ประกาศฯ เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม DG.N.-VAT

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 241


เรื่อง (ไทย) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ
เรื่อง (อังกฤษ)
ภาษาไทย (TH)

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 241)

เรื่อง  กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

และการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทาง

อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ

---------------------------------------------

            อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 85 วรรคสี่ และมาตรา 85/6 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการแจ้งเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/13 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ไว้ดังต่อไปนี้ 

            ข้อ  1  ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศและได้มีการใช้ บริการนั้นในราชอาณาจักรโดยผู้ใช้ซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียน หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/13 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากร กำหนด (แบบ P.P.01.9) ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th โดยต้องแสดงรายการให้ถูกต้อง ครบถ้วน และส่งเอกสารหลักฐานฉบับภาษาอังกฤษตามรายการ ดังต่อไปนี้ 

                   (1) กรณีผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล 

                         (ก) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยต้องมีข้อความเกี่ยวกับ ชื่อผู้ประกอบการ ประเทศที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และวันที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งหนังสือดังกล่าวต้องผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค หรือ หน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศที่มีการจดทะเบียน 

                         (ข) หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการเสียภาษีในประเทศที่จดทะเบียน เป็นนิติบุคคล (ถ้ามี) 

                   (2) กรณีผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา 

                         (ก) สำเนาหนังสือเดินทาง ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับชื่อผู้ถือหนังสือเดินทาง รูปถ่ายของผู้ถือหนังสือเดินทาง และเลขที่ของหนังสือเดินทาง หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้ประกอบการ โดยต้องผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้น 

                         (ข) หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการเสียภาษีในประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี)

            ข้อ  2  ให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการ ตามข้อ 1 และให้ดำเนินการ ดังนี้ 

                   (1) กรณีผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้แสดงรายการในคำขอ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และส่งเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ให้อนุมัติและประกาศรายชื่อเป็น ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มบนเว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th โดยให้มีผล เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป   

                   (2) กรณีผู้ประกอบการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ไม่ให้อนุมัติเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 

                         (ก) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการเคยเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ภายหลังถูกอธิบดีกรมสรรพากรสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากแสดงรายการในคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ หรือไม่มีสถานประกอบการจริงตามที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ได้ประกอบกิจการ หรือไม่ใช่ผู้ประกอบการให้บริการที่แท้จริง 

                         (ข) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ประกอบการไม่ได้แสดงหรือนำส่งเอกสารหลักฐาน ตามข้อ 1 ต่อเจ้าพนักงานสรรพากรให้ครบถ้วน หรือเอกสารหลักฐานที่นำส่งไม่สอดคล้องกับคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม 

                         (ค) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทาง อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Website) ตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.01.9) ไม่มีอยู่จริง

                   ทั้งนี้ คำสั่งไม่อนุมัติให้มีผลนับแต่วันที่ผู้ประกอบการดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 

            ข้อ  3  กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญ ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลงตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.09.9) ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

            การเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในสาระสำคัญตามวรรคหนึ่ง ได้แก่กรณีดังต่อไปนี้

                   (1) การเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประกอบการ (Name of VAT Operator) ที่อยู่ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Email Address) หรือที่อยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่ใช้ในการประกอบกิจการ (Business Website) ทั้งนี้ ไม่รวมถึง การเปลี่ยนแปลงรายการเกี่ยวกับนิติบุคคล เช่น การเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทจำกัด หรือ การเปลี่ยนรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น 

                   (2) การหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสามสิบวัน

                   (3) การย้ายสถานประกอบการ 

                   (4) การเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการเลิกประกอบกิจการเพื่อโอนกิจการทั้งหมด ให้แก่ผู้ประกอบการอื่น และการเลิกประกอบกิจการเพื่อควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ 

            ข้อ  4  การแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 3 ผู้ประกอบการ จดทะเบียนต้องแสดงรายการตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (แบบ P.P.09.9) ให้ถูกต้องครบถ้วน และส่งเอกสารหลักฐานฉบับภาษาอังกฤษตามรายการ ดังต่อไปนี้ 

                   (1) กรณีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ประกอบการ ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการเปลี่ยนชื่อ 

                   (2) กรณีการย้ายสถานประกอบการ ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ 

                   (3) กรณีการเลิกประกอบกิจการ รวมถึงการเลิกประกอบกิจการเพื่อโอนกิจการทั้งหมด ให้แก่ผู้ประกอบการอื่น หรือการเลิกประกอบกิจการเพื่อควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ให้แนบ ภาพถ่ายหนังสือแสดงการเลิกประกอบกิจการ การโอนกิจการ หรือการควบเข้ากันเป็นผู้ประกอบการรายใหม่

            กรณีเจ้าพนักงานสรรพากรร้องขอให้มีการรับรองเอกสารหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องนำเอกสารหลักฐานที่ผ่านการรับรองมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จากกระทรวงการต่างประเทศ หรือโนตารีพับลิค หรือหน่วยงานอื่นตามกฎหมายของประเทศนั้นมาแสดงด้วย 

            ข้อ  5  ให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบการแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 3 และข้อ 4 ก่อนรับทราบหรืออนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว 

            ข้อ  6  ให้ผู้อำนวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ที่ผู้อำนวยการกองบริหาร ภาษีธุรกิจขนาดใหญ่มอบหมาย เป็นผู้ที่มีอำนาจอนุมัติให้ประกาศรายชื่อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามข้อ 2 และลงนามรับทราบหรืออนุมัติการเปลี่ยนแปลงรายการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 5 

            ข้อ  7  ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป



ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564


เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร



ราชกิจจานุเบกษา  เล่ม 138 ตอนที่ 83 ง  หน้า 65-68  ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564

ภาษาอังกฤษ (EN)

ขออภัย สำหรับหัวข้อนี้ไม่มีการแปลภาษาอังกฤษค่ะ

Sorry, This Regulation doesn’t have English Translation.

Tax-EZ(easy) Note
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ