Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ความแตกต่างและผลกระทบทางภาษีของ “การยกหนี้ให้” และ “การลดหนี้”
| เรื่อง | ความแตกต่างและผลกระทบทางภาษีของ “การยกหนี้ให้” และ “การลดหนี้” |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 13/05/2025 - วันที่ตอบ 14/05/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564) |
| ปุจฉา | ขอปรึกษา เรื่อง ความแตกต่างและผลกระทบทางภาษีของ “การยกหนี้ให้” และ “การลดหนี้” ดังนี้ค่ะ ข้อเท็จจริง - ในปี พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2567 บริษัท ก ให้บริการบริหารจัดการแก่ บริษัท ข ในอัตรา 50,000 บาทต่อเดือน โดยบริษัท ก รับรู้รายได้ และบริษัท ข รับรู้รายจ่าย 600,000 บาท ต่อปี (รวม 1,800,000 บาท) และเนื่องจากยังไม่มีการชำระค่าบริการ จึงยังไม่ได้ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากการบริการดังกล่าว - ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 บริษัท ก ติดตามให้ บริษัท ข ชำระค่าบริการเนื่องจากเกินกำหนดระยะเวลาตามเครดิตเทอมแล้ว แต่เนื่องจาก บริษัท ข ขาดสภาพคล่อง บริษัท ก จึงยกหนี้ให้บริษัท ข จำนวน 720,000 บาท โดยที่บริษัท ข จะต้องชำระหนี้คงเหลือทั้งหมด 1,080,000 บาท ภายใน 30 วัน - บริษัท ก ได้รับชำระหนี้ค่าบริการ 1,080,000 บาท จาก บริษัท ข ในเดือนมีนาคม 2568 โดย บริษัท ก ได้ยื่นชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และบริษัท ข ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 3% คำนวณจากค่าบริการ 1,080,000 บาท ต่อกรมสรรพากรแล้ว ประเด็นสอบถาม 1. บริษัท ก สามารถนำค่าบริการที่ยกหนี้ให้บริษัท ข มารับรู้เป็นรายจ่ายทางภาษีในปี 2568 ได้หรือไม่ 2. บริษัท ข ต้องนำค่าบริการที่ได้รับยกหนี้จาก บริษัท ก มาปรับปรุงลดยอดรายจ่ายทางภาษีในปี 2565 ถึงปี 2567 หรือไม่ 3. การยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการ คำนวณจากฐาน 1,080,000 บาท ถูกต้องแล้วหรือไม่ 4. ในกรณีที่ บริษัท ก ตกลงลดค่าบริการ 720,000 บาท แก่ บริษัท ข ด้วยวิธีการลดหนี้ จะส่งผลต่อภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม แตกต่างจากวิธีการยกหนี้ให้ หรือไม่ อย่างไร |
| วิสัชนา | กรณีตามข้อเท็จจริง 1. บริษัท ก ไม่สามารถนำค่าบริการที่ยกหนี้ให้บริษัท ข มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการจำหน่ายหนี้สูญตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564) 2. บริษัท ข ต้องนำค่าบริการที่ได้รับยกหนี้จาก บริษัท ก มาถือเป็นรายได้อื่นในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ที่ได้รับการปลดหรือลดหนี้ให้ 3. การยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการ คำนวณจากฐาน 1,080,000 บาท ในเบื้องต้น ถือว่าถูกต้องแล้ว เนื่องจากความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการ เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระค่าบริการตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 4. ในกรณีที่ บริษัท ก ตกลงลดค่าบริการ 720,000 บาท แก่ บริษัท ข ด้วยวิธีการลดหนี้ จะส่งผลต่อภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม แตกต่างจากวิธีการยกหนี้ให้ (1) กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม มูลค่าบริการที่บริษัท ก ยกหนี้ให้แก่บริษัท ข นั้น ยังคงเป็นมูลค่าของฐานภาษีที่บริษัท ก พึงได้รับ ตราบเท่าที่บริษัท ก ยังมิได้รับชำระหนี้ หากมิได้มีเหตุที่ทำให้บริษัท ก ไม่ต้องรับผิด เช่น แสดงส่วนลดไว้ในใบกำกับภาษี ตราบนั้น บริษัท ก ก็ยังคงต้องมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับรายได้จากการให้บริการตามจำนวนนั้น ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามนับมาตรา 88 มาตรา 88/2 มาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น จึงควรที่บริษัท ก จะได้นำจำนวนเงินค่าบริการที่บริษัท ก ยกหนี้ให้แก่บริษัท ข ไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้อง (2) กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัท ก ไม่สามารถนำค่าบริการที่ยกหนี้ให้บริษัท ข มาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2568 ได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการจำหน่ายหนี้สูญตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ. 2564) ดังได้กล่าวไว้แล้วตามข้อ 1 ข้างต้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |