ข้อหารือ กรมสรรพากร

เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขอคืนเงินภาษีอากร


เรื่อง เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขอคืนเงินภาษีอากร
แหล่งที่มา ข้อหารือ กรมสรรพากร
วันที่ 02/07/2018
เลขที่หนังสือ 0702/5134
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อหารือ

     1. บริษัทฯ เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ตามมาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 บริษัทประกอบกธุรกิจบัญชีสาม (21) การทำธุรกิจบริการออกแบบ จัดหาวัสดุอุปกรณ์รวมทั้งก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเกี่ยวกับการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติ
     2. บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.53) สำหรับเดือนภาษีตุลาคม 2556 จำนวน 23,664,982.01 บาท และได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด.50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 มีภาษีต้องชำระจำนวน 246,261.89 บาท ภาษีเงินได้ที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร จำนวน 23,664,982.01 บาท บริษัทฯ มีภาษีที่ชำระไว้เกิน จำนวน 23,418,720.12 บาท เลือกไม่มีความประสงค์จะขอคืนภาษีที่ชำระเกิน
    3. ต่อมา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค.10) ขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล จำนวนเงิน 23,418,720.12 บาท เนื่องจากถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกินหรือมีภาษีเกิน เนื่องจากได้รับเครดิตภาษีและไม่ได้ลงชื่อขอคืนในแบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว จึงขอหารือเกี่ยวกับ  เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขอคืนเงินภาษีอากร

แนววินิจฉัย

     กรณีบริษัทฯ ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 มีภาษีที่ชำระไว้เกิน จำนวน 23,418,720.12 บาท อันเนื่องมาจากถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งเป็นจำนวนเกินกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ควรต้องเสียหรือมีภาษีที่ชำระไว้เกินอันเนื่องมาจากการได้รับเครดิตภาษี แต่บริษัทฯ ไม่ได้แสดงความประสงค์ขอคืนเงินภาษีที่ชำระไว้เกินในแบบ ภ.ง.ด.50 ดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิยื่นขอคำร้องตามแบบ ค.10 เพื่อขอคืนเงินภาษีที่ชำระภาษีไว้เกินนั้นภายใน 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร (กล่าวคือ ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2560) เมื่อบริษัทฯ ได้ยื่นคำร้อง ค.10 ขอคืนเงินจำนวนที่ชำระไว้เกินเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 จึงเป็นการยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีที่ชำระไว้เกินเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาขอคืนแล้ว บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินที่ชำระไว้เกินนั้นคืนจากกรมสรรพากร

เลขตู้ 81/40701
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ