Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

รับเงินมัดจำค่าวัตถุดิบ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่


เรื่อง รับเงินมัดจำค่าวัตถุดิบ ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 09/09/2023 - วันที่ตอบ 14/11/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 78 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
รบกวนสอบถามค่ะ 
    1. ลูกค้าต่างประเทศโอนเงินมาจ่ายมัดจำค่าวัตถุดิบ เพื่อให้บริษัทฯ ผลิตสินค้าให้ ตอนรับเงินมาหนูลงบัญชีเป็นเงินมัดจำรับล่วงหน้า และยื่นภาษีอัตรา 0 ถูกต้องไหมคะ
    2. ต่อมาลูกค้าไม่สั่งผลิตสินค้า ส่วนเงินมัดจำ บริษัทฯ ไม่ได้คืนให้ลูกค้า แต่นำไปจ่ายซัพฯ เป็นค่าวัตถุดิบ หนูรบกวนอาจารย์ช่วยชี้แนะหน่อยนะคะ ว่าหนูต้องทำยังไงกับเงินมัดจำก้อนนี้ ถ้าบันทึกเป็นรายได้อื่น และส่วนที่ยื่นภาษีอัตรา 0 ไปแล้ว ต้องยื่นแก้ไขไหมคะ
วิสัชนา
1. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออกเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการได้ดำเนินพิธีการทางศุลกากรตามมาตรา 78 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ 
    “มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ ...
         (4) การขายสินค้าโดยส่งออก ให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้
              (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
              (ข) การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14)(ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว 
              (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร”

2. ตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 97/2543ฯ 
    “ข้อ 2 กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ซื้อในต่างประเทศและผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตสินค้า หรือซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นผู้ดำเนินพิธีการศุลกากรยื่นใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรเพื่อส่งไปต่างประเทศ ตามมาตรา 77/1 (14) แห่งประมวลรัษฎากร ถือว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออก ตามมาตรา 77/1 (13) แห่งประมวลรัษฎากร และได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร 
         โรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศตามวรรคหนึ่ง มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณภาษีตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร 
         ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้ 
         (1) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ซื้อในต่างประเทศซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการจดทะเบียนจริง เช่น Proforma Invoice หรือ Purchase Order หรือ Order Note หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน 
         (2) หลักฐานที่แสดงว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ผลิตสินค้าดังกล่าวหรือซื้อสินค้าจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศ และโรงงานผู้ผลิตหรือผู้ขายในประเทศได้จัดทำใบกำกับภาษีเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 82/4 และมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร 
         (3) หลักฐานการส่งออกสินค้าในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนเช่น ใบกำกับสินค้า (Invoice) ใบตราส่ง (Bill of Lading) หรือ Airway Bill 
         (4) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า(Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐานการเปิด L/C (Letter of Credit) หรือหลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) เป็นต้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ 
              (ก) กรณีผู้ซื้อในต่างประเทศมอบหมายให้ตัวแทน ผู้ทำการแทน หรือสำนักงานสาขาในประเทศไทยเป็นผู้ชำระราคาค่าสินค้าแทน ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถใช้เอกสารที่ระบุว่านำเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ Bank Statement ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) ก็ได้ 
              (ข) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยไม่มีค่าตอบแทน ก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงว่าจะมีการชำระราคาค่าสินค้าตามใบกำกับสินค้า (Invoice) 
         (5) หลักฐานสำเนาใบขนสินค้าขาออกในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ผ่านพิธีการศุลกากรฉบับที่มีการสลักหลังการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่ามีการตรวจปล่อยสินค้าโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร...”

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
1. กรณีลูกค้าต่างประเทศโอนเงินมาจ่ายเป็นค่ามัดจำวัตถุดิบ เพื่อให้บริษัทฯ ผลิตสินค้าให้ ตอนรับเงินมัดจำ ยังไม่ถือว่าบริษัทฯ มีรายได้ให้บันทึกเงินมัดจำเป็นเจ้าหนี้ไว้ โดย 
         เดบิต เงินสด/เงินฝากธนาคาร 
             เครดิต เงินมัดจำ  
   บริษัทฯ ยังไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเงินมัดจำดังกล่าว การบันทึกบัญชีเป็นเงินมัดจำเป็น “รายได้รับล่วงหน้า” ถูกต้องแล้ว แต่บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องนำเงินมัดจำไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% แต่อย่างใด

2. ต่อมาลูกค้าไม่สั่งผลิตสินค้า บริษัทฯ ไม่ได้คืนเงินมัดจำให้ลูกค้า แต่นำไปจ่ายซัพฯ เป็นค่าวัตถุดิบ เงินมัดจำที่บริษัทฯ ริบไว้ให้นำไปถือเป็นรายได้อื่น ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้บันทึกรายการบัญชีโดย 
         เดบิต เงินมัดจำ 
             เครดิต รายได้อื่น – ค่าปรับเนื่องจากผิดสัญญา

3. ในส่วนที่บริษัทฯ ได้นำไปยื่นภาษีอัตรา 0 รวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 0% แล้ว นั้น โดยหลักบริษัทฯ ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนที่บริษัทฯ ได้นำเงินมัดจำไปยื่นแบบ ภ.พ.30 ในอัตรา 0% เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขรายการให้ถูกต้องตามความเป็นจริง โดยแสดงยอดขายอัตรา 0% เป็นรายการติดลบ (–)



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ