใจ และดำเนินกิจการตามที่กฎหมายกำหนด
---------------------------------- 
Source : Inflow Accounting

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
การรับรู้รายได้จากการประกอบกิจการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นั้น ให้บริษัทฯ รับรู้รายได้ในงบการเงินจากทั้งกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินตรา และรายได้จากการซื้อขายเงินตรา



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ