Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เกี่ยวกับรายได้ที่ VJ ได้รับของขวัญจาก TikTok
| เรื่อง | เกี่ยวกับรายได้ที่ VJ ได้รับของขวัญจาก TikTok |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 05/01/2026 - วันที่ตอบ 15/02/2026 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | มีคำถามเกี่ยวกับรายได้ที่ VJ ได้รับของขวัญจาก TikTok ค่ะ กรณีวีเจไลฟ์สดให้ความบันเทิงบน platform TikTok แล้วผู้ชมจะส่งของขวัญให้วีเจ แล้ววีเจจะสามารถแปลงของขวัญดังกล่าวเป็นเงินได้ รายได้ตรงนี้ถือเป็นรายได้ 40 (8) นักแสดง หรือว่า 40 (8) เงินได้อื่น ๆ คะ แล้วทีนี้ต้องโดนเรื่อง VAT ด้วยมั้ยคะ หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีค่ะ |
| วิสัชนา | 1. “เน็ตไอดอล” Net Idol สวย หล่อ เซ็กซี่ ฮากระจาย ไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม ที่สร้างให้ใครหลายคนกลายเป็น “เน็ตไอดอล” ผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ หนึ่งในพลังการตลาดยุคออนไลน์ เมื่อคนไทยชอบตามอย่างคนดัง 1.1 “เน็ตไอดอล” จัดเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงในโลกออนไลน์ โดยอาศัยพลังของ “โซเชียลมีเดีย” เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สร้างให้คนธรรมดาๆ กลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ได้ในชั่วข้ามคืน เน็ตไอดอลในยุคปัจจุบันค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้จำกัดแค่คนหน้าตาสวย หล่อ และโพรไฟล์ดีเท่านั้น หลายคนแจ้งเกิดจากศัลกรรมทำสวย กลายเป็นกูรูความงามให้คนติดตามได้ในเวลาอันรวดเร็ว บางคนมาแนวให้ความรู้ สอนร้องเพลง สอนแต่งหน้า มีไม่น้อยที่อาศัยความฮา ตลกขบขัน มาเป็นจุดขาย และมีจำนวนมากที่แจ้งเกิดด้วยแนวเซ็กซี่ พริตตี้เงินล้าน สร้างยอดไลค์ให้แฟนคลับหนุ่มๆ ได้ติดตาม เป็นหมื่นเป็นแสนไลค์ได้ในเวลาไม่นาน ในแง่มุมของการตลาดแล้ว เน็ตไอดอล ถือเป็นเครื่องมือการตลาดที่อยู่ในกลุ่ม Influencer Marketing เช่นเดียวกับเซเลบริตี้ หรือดารานักร้อง นักแสดง ที่ไม่ว่าจะใช้สินค้าอะไร หรือเดินทางไปที่ไหน หลายคนก็เริ่มที่จะใช้ตาม เมื่ออำนาจของการบอกต่อของเหล่าบรรดาเน็ตไอดอลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แบรนด์สินค้าเริ่มจับจองใช้พื้นที่สื่อของเน็ตไอดอลเป็นกระบอกเสียงพูดกับกลุ่มเป้าหมายในโลกออนไลน์ ผ่านรูปแบบของการโพสต์สินค้า หรือแคมเปญบนโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยูทิวบ์ และโซเชียลแคม โดยที่อัตราการโพสต์ในแต่ละครั้งจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าผู้หญิง เช่น ครีมบำรุงผิว เสื้อผ้า วิธีการส่วนใหญ่จะเป็นการส่งสินค้าให้ทดลองใช้ และทำการรีวิวลงในโซเชียลมีเดียฟรีๆ แต่บางคนก็อาจจะคิดค่าใช้จ่ายในการโพสต์ ขึ้นอยู่กับการตกลงของแต่ละคน ทำให้การตลาดแบบ Influencer Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะด้วยฐานจำนวนแฟนคลับของเน็ตไอดอลแต่ละคนจะเป็นตัวการันตีว่าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน ด้วยความที่เน็ตไอดอล ยังคงได้รับความนิยมอย่างอย่างสูงจากเจ้าของแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ยังคงเลือกใช้บริการของเน็ตไอดอลเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดออนไลน์ เพื่อโปรโมตสินค้า 1.2 กรณีบริษัทฯ มีการจ่ายเงินส่วนแบ่ง % จากยอดขายให้กับ net idol ที่จะมา co-branding กับบริษัทฯ ตามข้อเท็จจริงอาจสรุปประเภทเงินได้พึงประเมินของ Net Idol ได้ดังนี้ (1) กรณีเน็ตไอดอล - เป็นพรีเซ็นเตอร์ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ค่ารับจ้างถ่ายแบบโฆษณา เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร (ก) สำหรับเน็ตไอดอลชาวไทย หรือชาวต่างชาติที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของเงินได้ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ข) สำหรับเน็ตไอดอลชาวต่างชาติที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) ของเงินได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 9 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (2) กรณีบล็อกเกอร์ – รับรีวิวสินค้า หรือทำคลิปลงโซเชียลมีเดียต่างๆ อาทิ YouTube เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการรับจ้างโฆษณา ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 2% ของเงินได้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (3) กรณีรับเป็นตัวแทนขายสินค้า (Dropship) โดยทั่วเข้าลักษณะเป็นนายหน้าตัวแทน เงินได้ที่ได้รับถือเป็นค่านายหน้า (ก) โดยทั่วไปเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามอัตราของเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 50 (1) วรรคหนึ่ง และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ข) กรณีมีหลักฐานในการประกอบกิจการให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่า ได้ประกอบกิจการในรูปแบบของการทำธุรกิจและสามารถพิสูจน์รายจ่ายในการประกอบกิจการได้ ซึ่งต้องมีลักษณะการประกอบกิจการดังนี้ 1) ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและ 2) ได้จัดตั้งเป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีอาคารสำนักงานเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือเช่าจากบุคคลอื่น โดยมีหลักฐาน เช่น หลักฐานการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าสำนักงาน และ 3) มีการลงทุนด้วยการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีค่าใช้จ่ายสำนักงาน และ 4) มีการจ้างลูกจ้างหรือพนักงานในการประกอบกิจการ โดยมีหลักฐานตามสัญญาจ้างแรงงาน หลักฐานการจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม และหลักฐานการแสดงการหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่ง ในกรณีการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่มีภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่ง จะต้องมีหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นรายการเกี่ยวกับค่าจ้างแรงงานตามแบบ ภ.ง.ด.1 ก. และ 5) มีค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เช่น ค่ารับรอง หรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่องานกับลูกค้า ในการประกอบกิจการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่เป็นค่าบริการอื่น ๆ ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ให้บริษัทฯ คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของเงินได้ ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 12/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป 2. VJ TikTok (Video Jockey) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ไลฟ์สด (Live Streaming) บนแอปพลิเคชัน TikTok เพื่อความบันเทิง พูดคุย ร้องเพลง เต้น หรือแสดงความสามารถพิเศษ เพื่อสร้างสีสัน ดึงดูดผู้ชม และสร้างรายได้จากของขวัญ (Gift) ที่ได้รับจากผู้ชม โดยหน้าที่หลักคือการเป็นเพื่อนคุยและเอนเตอร์เทนคนดูในรูปแบบเรียลไทม์ 2.1 ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ VJ TikTok (1) หน้าที่หลัก: ไลฟ์สด, พูดคุย (เมาส์มอย), ร้องเพลง, เต้นรำ, เล่นเกม, หรือแสดงความสามารถพิเศษต่างๆ เพื่อความสนุกสนาน (2) การสร้างรายได้: รายได้ส่วนใหญ่มาจากการที่ผู้ชมส่งของขวัญ (Gift) ให้ระหว่างไลฟ์ ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนและเงินจริง (3) ความแตกต่าง: คล้ายกับ DJ แต่ VJ จะเห็นหน้าและโต้ตอบได้ (Video Jockey) ส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมในแอปสายไลฟ์สดโดยเฉพาะ (4) กิจกรรม: มีการทำ PK (Player Knockout) หรือการไลฟ์สดแข่งขันกันระหว่าง VJ เพื่อกระตุ้นยอดวิวและของขวัญ 2.2 VJ TikTok แตกต่างจากการทำคอนเทนต์คลิปสั้นตรงที่เน้นการปฏิสัมพันธ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Interaction) และเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการพูด การเอ็นเตอร์เทน และความสม่ำเสมอในการไลฟ์ ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า เกี่ยวกับรายได้ที่ VJ ได้รับของขวัญจาก TikTok 1. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา วีเจไลฟ์สดให้ความบันเทิงบน platform TikTok แล้วผู้ชมจะส่งของขวัญให้วีเจ แล้ววีเจจะสามารถแปลงของขวัญดังกล่าวเป็นเงินได้ นั้น เนื่องจาก VJ ทำงานภายใต้เงื่อนไขการรับทำงานให้ จึงในเบื้องต้น เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการแสดงของนักแสดงสาธารณะ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร 2. ตามข้อ 10 (1) และ (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 102/2544 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มของนักแสดงสาธารณะ ผู้จัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะ และคู่สัญญาที่จัดหานักแสดงสาธารณะมาแสดง ลงวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2544 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของนักแสดงสาธารณะ และผู้จัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะ ดังนี้ "ข้อ 10 การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของนักแสดงสาธารณะ ผู้จัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะ และคู่สัญญาที่จัดหานักแสดงสาธารณะมาแสดง (1) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ฒ) แห่งประมวลรัษฎากร (2) การจัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะในประเทศไทย ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (10) และมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนในลักษณะเป็นค่าเข้าชมการแสดง หรือค่าตอบแทนอื่นในลักษณะเดียวกัน เว้นแต่เป็นการจัดการแสดงเพื่อการกุศลสาธารณะหรือการแข่งขันกี่ฬาสมัครเล่น ตามมาตรา 81 (1)(ฑ) และ (ธ) แห่งประมวลรัษฎากร การจัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะตามวรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นการให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมในสาขานาฏศิลป์ สาขาดุริยางคศิลป์ และสาขาคีตศิลป์ ซึ่งผู้จัดให้มีการแสดงของนักแสดงสาธารณะมิได้เรียกเก็บค่าบริการโดยตรงจากผู้ชมหรือผู้ฟัง แต่ไม่รวมถึงการให้บริการโดยกระทรวง ทฺบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่นได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 11) เรื่อง กำหนดสาขาและลักษณะการประกอบกิจการให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมตามมาตรา 81 (1)(ช) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534..." ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |