| คำถาม |
1. บริษัทได้จักสัมนานอกสถานที่ และระหว่างจัดสัมนานอกสถานที่ บริษัทได้จัดกิจการจับฉลากและตอบคำถาม ซึ่งผู้ที่ชนะจะได้รางวัลที่บริษัทจัดเตรียมไว้ บริษัท ได้ซื้อของรางวัลเช่น Ipad มูลค่ารวามภาษีมูลค่าเพิ่ม 10,700.- มาให้พนักงานจับฉลากโดยได้บันทึกบัญขีดังนี้ เดบิท สวัสดิการพนักงาน 10,000.- เดบิท ภาษีมูลค่าเพิ่ม700.- เครดิท เงินสด/ธนาคาร10,700.- คำถาม 1.เมื่อพนักงานได้ของรางวัล บริษัทต้องนำยอดก่อน ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ ยอดที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของรางวัลนั้นไปรวมคำนวณเป็นเงินได้ของพนักงานตาม 40(1) ? ยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม 10,000.- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 700.- รวมมูลค่าสุทธิ 10,700.-
2. บริษัท ได้นำภาษีซื้อของ Ipad 700.- มาขอคืนภาษี และหลังจากที่พนักงานจับฉบากได้ บริษัท ได้ยื่นภาษีขายIpad เป็นจำนวนเงิน 700.- และจำนวนภาษีขาย 700.- ที่บริษัทยื่นภาษีขาย บริษัทไม่ได้เรียกเก็บจากพนักงานที่จับรางวัลได้ และบริษัทบันทึกบัญชีเป็น ค่าใช้จ่ายต้องห้าม ยอดเงิน 700.- ภาษีขาย 700.- ของIpad ที่บริษัทยื่นภาษีขาย ได้ไม่ได้เรียกเก็บเงินจากพนักงาน และบริษัทได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามนำไปบวกกลับใน ภงด.50 ยอดภาษีขาย 700.-ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ของพนักงาน 40 (1) หรือไม่ |
| คำตอบ |
ในกรณีที่บริษัทจัดกิจกรรมจับฉลากแจกรางวัลให้แก่พนักงานในงานสัมมนา ถือเป็นประโยชน์ส่วนเพิ่มที่พนักงานได้รับเนื่องจากการจ้างงาน ซึ่งมีประเด็นทางภาษีทั้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (พนักงาน) และภาษีเงินได้นิติบุคคล (บริษัท) ที่ต้องพิจารณาแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้ 1. การคำนวณมูลค่าของรางวัลเพื่อรวมเป็นเงินได้พนักงานตามมาตรา 40(1) ?คำตอบ : - รางวัลที่พนักงานได้รับจากกิจกรรมนี้ เข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่ม (Fringe Benefit) ที่เป็นเงินได้พึงประเมินตาม เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน หมายความรวมถึง ประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน
- บริษัทฯ ต้องนำมูลค่ารางวัลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร รวมทั้งภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บด้วย เช่น สินค้าที่แจกมีมูลค่า 10,000 บาท ภาษีขาย 700 บาท จะถือว่าพนักงานได้รับเงินได้เป็นเงินรวม 10,700 บาท
- หากบริษัทฯ ไม่ได้เรียกเก็บภาษีขาย บริษัทฯ ต้องรับรู้ภาษีขายเป็นสวัสดิการพนักงานเพิ่มเติมอีก 700 บาท รวมเป็น 10,700 บาท ภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บในทางปฏิบัติถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร
2. ภาษีขาย 700 บาท ที่บริษัทออกแทนให้ ต้องนำไปรวมเป็นเงินได้พนักงานหรือไม่คำตอบ : ต้องนำไปรวม เป็นเงินได้พนักงานตามมาตรา 40(1) ด้วยเช่นกัน เหตุผลทางภาษี:- ในมุมของพนักงาน (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) : การที่บริษัทจ่ายภาษีขายจำนวน 700 บาทแทนพนักงาน โดยไม่เรียกเก็บจากพนักงาน ถือเป็นการ "ออกค่าภาษีแทนให้" ซึ่งเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ประโยชน์ใด ๆ ที่ได้เนื่องจากการจ้างงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น ในแบบ ภ.ง.ด.1 / ภ.ง.ด.1ก พนักงานคนนี้จะมีเงินได้รวมทั้งสิ้น 10,700 บาท
- ในมุมของบริษัท (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) : ภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บในทางปฏิบัติถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร การที่บริษัทบันทึกบัญชีภาษีขาย 700 บาทนี้เป็น "ค่าใช้จ่ายต้องห้าม" เพื่อนำไปบวกกลับใน ภ.ง.ด.50 นั้น ถูกต้องแล้ว (ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทออกแทนให้ ไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้)
- หมายเหตุเพิ่มเติม : แม้บริษัทจะปรับปรุงเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามในฝั่งนิติบุคคลแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ภาระภาษีฝั่งบุคคลธรรมดาของพนักงานหมดไป เนื่องจากเป็นภาษีคนละประเภทกัน
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการบันทึกบัญชีที่สอดคล้องกับแนวทางข้างต้น เพื่อให้เอกสารและตัวเลขทางบัญชีตรงกับใบกำกับภาษีขายและรายงานภาษีขายที่บริษัทยื่นนำส่ง แนะนำให้บันทึกโดยรวมภาษีขายที่ออกแทนให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการพนักงานก่อน แล้วค่อยปรับปรุงเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม (บวกกลับ) ในตอนคำนวณภาษีปลายปี ดังนี้ : 1. ตอนซื้อ iPad : (ตามที่บริษัทบันทึกไว้ ถูกต้องแล้ว) - Dr. สวัสดิการพนักงาน (มูลค่าสินค้า)
10,000 - Dr. ภาษีซื้อ
700 - Cr. เงินสด/ธนาคาร
10,700
2. ตอนแจกรางวัล (ยื่นภาษีขาย โดยบริษัทออกแทนให้): - Dr. สวัสดิการพนักงาน (ภาษีขายที่ออกแทน)/ ค่าใช้จ่ายต้องห้าม
700 - Cr. ภาษีขาย
700
(ยอดรวมในบัญชีสวัสดิการพนักงานจะเท่ากับ 10,700 บาท ซึ่งตรงกับยอดเงินได้ที่จะนำไปแจ้งใน ภ.ง.ด.1ก ของพนักงาน โดยตอนสิ้นปี ยอด 700 บาทนี้จะถูกดึงไปบวกกลับใน ภ.ง.ด.50 ) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด
(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน |
มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ให้คูณเงินได้พึงประเมินที่จ่ายด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย เพื่อให้ได้จำนวนเงินเสมือนหนึ่งว่าได้จ่ายทั้งปีแล้ว คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่าย ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ถ้าการหารด้วยจำนวนคราวที่จะต้องจ่ายตามความในวรรคก่อนไม่ลงตัวเหลือเศษเท่าใด ให้เพิ่มเงินเท่าจำนวนที่เหลือเศษนั้นรวมเข้ากับเงินภาษีที่จะต้องหักไว้ครั้งสุดท้ายในปีนั้น เพื่อให้ยอดเงินภาษีที่หักรวมทั้งปีเท่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียทั้งปี ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 ใช้บังคับ 5 พ.ย. 2502 เป็นต้นไป ) ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ) ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.16/2530 ) ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.96/2543 ) ( ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.115/2545 ) ( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.120/2545 ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) ซึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานซึ่งได้คำนวณจ่ายจากระยะเวลาที่ทำงานและได้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ให้คำนวณภาษีตามเกณฑ์ในมาตรา 48 (5) เป็นเงินภาษีทั้งสิ้นเท่าใดให้หักเป็นเงินภาษีไว้เท่านั้น ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ( พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป ) ( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) ) |
มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค. 2535 เป็นต้นไป ) |
อ้างอิงคำตอบ
เรื่อง | แจกรางวัลให้พนักงานที่ชนะรางวัลกิจกรรมของบริษัท | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 24/01/2023 - วันที่ตอบ 28/01/2023 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม | ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 | ปุจฉา | บจ. A มีจัดกิจกรรมหนึ่ง พัฒนาศักยภาพการทำงานของ พนง. โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัล 1. ช็อคโกแลต 2. Gift Voucher ถ้าให้เป็นช็อคโกแลต 1,070 บาท ภาษีที่เกี่ยวข้อง CIT - บริษัทฯ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1,000 VAT - บริษัทฯ บันทึกภาษีซื้อ 70 บาท และยื่นภาษีขาย 70 บาท PIT - บันทึกเป็นรายได้ พนง. รวมในเงินเดือน (ไม่ว่าของรางวัลมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม) หักภาษี ณ ที่จ่าย 40 (1) ในแบบ 50 (1) ถ้าให้เป็นเงิน หรือ Gift Voucher 1,070 บาท จะไม่มีภาษีซื้อ-ขาย (VAT) ส่วน CIT และ PIT ทำเหมือนซื้อช็อคโกแลต ถูกต้องไหมคะใช่ไหมคะ | วิสัชนา | กรณีตามข้อเท็จจริง ผลการปฏิบัติทั้งสองวิธีในส่วนของพนักงานต้องมีเงินได้เท่ากัน ดังนี้ 1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ 1,000 บาท + 70 บาท (1) กรณีให้เป็นสิ่งของที่มีภาษีซื้อ และภาษีขาย ในตอนซื้อบริษัทฯ บันทึกมูลค่าต้นทุนสิ่งของเป็นรายจ่าย 1,000 บาท และเมื่อนำสิ่งขอไปมอบให้พนักงานมีภาษีขาย หากบริษัทฯ ไม่ได้เรียกเก็บภาษีขาย บริษัทฯ ต้องรับรู้ภาษีขายเป็นสวัสดิการพนักงานเพิ่มเติมอีก 70 บาท รวมเป็น 1,070 บาท ซึ่งตามที่แจ้งไป ไม่มีรายการนี้ (จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง รอบคอบด้วย!!) และสำหรับภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บนี้ ในทางภาษีอากร กรมสรรพากร “ตีความว่า” เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจาก กรมสรรพากร (ทึกทักว่า) ถือเป็น “ภาษีมูลค่าเพิ่มที่พึงต้องชำระ” (โดยการตีความขยายความ ซึ่งผิดหลักการตีความกฎหมายที่ดี สำหรับรายการที่เป็นโทษต่อผู้เสียภาษีอากร) บริษัทฯ ต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (2) กรณีให้เป็น Gift Voucher จำนวน 1,070 บาท เพื่อให้สามารถนำไปซื้อสินค้า – ช็อกโกแรต ได้พอดี เช่นนี้ บริษัทฯ สามารถถือเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน โดยไม่มีรายการบวกกลับ ดังเช่นการให้เป็นสินค้า/สิ่งของ
2. กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ทั้งสองกรณีพนักงานได้รับเงินได้พึงประเมิน 1,070 บาท
3. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม (1) กรณีให้เป็นสิ่งของที่มีภาษีซื้อ และภาษีขาย บริษัทฯ ต้องบันทึกภาษีซื้อ 70 บาท และยื่นภาษีขาย 70 บาท โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษีตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 และมาตรา 86/5 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะที่มีลักษณะเป็นแบบเต็มรูป ลงวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 (2) กรณีให้เป็น Gift Voucher จำนวน 1,070 บาท ไม่ต้องบันทึกรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อสังเกตในทางปฏิบัติจึงมักได้ยินสำนวน "ให้เป็นเงิน แต่แจกเป็นทอง" ลองพิจารณาเพิ่มเติมด้วยครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
เรื่อง | 1) ภาษีซื้อกับของรางวัลแจกปีใหม่พนักงาน | แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ | วันที่ | วันที่ถาม 08/01/2022 - วันที่ตอบ 09/04/2022 | ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม | ข้อกฎหมาย | 1) มาตรา 40 (1), มาตรา 50 (1), มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร 2) ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 378) | ปุจฉา | 1. รบกวนสอบถามเรื่องของรางวัลแจกปีใหม่พนักงาน เช่น ตู้เย็น ทีวีและอื่น ๆ ภาษีซื้อสามารถเคลมได้หรือไม่คะและพนักงานที่ได้รับของรางวัลไปต้องเปิดบิลขายมั้ยคะถ้าเปิดเฉพาะรางวัลที่เป็นตู้เย็น ทีวี หรือทุกรางวัลที่แจกไปคะ 2.ดิฉันมีเรื่องรบกวนถามค่ะ ตามประกาศที่ 378 ที่การลงทุนในเครื่องจักรหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มอีก 1.5 เท่านั้น ในกรณีที่เราซื้อเครื่องจักรมา 1 เครื่องราคา 250,000 บาท แต่ต้องมีส่วนเพิ่มเติมเพื่อให้เครื่องจักรใช้งานได้ เช่นการทำฐาน การเดินสายไฟ และอื่นๆ รวมอีก 50,000 บาทเป็นราคารวม 300,000 บาทในส่วนนี้ ส่วนที่ใช้ได้คือ 250,000 บาท หรือ 300,000 บาท คะ | วิสัชนา | 1. กรณีบริษัทฯ ซื้อของรางวัลเพื่อแจกเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่พนักงาน เช่น ตู้เย็น ทีวีและอื่น การแจกของรางวัลดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายสวัสดิการพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ควรจัดทำเป็นมติพิเศษของกรรมการเพื่อมอบเป็นสวัสดิการพนักงาน จึงถือเป็นภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ บริษัทฯ สามารถนำภาษีซื้อมาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ โดยบริษัทฯ ต้องนำมูลค่าของสิ่งของที่มอบเป็นรางวัลแก่พนักงานไปรวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีขาย) ด้วย โดยไม่จำต้องออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ สำหรับการให้รางวัลเป็นสิ่งของหรือบริการเท่านั้น หากให้เป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด ก็ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดารางวัลที่พนักงานที่ได้รับเข้าลักษณะเป็นประโยชน์เพิ่ม (Fringe Benefit) ที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ของพนักงาน ที่บริษัทฯ ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร รวมทั้งภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บด้วย เช่น สินค้าที่แจกมีมูลค่า 10,000 บาท คิดเป็นภาษีขาย 700 บาท เช่นนี้ ถือว่าพนักงานได้รับเงินได้เป็นเงินรวม 10,700 บาท ภาษีขายที่ไม่เรียกเก็บในทางปฏิบัติถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) แห่งประมวลรัษฎากร
2.ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 378) ที่การลงทุนในเครื่องจักรหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มอีก 1.5 เท่านั้น ในกรณีที่เราซื้อเครื่องจักรมา 1 เครื่องราคา 250,000 บาท แต่ต้องมีส่วนเพิ่มเติมเพื่อให้เครื่องจักรใช้งานได้ เช่นการทำฐาน การเดินสายไฟ และอื่นๆ รวมอีก 50,000 บาทเป็นราคารวม 300,000 บาท เช่นนี้ให้ใช้สิทธิประโยชน์ จากจำนวนเงินที่ลงทุนทั้งสิ้นคือ 300,000 บาท 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |
|